สิ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ทำกัน

วันนี้ขอมาในแนวการพัฒนาตนเองสักหน่อยนะครับ หลังจากที่ไม่ได้เขียนเรื่องราวทำนองนี้มานาน ช่วงวันหยุดยาวๆ แบบนี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ซื้อเก็บไว้มานานแล้วอยู่เล่มหนึ่งชื่อว่า 13 Things mentally strong people don’t do ซึ่งเขียนโดย Amy Morin เป็นนักจิตวิทยาบำบัด ซึ่งได้รวมรวมประเด็นที่คนที่ประสบความสำเร็จเขาไม่ทำกัน ว่ามีอะไรบ้าง เผื่อว่าท่านใดที่อยากประสบความสำเร็จจะได้ลองนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตนเองดูบ้าง อ่านเพิ่มเติม “สิ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ทำกัน”

สอนให้คิด แต่คิดไม่ออก บอกขอลอกเลยดีกว่า

วันนี้ขออนุญาตบ่นให้ฟังสักหน่อยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่า ท่านผู้อ่านเคยเจอกับเหตุการณ์ดังต่อไปนี้หรือไม่นะครับ และต้องบอกก่อนว่า ในกรณีของผมที่เจอมานั้น ก็ไม่ใช่จะสรุปว่าทุกคนจะเป็นแบบนั้นนะครับ เพียงแต่รู้สึกว่าแนวโน้มมันจะเป็นแบบที่ผมเจอมากขึ้นเรื่อยๆ หลายท่านอาจจะสงสัยแล้วว่า ผมเจอกับเรื่องอะไร อ่านเพิ่มเติม “สอนให้คิด แต่คิดไม่ออก บอกขอลอกเลยดีกว่า”

ชีวิตกับโทรศัพท์มือถือ หรือจะเป็นสิ่งที่ชีวิตขาดมันไม่ได้

เมื่อวานนี้ไม่ได้เขียนบทความให้อ่านกันต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีนอนป่วยเพราะไข้หวัด (นี่พอจะ เริ่มมีแรงขีดๆ เขียนๆ อะไรได้บ้าง ก็เลยคันไม้คันมืออยากเขียนระบาย) พอไม่สบาย ก็เลยเท่ากับว่าไม่ได้ติดต่อสื่อสารอะไรกับใคร ทั้งอินเตอร์เน็ต อีเมล์ โทรศัพท์ ไลน์ messenger ฯลฯ เท่าที่มีอยู่กับตัว จากเดิมที่ชีวิตวนเวียนกับการติดต่อสื่อสารเต็มไปหมด พอหยุดมัน กลับมีความรู้สึกว่าโล่งขึ้น สบายขึ้น ไม่เครียด

ท่านผู้อ่านเคยรู้สึกบ้างมั้ยครับว่า เราติดเครื่องมือสื่อสารมากเกินไป บางคนที่ผมเคยเห็น ต้องถือโทรศัพท์ไว้กับมือตลอดเวลา เหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว ขาดมันไม่ได้

บางคนลืมโทรศัพท์มือถือนี่จะเป็นจะตายให้ได้ ยิ่งกว่าลืมกระเป๋าสตางค์

ลองดูเหตุการณ์ต่อไปนี้นะครับ ว่าคุ้นๆ บ้างหรือไม่

  • นัดเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน มาทานข้าวด้วยกัน พอได้เจอก็ดีใจกัน คุยกันได้ไม่นาน ต่างคนต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาพิมพ์ข้อความคุยกับคนอื่น แต่ไม่คุยกันเอง

 

  • ไปทานข้าวกับเพื่อน แต่เพื่อนมัวแต่นั่งกดโทรศัพท์มือถือ ปล่อยให้เรานั่งกินอยู่คนเดียว แบบนี้เหมือนไปทานข้าวกับเพื่อนจริงๆ หรือ

 

  • เวลานั่งประชุม ก็เอาโทรศัพท์มือถือมาวางไว้ข้างตัว แม้ว่าจะปิดเสียงแล้วก็ตาม แต่ก็จะเห็นหน้าจอว่ามันมีข้อความปรากฎขึ้นมา ก็ต้องหยิบขึ้นมาดู และตอบ โดยที่ไม่สนใจว่ากำลังประชุมงานสำคัญอยู่

 

  • เวลานั่งรอประชุมกับเพื่อนๆ พนักงาน สิ่งที่เห็นก็คือ มักจะมีคนมาถึงห้องประชุมก่อน แต่พอมาถึง ต่างคนต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วก็นั่งกดๆๆๆ กันไป โดยไม่มีการหันหน้ามาคุยหรือทักทายกันเลย ผิดจากสมัยก่อนที่ผมจำได้ ตอนที่ยังไม่มี chat หรือ line ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เวลาที่มาถึงห้องประชุมกันก่อน เราก็จะนั่งคุยกัน ถามไถ่ทุกข์สุขกัน บางคนก็มานั่งเล่าเรื่องตลกให้กันและกันฟัง นั่งหัวเราะกันไปทั้งห้อง แต่เดี๋ยวนี้ นั้งเงียบต่างคนต่างกดๆๆๆ โทรศัพท์มือถือ ของตนเองกันไป

 

  • เวลาขึ้นรถไฟฟ้า ก็มักจะเห็นเสมอ 90% ของผู้โดยสารจะต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและดูมัน หรือกดๆๆ คุยๆๆ กันไป โดยที่ไม่สนใจคนข้างหน้าข้างหลังว่าจะขึ้นจะลง จะมีเด็ก คนแก่ คนท้อง ขึ้นมาสักกี่คน ก็ไม่สนใจ โลกนี้มีแต่ฉันกับโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

 

  • บางคนไม่มีอะไร แต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถูๆ ไถๆ ไป หรือหนักไปกว่านั้น ต้องคอยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอว่ามีข้อความอะไรมาหรือไม่ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเข้ามา

 

  • เคยเห็นบางครอบครัวไปกินข้าวกันทั้งบ้าน นั่งด้วยกัน แต่ไม่คุยกันเลย พ่อก็เครื่องนึง แม่เครื่องนึง ลูกๆ ก็ต่างคนต่างมีคนละเครื่อง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา กดๆๆๆๆๆ

 

  • นอกจากข้อความและการติดต่อพูดคุยแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการเช็คอีเมล์ ที่บางคนทนไม่ได้ต้องคอยเช็คอีเมล์ว่ามีอะไรเข้ามาหรือไม่ทุกๆ สามนาที

 

  • บางคนก็ต้องคอยเปิดดูยอดกดไลค์ว่ามันขึ้นถึงเท่าไหร่แล้วทั้งวัน

เหตุการณ์ที่ว่ามาทั้งหมด มันเกือบจะกลายเป็นชีวิตปกติของคนเราไปหมดแล้ว เหมือนกับว่าเราสื่อสารอยู่ตลอดเวลา แต่เรากลับรู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่มีเพื่อน เราอยู่ใกล้คนนี้ แต่ไปคุยกับอีกคน พอเราไปอยู่กับอีกคน เราก็ไปคุยกับอีกคนทงโทรศัพท์มือถือ

สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เราขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นที่อยู่ใกล้ตัวเรา บางทีเราอาจจะคิดว่า ก็เขาอยู่ใกล้เราแล้วก็ไม่จำเป็นต้องคุยอะไร ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าคนใกล้ตัวนี่แหละสำคัญที่สุด เป็นคนที่เราต้องหมั่นพูดคุย สร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พ่อ แม่ พี่น้อง ลูก หลาน ฯลฯ

พอได้ตัดการติดต่อออกไปเพราะไม่สบาย ก็ทำให้รู้สึกว่า มันปลอดโปร่งโล่งสบายมาก ได้นั่งคิด นั่งทบทวนสิ่งที่ตนเองได้ทำ นั่งคิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ และวิธีการที่จะได้ทำมัน ฯลฯ

ก็เอาเป็นว่าแบ่งเวลาให้ดี ให้เวลากับคนใกล้ชิดแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่มัวแต่คุย พิมพ์ หรือติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ผ่านโทรศัพท์มือถือตลอดเวลาจนลืมให้เวลากับคนสำคัญในชีวิตนะครับ

วันนี้อาจจะเพราะไข้ขึ้นสูง ก็เลยเพ้อไปนิดนึงครับ ^^

บริหารเวลาได้เก่งอย่างเดียว คงไม่เพียงพอแล้วในยุคนี้

เรื่องของ Time Management เป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจมาก แทบจะทุกคน ทุกองค์กร พยายามที่จะสอนและให้คำแนะนำพนักงาน และผู้บริหารของตนเองให้บริหารเวลาให้ดี เพื่อให้การทำงานของตนเองออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ทำให้การบริหารเวลาเก่งๆ เพียวอย่างเดียว ก็อาจจะไม่พอที่จะทำให้เราเกิด productivity ในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป อ่านเพิ่มเติม “บริหารเวลาได้เก่งอย่างเดียว คงไม่เพียงพอแล้วในยุคนี้”

อย่าทำงานจนลืมฟังเสียงเตือนจากร่างกายเราเอง

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผมได้ยินเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คุยกันบ่อยมากในประเด็นเรื่องของความเหนื่อยล้าในการทำงาน บางคนบอกว่า ต้องทำงานตลอดเวลา ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้งานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บางคนทำงานวันละ 20 ชั่วโมง นอนอีก 4 ชั่วโมง จนสุดท้ายร่างกายก็เริ่มส่งสัญญานเตือน แต่เจ้าของร่างกายกลับไม่ฟังคำเตือน ยังคงฝืนทำงานต่อไป เพราะคิดว่า ตนเองแข็งแรงมาก และไม่เป็นอะไรแน่นอน อ่านเพิ่มเติม “อย่าทำงานจนลืมฟังเสียงเตือนจากร่างกายเราเอง”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑