กลยุทธ์การบริหารค่าตอบแทน กับการเติบโตขององค์กร

การกำหนดกลยุทธ์และรูปแบบของการบริหารค่าตอบแทนที่ดีและเหมาะสมนั้น จะมีผลต่อการเติบโตขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่เข้ามาสู่ตลาดแรงงาน ทุ่มเททำงาน ก็เพื่อที่จะได้รับค่าตอบแทน บางคนก็เน้นไปที่ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน บางคนก็เน้นไปที่ค่าตอบแทนระยะยาว บางคนก็เน้นไปที่ค่าตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่นการยอมรับนับถือจากหัวหน้า เป็นต้น อย่างไรก็ดี พื้นฐานของการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม “กลยุทธ์การบริหารค่าตอบแทน กับการเติบโตขององค์กร”

กลยุทธ์ทางด้านการบริหารค่าตอบแทนจะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง

มีท่านผู้อ่านหลายท่านส่งอีเมล์ มาสอบถามว่า ถ้าองค์กรต้องการกำหนดแผนกลยุทธ์ในการบริหารค่าตอบแทนของตนเอง จะต้องพิจารณาอะไรบ้าง ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะเอามาเขียนเป็นบทความให้อ่านกัน ก็เลยนำเอามาลงเพื่อให้เป็นความรู้และเป็นแนวทางสำหรับบริษัทที่ต้องการที่จะกำหนดแผนกลยุทธ์ของการบริหารค่าตอบแทน อ่านเพิ่มเติม “กลยุทธ์ทางด้านการบริหารค่าตอบแทนจะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง”

สิ่งที่ต้องระวังถ้าบริษัทต้องการปรับอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาใหม่

จากที่ได้เขียนบทความเรื่องของข้อมูลผลการสำรวจค่าจ้างในเรื่องของอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาในระดับการศึกษาและสาขาวิชาต่างๆ มาให้อ่าน 3 ตอนที่ผ่านไปนั้น ก็มีท่านผู้อ่านให้ความสนใจ และแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นความเห็นที่มีประโยชน์มากสำหรับเรื่องของการนำเอาข้อมูลไปใช้งานจริง สิ่งที่ผมอยากจะเขียนต่อก็คือ ถ้ามีบางบริษัทต้องการที่จะปรับอัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ตามวุฒิการศึกษาจริงๆ สิ่งที่ต้องระวังควรมีเรื่องอะไรบ้าง และถ้าจะปรับจะต้องทำอย่างไรบ้าง

  • ปรับอัตราใหม่แล้วอย่าลืมพนักงานเก่าที่รับเข้ามาก่อนหน้า ประเด็นแรกที่ต้องระวังให้ดีก็คือ ถ้ามีการปรับอัตราแรกจ้างใหม่เช่นจาก 13,000 เป็น 15,000 บาท ในต้นปีหน้า ผลที่เกิดขึ้นก็คือพนักงานใหม่ตามวุฒิการศึกษานั้นก็จะไดรับเงินเดือนใหม่ตามที่กำหนด คำถามก็คือ แล้วพนักงานในวุฒิการศึกษาเดียวกัน ที่เพิ่งรับเข้าทำงานในช่วงปีที่ผ่านมาสัก 2-3 ปีเราจะทำอย่างไร บางบริษัทไม่มีการปรับพนักงานเก่าที่รับเข้าทำงาน ผลก็คือพนักงานใหม่จะได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าพนักงานเก่าที่ทำงานมานานกว่า ซึ่งปัญหานี้ก็จะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานเก่าเป็นอย่างมาก และจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในการทำงานขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แล้วแนวทางในการปรับจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

ผมต้องขอเรียนตรงๆ ว่า เรื่องของปรับผลกระทบจากการปรับอัตราแรกจ้างแบบนี้ ถ้าจะมีการปรับให้พนักงานทุกคนก็คงจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องอาศัยงบประมาณที่สูงมาก และอาจจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการทำงานของบริษัท ซึ่งองค์กรเองก็ต้องหาวิธีการที่ทำให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราแรกจ้างใหม่นี้ ได้รับผลกระทบทางลบที่น้อยที่สุด แต่จะให้ทุกคน ก็คงเป็นไปไม่ได้ มันก็เลยเกิดแนวทางในการปรับแบบไล่ผลกระทบตามสูตรดังต่อไปนี้

จำนวนเงินปรับ = (เงินเดือนพนักงาน – แรกจ้างเดิม) x 0.7 + แรกจ้างใหม่ – ค่าจ้างพนักงาน

ผลจากการคำนวณจะออกมาเป็นจำนวนเงินปรับ ซึ่งถ้าไล่คำนวณไปตั้งแต่พนักงานที่เพิ่งรับเข้ามาตามวุฒิการศึกษาไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าพอคำนวณถึงจุดหนึ่ง ผลการคำนวณก็จะติดลบ ซึ่งแปลว่า พนักงานที่ได้ผลการคำนวณติดลบนั้นจะไม่ได้รับการปรับผลกระทบในครั้งนี้ ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ

สมมุติว่าบริษัทอนุมัติอัตราแรกจ้างใหม่สำหรับวุฒิปริญญาตรีสังคมศาสตร์ ซึ่งเดิมเคยเริ่มจ้างที่ 13,000 ปรับเป็น 14,000 บาทในปีถัดไป

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า ผลการคำนวณเงินเดือนใหม่ของพนักงานเก่า จะถูกปรับยกขึ้นไปที่อัตราแรกจ้างใหม่ในปีถัดไปก่อนที่จะเริ่มรับพนักงานใหม่เข้ามาที่อัตราใหม่ที่กำหนดไว้ ก็จะทำให้เงินเดือนของพนักงานใหม่เข้ามาแล้วไม่สูงกว่าพนักงานเก่าที่รับเข้ามาก่อนหน้านั้น และด้วยวิธีนี้เอง พนักงานเดิมที่เคยมีเงินเดือนมากกว่าอีกคนหนึ่ง ก็จะยังคงมากกว่าอยู่ เพียงแต่อาจจะใกล้กันมากขึ้นหลังจากปรับผลกระทบแล้ว

ผลก็คือ จะทำให้การบริหารเงินเดือน โดยเฉพาะเรื่องของการปรับอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาเกิดความเป็นธรรมสำหรับพนักงานมากขึ้นกว่าการที่จะปรับเฉพาะคนที่เข้าใหม่ หรือ บางบริษัทปรับทุกคนที่ต่ำกว่า 14,000 ไปเริ่มต้นกันใหม่ที่ 14,000 หมดทุกคน ซึ่งก็ไม่เป็นธรรมต่อคนที่เข้ามาทำงานก่อนหน้าเช่นกัน และพนักงานคนที่ 8 จะไม่ได้รับการปรับเนื่องจากผลการคำนวณติดลบ

ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านจะต้องสงสัยว่า 0.7 ที่เป็นตัวคูณนั้นมันคืออะไร ถ้าเป็นผู้อ่านที่ติดตามผมมาตั้งแต่ต้น ก็น่าจะพอจำได้ว่ามันคืออะไร และใช้งานอย่างไร แต่ถ้าเพิ่งติดตามกัน หรือจำไม่ได้ ผมรบกวนให้ไปอ่านจากบทความเก่าๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งผมได้ให้ link มาให้ตามนี้เลยครับ (http://wp.me/pBmlU-be) และ (http://wp.me/pBmlU-HM) จะมีคำตอบที่ผมตอบผู้อ่านไว้เยอะว่ามันคืออะไร ซึ่งจริงๆ ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ครับ

อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนจบ)

ตอนสุดท้ายของอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษา สำหรับพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ และเข้าทำงานในบริษัท จากที่ได้เล่าให้อ่านกันตั้งแต่ระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี วันนี้ก็เป็นวุฒิการศึกษาสุดท้ายที่มีในรายงานผลการสำรวจค่าจ้างเงินเดือนของทางสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) และของ บริษัท การจัดการธุรกิจ จำกัด (BMC) ซึ่งก็คือวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทนั่นเอง อ่านเพิ่มเติม “อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนจบ)”

อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนที่2)

วันนี้มาต่อเรื่องของอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาสำหรับพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษามาในวุฒิปริญญาตรีว่า ผลการสำรวจค่าจ้างในปีนี้จะออกมาเป็นเท่าไหร่

พนักงานในวุฒิการศึกษาปริญญาตรี ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการตัว และเป็นวุฒิการศึกษาที่มีคนจบมาสูงที่สุด เพราะคนที่จบสายอาชีพไม่ว่าจะเป็นระดับ ปวช. หรือ ปวส. นั้น ล้วนแต่ไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีกันเกือบหมด ยิ่งไปกว่านั้นภาครัฐที่ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า ปริญญาตรีจบใหม่อัตราเริ่มจ้างจะอยู่ที่ 15,000 บาท ก็มีผลทำให้เด็กที่จบใหม่ในระดับปริญญาตรีขอเงินเดือนกันสูงขึ้นมากกว่าในปีที่ผ่านมา อย่างน้อยๆ ก็กล้าขอที่ 15,000 บาท เท่ากับราชการ บางคนที่จบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหน่อยก็เขียนตัวเลขเงินเดือนถึง 20,000 บาทกันเลยก็มี อ่านเพิ่มเติม “อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนที่2)”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑