เคยเห็นเด็กๆ เวลาที่เขาสงสัยหรือไม่รู้อะไรบ้างมั้ยครับ เขาจะเฝ้าถามอยู่ตลอดเวลาว่า ทำไมเป็นอย่างโน้น ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไม ทำไม ทำไม ส่วนใหญ่คำถามของเด็กมักจะเป็นคำถามทำไม ซึ่งคำถามว่า ทำไม นั้นเป็นคำถามที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ได้ทราบถึงเหตุผลและความเป็นมาต่างๆ ของสิ่งนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว อ่านเพิ่มเติม “เรียนรู้ให้เหมือนเด็กๆ”
ผู้นำที่ไม่มีใครต้องการ ตอนที่ 2
เมื่อวานผมได้เขียนเรื่องของลักษณะของผู้นำที่ไม่มีใครต้องการ ซึ่งก็มีผู้อ่านหลายท่านเขียนมาสอบถามว่า ถ้าเจอผู้นำแบบนี้จะทำอย่างไรดี ถ้าผู้นำคนนั้นเขาไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ก็มีอยู่วิธีเดียวก็คือ เราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองครับ ซึ่งก็คือ การปรับตัวหาผู้นำ (ถ้าเรายังทนได้) หรือ ออกไปหาผู้นำที่ดีกว่านี้น่าจะทำให้สุขภาพจิต และกำลังใจในการทำงานของเราดีขึ้นมากกว่านะครับ อ่านเพิ่มเติม “ผู้นำที่ไม่มีใครต้องการ ตอนที่ 2”
ผู้นำที่ไม่มีใครต้องการ
ได้มีโอกาสได้หยิบเอาหนังสือของ Peter Drucker มาพลิกๆ ดูอีกครั้ง ก็พบกับข้อเขียนที่น่าสนใจมากมายครับ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วอยากจะเอามาถ่ายทอดต่ออีกที ก็คือกูรูทางด้านการจัดการท่านนี้ ได้สรุปจากประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงการบริหารจัดการจนอายุเก้าสิบกว่าปีไว้ว่า ลักษณะของผู้นำที่ไม่มีใครต้องการนั้นมีอะไรบ้าง ลองอ่านดูนะครับ
- สนใจจุดอ่อนของผู้อื่นมากกว่าจุดแข็ง พูดง่ายๆ อีกนัยหนึ่งก็คือ มองแต่จุดอ่อนของคนอื่น และพยายามจะตีจุดอ่อนคนอื่นเพื่อให้เขาลุกไม่ขึ้นเลย บางครั้งก็ย้ำแต่จุดอ่อนของผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ผมถามว่าผู้นำที่เป็นแบบนี้จะสร้างประโยชน์อะไรให้กับองค์กรบ้าง หาจุดอ่อนเพื่อที่จะเอาชนะคนอื่น และทำให้ตัวเองเด่นกว่าคนอื่นได้
- ชอบจับผิดผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา แทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ กลับเอาเวลาที่มีมานั่งจับผิดในผลงานของคนอื่น หาช่องทางในการที่จะตีผลงานคนอื่นทั้งๆ ที่บางเรื่องนั้นแทบจะไม่มีสาระในการทำงานเลย
- เน้นผลประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าส่วนรวม หรือทีมงาน เวลาจะทำอะไรก็มองว่าตัวเองจะได้ผลดีอะไรบ้าง หรือจะได้รางวัลความชอบอะไรบ้างจากการทำงานหนึ่งๆ ถ้าได้ ก็ทำ ถ้าไม่ได้ก็ไม่อยากทำ แม้ว่างานนั้นจะมีประโยชน์ต่อองค์กรมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าตนเองไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่คิดจะทำ
- กลัวลูกน้องจะเก่งกว่า ผู้นำแบบนี้จะคอยสอดส่องดูแลว่าลูกน้องคนไหนที่มีท่าทางที่จะเหนือว่าตนเอง จากนั้นก็จะพยายามไม่ส่งเสริม หรือไม่ก็คอยขัดแข้งขัดขาอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้เกิดความโดดเด่นเหนือว่าตนเอง รวมทั้งจะพยายามหาลูกทีมที่โง่ๆ ตามไม่ทัน หรือไม่อยากเรียนรู้ เพื่อที่จะทำให้ตนเองดูเก่งอยู่ตลอดเวลา
- ตั้งมาตรฐานของตนเองให้ต่ำๆ ไว้ก่อน ทำไม่ได้ก็จะได้ไม่โดนคนอื่นตำหนิ บางครั้งก็ใจไม่กล้า ลังเลใจ กลัวว่างานจะไม่สำเร็จ ก็เลยกล้าๆ กลัวๆ ที่จะทำงาน ไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรเลยสักอย่าง หรือถ้าจะตัดสินใจทำอะไรก็ต้องขอแบบปลอดภัยไว้ก่อน
ผมอ่านจบแล้วรู้สึกว่าแค่มีเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เป็นที่ต้องการของลูกทีมแล้ว ไม่ต้องมีครบทั้งห้าข้อหรอกครับ อ่านแล้วก็มองย้อนดูตัวเองว่าเราเข้าข่ายบ้างหรือเปล่า เหมือนหรือต่างอย่างไร อันนี้ไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเราเองว่าเราเป็นแบบนี้หรือไม่ แต่เอาเข้าจริงๆ ผมเชื่อว่าลูกน้องทุกคนมองออกครับว่าผู้นำของเขานั้น เป็นผู้นำแบบไหนกันแน่
หัวหน้าที่ลูกน้องไม่ต้องการ
เมื่อวานผมได้เขียนในเรื่องของความคิดเห็นของพนักงานว่าหัวหน้างานที่ดีนั้นต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังต่อในเรื่องของหัวหน้างานเช่นกัน แต่จะเป็นอีกมุมมองหนึ่ง ก็คือ หัวหน้างานแบบไหนที่ลูกน้องไม่ต้องการ ซึ่งเป็นผลจากการสอบถามบรรดาลูกน้องที่ทำงานจริงในองค์กร และสรุปออกมาได้ดังนี้ครับ อ่านเพิ่มเติม “หัวหน้าที่ลูกน้องไม่ต้องการ”
หัวหน้างานที่ดีในมุมมองของพนักงาน
ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า Starting in Management ซึ่งเขียนเกี่ยวกับการเริ่มต้นงานในตำแหน่งผู้บังคับบัญชา หรือผู้บริหารว่าจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นหัวหน้างาน หรือผู้บริหารที่ดี ซึ่งมีอยู่หัวข้อหนึ่งที่ผมอ่านแล้วรู้สึกชอบมาก ก็เลยนำเอามาถ่ายทอดกันต่อ เผื่อว่าจะได้นำเอาไปใช้ประเมินความเป็นหัวหน้างานที่ดีของตนเอง และในองค์กรได้ อ่านเพิ่มเติม “หัวหน้างานที่ดีในมุมมองของพนักงาน”