บทความ · ข้อคิดคนทำงาน · การอยู่ร่วมกัน
นิทานสอนใจ ปราสาททรายในทะเลทราย
บทความ · Mindfulness · นิทานสอนใจ
⬛ นิทานสอนใจ
ปราสาททรายในทะเลทราย
“ความสำเร็จที่ยากที่สุด คือการใช้ชีวิตธรรมดาในแต่ละวันให้ดี”
คนจำนวนมากใช้ทั้งชีวิตวิ่งไล่ตามความสำเร็จ จนลืมถามตัวเองว่า “แท้จริงแล้ว เรากำลังวิ่งไปหาอะไร”
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจค้นพบว่า ความสำเร็จที่แท้จริง อาจเป็นเพียงการได้ใช้ชีวิตธรรมดาในแต่ละวันอย่างดีงามเท่านั้น
กาลครั้งหนึ่ง มีชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานคนหนึ่งเดินทางไปหาปรมาจารย์เซน
เขากล่าวด้วยแววตาแน่วแน่ว่า
“ข้าอยากประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่
อยากให้ผู้คนจดจำชื่อของข้าไปอีกนาน”
ปรมาจารย์ไม่ตอบ เพียงพาเขาเดินผ่านทะเลทรายอันเวิ้งว้าง
กลางทะเลทรายนั้น มีซากรูปปั้นขนาดมหึมาตั้งเอียงอยู่ เหลือเพียงฐานหินแตกร้าวกับข้อความเลือนรางว่า
“จงมองผลงานของข้า และยอมสยบ”
ชายหนุ่มอ่านแล้วถาม
“ผู้สร้างรูปปั้นนี้คงเคยยิ่งใหญ่มาก”
อาจารย์พยักหน้า
“แต่ตอนนี้ ไม่มีใครจำได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร”
ลมทะเลทรายพัดผ่านซากหินเงียบๆ
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนถามอีกครั้ง
“ถ้าเช่นนั้น ความสำเร็จทั้งหมดก็ไร้ความหมายหรือ?”
อาจารย์ยิ้มบางๆ แล้วชี้ไปยังชายชราคนหนึ่งใต้ต้นไม้ไกลๆ
ชายชราคนนั้นกำลังต้มน้ำชา ให้อาหารสุนัขแก่ และหัวเราะเบาๆ กับหลานตัวน้อยของเขา
“ชายผู้นั้นไม่เคยสร้างอาณาจักร
ไม่มีผู้คนกล่าวขานชื่อของเขา
แต่ทุกเช้า เขาตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอย่างสงบ
ดูแลคนที่รัก
กินข้าวเมื่อหิว
พักเมื่อเหนื่อย
และหลับลงโดยไม่เกลียดตัวเอง”
อาจารย์หันมามองชายหนุ่ม ก่อนกล่าวช้าๆ ว่า
“มนุษย์จำนวนมากอยากสร้างสิ่งยิ่งใหญ่
จนลืมไปว่า
ความสำเร็จที่ยากที่สุด
คือการใช้ชีวิตธรรมดาในแต่ละวันให้ดี”
ข้อคิด
ชื่อเสียง อำนาจ และความสำเร็จใหญ่โต อาจเลือนหายไปตามกาลเวลา
แต่การได้ใช้ชีวิตอย่างดีในแต่ละวัน
ได้รัก ได้หัวเราะ ได้ดูแลหัวใจของตนเองและคนรอบข้าง
“นั่นอาจเป็น ‘ความสำเร็จ’ ที่แท้จริงที่สุดของมนุษย์แล้ว”
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
สิ่งที่หายไป อาจเป็นตำแหน่ง แต่ไม่ใช่คุณค่าในตัวเรา
บทความ · ข้อคิดคนทำงาน · ชีวิตการทำงาน
⬛ HR Insight
สิ่งที่หายไป อาจเป็นตำแหน่ง แต่ไม่ใช่คุณค่าในตัวเรา
เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนคนหนึ่งของผมถูก lay-off
เขาเล่าให้ผมและเพื่อนในกลุ่มฟัง ด้วยน้ำตา
เขาทำงานกับบริษัทนี้มานานกว่า 15 ปี ผ่านทั้งช่วงบริษัทโต
ช่วงบริษัทลำบาก ช่วงงานหนัก
ช่วงเปลี่ยนผู้บริหาร ช่วงปรับโครงสร้าง
ช่วงที่ใคร ๆ ก็พูดว่า “ต้องช่วยกันหน่อยนะ”
เขาก็ช่วยมาตลอด
ทำงานดีมาก รับผิดชอบสูง
ทุ่มเทให้กับงานมาก (เพื่อน ๆ รับรู้กันมาตลอด)
แก้ปัญหายาก ๆ มาก็เยอะ สร้างผลงานให้บริษัทมาก็ไม่น้อย
แต่วันหนึ่ง บริษัทเรียกเข้าไปคุย
แล้วบอกว่า ตำแหน่งของเขาไม่อยู่ในโครงสร้างใหม่อีกต่อไป
แค่นั้นเองครับ ชีวิตการทำงาน 15 ปี ถูกสรุปและตัดจบในไม่กี่ประโยค
พร้อมเอกสารชุดหนึ่ง บวกซอง กับคำว่า “ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา”
เขาเล่าให้ฟังว่า เขารู้สึกเสียใจมาก
ไม่ใช่แค่เสียใจเพราะตกงาน แต่เสียใจเพราะรู้สึกว่า
“ที่ผ่านมา บริษัทไม่เห็นคุณค่าของเราเลยหรือ”
“เราทำมาขนาดนี้ สุดท้ายก็เป็นแค่หนึ่งในรายชื่อที่ถูกคัดออกใช่ไหม”
ผมฟังแล้วก็เข้าใจเขานะครับ
คนเราทำงานที่ไหนนาน ๆ มันไม่ได้เป็นแค่งาน
มันมีความผูกพัน มีความทรงจำ มีความภาคภูมิใจ
มีวันที่เหนื่อยแต่ก็ยังสู้
มีบางช่วงที่เราเอาชีวิตส่วนตัวไปแลกกับงานด้วยซ้ำ
พอวันหนึ่งองค์กรบอกว่า “ไม่ต้องไปต่อแล้ว”
มันจึงทำให้เรารู้สึกแย่มาก มันเหมือนถูกบอกว่า
สิ่งที่เราเคยคิดว่ามั่นคง จริง ๆ แล้วไม่ได้มั่นคงอย่างที่คิด
อ้างถึงปรัชญาวาบิซาบิของญี่ปุ่น พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจครับ
เขาบอกว่า ทุกสิ่งล้วนไม่จีรัง
แม้แต่ก้อนหินที่ก่อตัวเป็นภูเขามานับล้านปี สักวันหนึ่งก็ยังผุกร่อน
แตกสลาย และเปลี่ยนรูปไป
แล้วนับประสาอะไรกับตำแหน่งงาน บริษัท ความสำเร็จ
ความสัมพันธ์ หรือสิ่งที่เราเคยคิดว่า “น่าจะอยู่กับเราไปอีกนาน”
มนุษย์เราแปลกอย่างหนึ่งครับ
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
แต่เรากลับใช้ชีวิตราวกับว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมตลอดไป
อยากให้งานมั่นคง อยากให้บริษัทเห็นคุณค่าเราเสมอ
อยากให้คนที่เคยชื่นชมเรา ยังชื่นชมเราเหมือนเดิม
อยากให้สิ่งที่เราสร้างมา รับประกันอนาคตของเราได้
การที่องค์กรเห็นคุณค่าของเราในช่วงเวลาหนึ่ง
ก็ไม่ได้แปลว่าองค์กรจะรักษาเราไว้ตลอดไป
การที่เราสร้างผลงานไว้มาก
ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ถูกกระทบจากโครงสร้างใหม่
ฟังดูเศร้า แต่มันคือความจริงของโลกการทำงาน
ผมไม่ได้ให้เราเย็นชากับองค์กร
ไม่ใช่ให้เราไม่ทุ่มเท
ไม่ใช่ให้เราไม่ผูกพันกับงานนะครับ ตั้งใจทำงานน่ะดีแล้ว
แต่อย่าลืมเตือนตัวเองว่า อย่าเอาคุณค่าทั้งชีวิตของเรา ไปฝากไว้กับตำแหน่ง หรือ บริษัท
หรือคำชื่นชมของใครเพียงฝ่ายเดียว
วันนี้เขาอาจจะเรียกเรา key person หรือ Talent
แต่พรุ่งนี้อาจเรียกเราว่า ตำแหน่งที่ไม่จำเป็น
วันนี้เขาบอกว่าเราสำคัญมาก
พรุ่งนี้อาจบอกว่า “องค์กรต้องปรับตามทิศทางธุรกิจ”
โลกการทำงานก็เป็นแบบนี้แหละครับ
วาบิซาบิไม่ได้สอนให้เราไม่เสียใจ
เสียใจได้ ผิดหวังได้ โกรธได้ รู้สึกไม่แฟร์ได้
หรือจะคิดถึงวันที่เคยภูมิใจก็ได้
ความเศร้าเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด
มันเป็นหลักฐานว่าเราเคยให้ใจกับสิ่งนั้นจริง ๆ
แต่เมื่อเศร้าแล้ว สุดท้ายเราต้องค่อย ๆ กลับมาถามตัวเองว่า
ในเมื่อทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เราจะเดินต่ออย่างไร
สิ่งที่หายไป อาจเป็นตำแหน่ง
แต่คุณค่าของตัวเราไม่ได้หายไปพร้อมกับตำแหน่งนั้นนะครับ
มันเป็นแค่เพียงบทหนึ่งของชีวิตที่จบลงเท่านั้น
ไม่ได้แปลว่าทั้งชีวิตของเราจบลงไปด้วยซะหน่อย
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาเพื่อบอกว่าเราไม่มีคุณค่า
มันอาจมาเพื่อเตือนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องก้าวไปสู่อนาคตและโอกาสใหม่ ๆ ที่รอเราอยู่ต่างหาก
และแล้ว แค่เพียงไม่นาน เพื่อนผม ก็มีบริษัทใหม่ ที่เห็นคุณค่าของเขา
สุดท้ายก็ได้งานใหม่ที่สนุกและท้าทายกว่าเดิม
ล่าสุดที่เจอกัน พวกเราเอารูปที่มันร้องไห้ตีโพยตีพาย
ในวันที่ถูกไล่ออกมาล้อมันกลางร้านอาหาร หัวเราะกันดังลั่นร้าน
เพราะพวกเราไม่เคยเห็นมันร้องไห้มาก่อน
“ไอ้พวกเพื่อนเลว กูไม่น่าเล่าให้พวกมึงฟังเลย”
มันพูดพร้อมรอยยิ้ม พร้อมสายตาที่เข้าใจชีวิตมากขึ้น
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
โครงสร้างเงินเดือนวางเสร็จแล้ว ต้องดูแลอะไรต่ออีกบ้าง
บทความ · HR Management · โครงสร้างเงินเดือน
⬛ HR Insight
โครงสร้างเงินเดือนวางเสร็จแล้ว ต้องดูแลอะไรต่อ
องค์กรหนึ่งใช้เวลาหลายเดือนวางโครงสร้างเงินเดือนใหม่จนเสร็จสวยงาม กระบอกแต่ละระดับกว้างพอดี เหลื่อมกันลงตัว ค่ากลางอิงตลาดครบทุกระดับ ทุกคนในทีมภูมิใจกับตารางที่ออกมา จนกระทั่งถึงวันที่เอาเงินเดือนพนักงานจริงทั้งบริษัทมาวางลงในโครงสร้างใหม่ ภาพที่เห็นคือพนักงานจำนวนไม่น้อยเงินเดือนหลุดต่ำกว่า Minimum ของกระบอก อีกกลุ่มหนึ่งเงินเดือนทะลุเพดาน และถ้าจะดันทุกคนให้เข้าที่พร้อมกันในครั้งเดียว งบประมาณที่ต้องใช้ก็สูงจนทำจริงไม่ได้
อ่านเพิ่มเติม “โครงสร้างเงินเดือนวางเสร็จแล้ว ต้องดูแลอะไรต่ออีกบ้าง”ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นไหนผิด แต่อยู่ที่ไม่มีใครฟังใคร
บทความ · HR Management · คนทำงานต่างรุ่น
⬛ HR Insight
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นไหนผิด แต่อยู่ที่ไม่มีใครฟังใคร
ช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้คุยกับคนทำงานสองกลุ่ม
ที่อยู่กันคนละปลายของเส้นทางชีวิตการทำงาน
กลุ่มหนึ่งคือพี่ ๆ ที่ใกล้เกษียณ
อีกกลุ่มคือเด็กจบใหม่ Gen Z ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน
มีความน่าสนใจอย่างมากเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง
เนื่องจากทั้งสองกลุ่มมีมุมมองอยู่กันคนละฝั่ง
และหลายครั้งก็เข้าใจกันผิดอยู่พอสมควร