
ในระยะเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนักของกลุ่มพนักงานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่เพิ่งบังคับใช้ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สิ่งที่ผมได้รับก็คือคำถามและข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการปรับค่าจ้างของนายจ้าง ซึ่งทำให้พนักงานรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม และไม่เพียงแค่นั้น ยังได้รับคำบ่น ตัดพ้อ และความไม่พอใจ ที่มีต่อการปรับค่าจ้างที่ผ่านมาด้วย อ่านเพิ่มเติม “การปรับค่าจ้างขั้นต่ำกับแรงจูงใจพนักงาน”
มีคำถามเกิดขึ้นในช่วงนี้มากว่า หลังจากที่เราปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกันแล้ว พนักงานที่ได้รับผลกระทบตามมาก็ต้องได้รับการปรับด้วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในระดับ ปวช. ปวส. หรือแม้กระทั่งปริญญาตรีในบางสาขาวิชาชีพ ก็เพื่อหนีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ออกไป ทื้งนี้ก็เพื่อให้เกิดแรงจูงใจที่ดีในการทำงาน รวมทั้งเกิดความเป็นธรรมมากขึ้นด้วย แต่เคยถามตัวเองหรือไม่ว่า พอปรับแล้ว อัตราที่เราปรับให้กับพนักงานนั้น แข่งขันได้จริงหรือไม่ และโครงสร้างเงินเดือนของเราจะต้องปรับอย่างไรบ้าง
เดือนเมษายนนี้เป็นเดือนบังคับใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ซึ่งเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้นเกือบ 40% ซึ่งทำให้นายจ้างหลายแห่งมีปัญหาในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่างมากทีเดียว ในช่วงแรกๆ ก็คือประมาณต้นปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความเรื่องวิธีการปรับอยู่หลายบทความ ก็คิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่พอถึงเดือนเมษายนเข้าจริงๆ ปรากฎว่า มีหลายบริษัทที่เพิ่งตระหนักว่าจะต้องปรับแล้ว ก็เลยเกิดอาการรีบร้อน และปรับผิดปรับถูกกันอยู่พักใหญ่เลยครับ แต่ก็ยังสามารถทำได้ทันอยู่ แต่ก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นในอีกหลายๆ แห่ง ที่ยังอาจจะไม่เข้าใจชัดเจนในหลักการการปรับครั้งนี้ ก็เลยขอถือโอกาสเขียนถึงเรื่องนี้อีกครั้งครับ
ผมได้เขียนเรื่องราวของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปหลายมุมมองมาก พร้อมกับให้สูตรในการคำนวณเพื่อให้มีการปรับที่เป็นธรรมกับพนักงานและบริษัทเองก็สามารถควบคุมงบประมาณที่ตนเองพอจะมีอยู่ได้ ลองค้นหาดูในบทความเก่าๆ เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนะครับ แต่สิ่งที่ผมได้รับทราบมาจากหลายๆ บริษัทก็คือ มีหลายบริษัทที่ใช้วิธีการที่ไม่ค่อยเหมาะสม และทำการปรับโดย