ในการบริหารค่าตอบแทนนั้น ผมเห็นหลายองค์กรพยายามที่จะ copy ระบบจากองค์กรที่มีระบบค่าตอบแทนที่ดี และจ่ายได้ในระดับที่แข่งขันได้ เพราะเห็นว่า เป็นองค์กรที่มีผลประกอบการที่ดี ก็เลยอยากจะ Benchmark ด้วย และอยากที่จะ copy ระบบที่ดีๆ หลายๆ อย่างมาใช้ในองค์กรของเราเอง แต่เชื่อมั้ยครับว่า ผลที่ได้ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการเลย โดยเฉพาะเรื่องของระบบการบริหารค่าตอบแทนนั้น เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถ copy มาใช้กันได้อย่างตรงๆ
อ่านเพิ่มเติม “นโยบายการบริหารค่าตอบแทนแบบไหน ที่เหมาะสมกับองค์กรของเรา”เงินเดือนมูลฐาน สูงกว่าตลาด ไม่ได้แปลว่า เราจ่ายสูงกว่าตลาดเสมอไป
ผมได้รับคำถามจากผู้อ่านในเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือน คำถามมีอยู่ว่า บริษัทมีการเข้าร่วมการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน และได้ทำการเปรียบเทียบเงินเดือนของบริษัท กับเงินเดือนของตลาดแล้ว ปรากฏว่าเงินเดือนของบริษัทสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาดอยู่พอสมควร แต่ทำไม ยังคงมีปัญหาในการดึงดูดและรักษาพนักงานอยู่ดี ก็เลยอยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร
อ่านเพิ่มเติม “เงินเดือนมูลฐาน สูงกว่าตลาด ไม่ได้แปลว่า เราจ่ายสูงกว่าตลาดเสมอไป”สัญญาณสำคัญ 5 ประการของคนที่เริ่ม Burnout จากการทำงาน
ทุกวันนี้คุณทำงานมากเกินไปหรือเปล่า คุณรู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงานสักแค่ไหน บางคนไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเหนื่อยจากการทำงาน ก็ยังคงนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจ และใส่ใจในสุขภาพของตนเองมากนัก เพราะคิดว่า ยังไหวอยู่ และก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก
แต่ผลการวิจัยในเรื่องของความเหนื่อยล้าจากการทำงาน บอกไว้ชัดเจนมากว่า คนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมากๆ นั้น นอกจากจะมีปัญหาด้านสุขภาพแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ ผลงานจะแย่ลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว จนบางคนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมตนเองถึงทำงานไม่ได้ตามที่ตนเองตั้งใจไว้เลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนทำได้อย่างรวดเร็ว
วันนี้จะเอาสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเหนื่อยล้าในการทำงานมากเกินไป เป็นสัญญาณง่ายๆ ที่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง
- ไม่มีสมาธิในการทำงาน คนที่เหนื่อยล้ามากเกินไป จะเริ่มไม่มีสมาธิในการทำงาน ทำอะไรก็จะสั้นๆ แล้วก็คิดถึงเรื่องอื่น ทำสักพักก็หยุดคิดถึงเรื่องอื่นอีก ไม่มีพลังจดจ่อในสิ่งที่กำลังทำอยู่ ถ้าคุณเริ่มขาดสมาธิในการทำงานทั้งๆ ที่เดิมสามารถที่จะนั่งทำงานจดจ่อได้เป็นชั่วโมงๆ นั่นเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานแล้ว
- รู้สึกถึงงานที่ผิดพลาดมากขึ้น ความเหนื่อยล้าในการทำงาน เกิดจากการที่เราทำงานมากเกินไป ซึ่งเมื่อเราทำงานมากเกินไป รับผิดชอบมากเกินไป ปริมาณงานมากเกินไป ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขาดสมาธิ ก็คือ เราจะเริ่มทำงานผิดพลาดมากขึ้น และทำงานเสร็จไม่ตรงตามกำหนดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เรารู้สึกผิด และเครียดมากขึ้น เนื่องจากเดิมเราสามารถทำได้ตามเป้า ตามแผนงานทุกอย่าง แต่พอเหนื่อยล้าจากงาน ก็จะทำให้เราทำงานพลาดมากขึ้น โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว
- อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ คนที่เหนื่อยมากๆ จากการทำงานจะมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ยากขึ้น หงุดหงิด ฉุนเฉียว โดยที่เราไม่รู้ตัว จนบางครั้งทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดีไปด้วย เพราะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเราเอง
- ทำตัวแปลกแยกจากสังคม สัญญาณอีกประการหนึ่งที่บอกว่าเราเหนื่อยล้าจากงานแล้ว ก็คือ การที่เราเริ่มไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครอีกต่อไป เบื่อที่จะต้องพบปะผู้คนเยอะๆ เบื่อที่จะต้องพูดคุยกับคนอื่น เมื่องานเยอะ และทำงานพลาดมากขึ้น ก็จะเริ่มรู้สึกผิด พอเริ่มรู้สึกผิด ก็จะทำให้ไม่ค่อยอยากจะเจอใคร เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่า เราไม่ดี ไม่เก่ง ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่อยากเจอใครอีก
- ไม่ค่อยอยากลุกจากเตียงในตอนเช้า คนที่เหนื่อยล้ามากๆ ร่างกายจะต้องการการพักผ่อนมากขึ้นก็เลยทำให้ร่างกายไม่ค่อยอยากจะตื่นนอนในตอนเช้า ทั้งๆที่เคยเป็นคนที่ชอบตื่นเช้า และไม่ค่อยมีปัญหาในการตื่นเช้า แต่ช่วงหลังๆ เริ่มที่จะไม่อยากตื่น ไม่อยากลุกไปทำงาน ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากที่จะนอนต่อไปเรื่อยๆ (ไม่ใช่คนที่ขี้เกียจอยู่แล้วนะครับ)
สัญญาณ 5 ประการที่กล่าวมา เป็นสัญญาณคร่าวๆ ที่พอบอกได้ว่าขณะนี้คุณกำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือไม่ ลองพิจารณาตัวเองดูว่า เรามีอาการต่างๆ ที่กล่าวมาในข้างต้นหรือไม่
ถ้ามีอาการดังกล่าวอย่างน้อย 3 ประการในช่วงนี้ ก็แปลง่ายๆ ได้ว่าคุณกำลังเหนื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งก็คงต้องหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น
ถ้าร่างกายเรารับไม่ไหว เราจะเสียทั้งงานและเสียทั้งสุขภาพด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเราเองในระยะยาวอย่างแน่นอนครับ
พนักงานรักองค์กรจริง ๆ หรือ ไปที่ไหนก็ไม่มีใครรับกันแน่
ทุกองค์กรย่อมอยากที่จะให้พนักงานของตนนั้น มีความรักองค์กร ซึ่งความรักองค์กรนั้น คนส่วนใหญ่มักจะมองจากการที่พนักงานอยู่ทำงานกับบริษัทนานๆ ไม่เปลี่ยนงาน หรือย้ายงานไปไหน ยังคงอยู่ทำงานกับองค์กรไปเรื่อยๆ จนเกษียณอายุ
อ่านเพิ่มเติม “พนักงานรักองค์กรจริง ๆ หรือ ไปที่ไหนก็ไม่มีใครรับกันแน่”