Inspired Story: เก้าอี้สีเขียว

เรื่องมีอยู่ว่าจู่ๆเศรษฐีนีนางหนึ่งก็เกิดหลงใหลได้ปลื้มกับเก้าอี้สีเขียวที่ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษของเธอ เธอจึงต้องการทาสีบ้านทั้งหลังของเธอให้เป็นสีเขียวเหมือนเก้าอี้ตัวนั้น

“ใครก็ตามที่สามารถทาสีบ้านของฉันด้วยสีเขียวแล้วมันเขียวเหมือนเก้าอี้ตัวนี้ ฉันจะตบรางวัลให้อย่างงาม”

เศรษฐีนีประกาศออกไป

“ไม่ว่าจะผสมสีอะไรใส่ก็ตาม”

ช่างทาสีแทบทั้งเมืองต่างเดินทางมาขอรับงานนี้ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเศรษฐีนีผู้นี้เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น

แต่เมื่อช่างคนแรกเริ่มทาสีห้องรับแขก เขาก็เริ่มรู้แล้วว่างานนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตอนเทียบสีที่ผสมเสร็จครั้งแรกด้วยสายตา อาจจะมองเห็นเป็นสีเขียวเหมือนกัน แต่เมื่อสีแห้งลง สีห้องที่เป็นสีเขียวก็จะผิดเพื้ยนไปจากสีของเก้าอี้เล็กน้อย

“มันเขียวอ่อนกว่าตั้งแยะนี่”

เสียงเศรษฐีนีพูดขึ้น

“ถ้านายช่างทาต่อไปทั้งหลัง ฉันไม่รับประกันด้วยนะ ว่าฉันจะจ่ายเงิน ถ้ามันไม่เหมือน”

ช่างทางสีคนแรกจึงขอถอนตัว ช่างทางสีคนที่ 2 ก็มาขอขอรับงานต่อ ช่างคนนี้ดูจะรอบคอบกว่าคนแรก เขาบรรจง

ผสมสีเขียวกับสีน้ำเงินและสีเหลือง รวมทั้งสีดำด้วยเพื่อให้ออกมาคล้ายที่สุด แล้วก็เฝ้ารอให้สีแห้งเพื่อจะได้เทียบสีกับเก้าอี้

อนิจจา ช่างทาสีคนที่ 2 ใช้เวลาไปเกือบอาทิตย์ก็ยังไม่เริ่มทาสีจริงเสียที เพราะมัวแต่ผสมสีอยู่

ในที่สุด ช่างคนที่ 2 ก็ขอถอนตัวหลังจากผ่านไป 1 เดือน ช่างคนอื่นๆ เมื่อรู้ข่าวความยากในการผสมสีให้เหมือน

ก็ไม่กล้ารับงานนี้

จะเหลือก็เพียงช่างศรี ช่างทาสีที่หนุ่มที่สุดในบรรดาช่างที่จะมาขอรับงาน

“ขอเวลาแค่ 4 วัน บ้านทั้งหลังของท่านจะมีสีเขียวเหมือนเก้าอี้ตัวนี้”

ช่างศรีมั่นใจสูตรผสมสีของของตนเอง

2 วันผ่านไปเมื่อเศรษฐีนีมาดูบ้านที่ทาสีเสร็จ นางยกเก้าอี้สีเขียวในห้องรับแขกเดินเทียบสีไปทุกๆห้อง

ทั้งภายนอกบ้านและภายในบ้าน นางแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความดีใจ บ้านทั้งหลังมีสีเขียวเหมือนกับเก้าอี้

ไม่มีผิดเพื้ยนแม้แต่นิดเดียว

ช่างศรีได้รับการตบรางวัลครั้งใหญ่ มันมากพอที่เขาจะซื้อที่ดินและบ้านหลังใหม่ แต่นั่นไม่เท่ากับทำให้เขากลายเป็นช่างทาสีที่โด่งดังที่สุดในเมือง มีงานทาสีหลั่งไหลเข้ามาหาเขาไม่ขาดสาย ไม่ถึง 10 ปีช่างศรีก็มีกิจการทาสีใหญ่โตและกลายเป็นเศรษฐีน้อยๆ แต่ถึงเขาจะมีลูกน้องฝีมือดีมากมายนับร้อย ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่รู้สูตรลับการผสม สีเขียวในตำนานของเขา และไม่ว่าใครจะถามอย่างไร ช่างศรีก็ไม่เคยปริปากบอก

ผ่านไปเกือบ 50 ปี วันที่ช่างศรีในวัยชรานอนอยู่บนเตียงและกำลังจะจากโลกนี้ไปด้วยโรคชรา

ในที่สุดช่างศรีก็เปิดเผยสูตรลับการผสมสีเขียวครั้งนั้น

เสียงแผ่วเบาของชายชราดังขึ้น คนที่อยู่ใกล้ๆเท่านั้นถึงจะได้ยิน

.

.

.

“ก็ทาสีเก้าอี้ให้เหมือนสีบ้านสิ เด็กโง่”

เรื่องจาก : คุณประภาส ชลศรานนท์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: