ใคร ๆ ก็พูดถึง การลาออกครั้งใหญ่ (The Great Resignation) มันคืออะไรกันแน่

ช่วงต้นปี 2021 เริ่มมีบทความและคนพูดถึงเรื่องของการลาออกครั้งใหญ่ ที่มีชื่อเรียกกันว่า The Great Resignation ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแรงงานของทาง USA ก็พบว่า มีคนอเมริกันที่ลาออกจากงานตั้งแต่ต้นปี 2021 ถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมาจำนวนถึง 4 ล้านคน ซึ่งถือเป็นการลาออกที่สูงสุดในปี 2021 ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการลาออกยังคงรักษาระดับสูงผิดปกติตามมาทุกเดือนจนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจำนวนพนักงานลาออกมีถึง 10.9 ล้านคน ก็เลยมีคำถามตามมาว่า แล้วองค์กรต่าง ๆ จะมีวิธีการในการดูแล และเก็บรักษาพนักงานไว้อย่างไรได้บ้าง

ทาง Harvard Business School ใน USA ก็ได้ศึกษาวิจัยเชิงลึก โดยศึกษาวิจัยข้อมูลกลุ่มคนทำงานจำนวน 9 ล้านคน ในกว่า 4,000 บริษัท ก็พบประเด็นของการลาออกครั้งใหญ่ที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้

  • พนักงานที่ลาออกส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 30-45 ปี ซึ่งถือเป็นช่วง Mid-Career ของการทำงานของคนเรา รายละเอียดจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า พนักงานช่วงอายุที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานระหว่าง 20-25 ปี และช่วงอายุก่อนเกษียณ คือ 50 ปีขึ้นไปนั้น จะมีอัตราการลาออกที่ต่ำ ไม่ค่อยมีใครลาออกกันในช่วงนี้ ซึ่งในการศึกษาก็พบสาเหตุของการลาออกที่สูงมากของคนช่วงวัยกลางคนดังนี้
    • การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานมาทำงานจากที่บ้าน ช่วงโควิด 19 มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในเรื่องของสถานที่ทำงาน จากทำงานในออฟฟิศ ก็ต้องมาทำงานกันที่บ้าน องค์กรส่วนใหญ่ต้องให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ซึ่งสาเหตุนี้ทำให้นายจ้างต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว เพื่อมั่นใจได้ว่าจะสามารถทำงานได้ องค์กรส่วนใหญ่ก็เลยต้องการพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน เนื่องจากช่วงเวลาแบบนี้การฝึกฝนพนักงานใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษาเป็นไปได้อย่างยากลำบากพอสมควร ก็เลยทำให้มีการประกาศรับคนงานในช่วงอายุ 30-45 กันอย่างมากมาย
    • การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานมีน้อยในช่วงโควิด19 โดยเฉพาะการเลื่อนตำแหน่ง ในระยะเวลาที่ไม่แน่นอนแบบนี้ องค์กรส่วนใหญ่ต่างก็ชะลอการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งของพนักงานออกไป ซึ่งพนักงานในช่วงอายุ 30-45 นี่แหละ ที่ถือว่ากำลังรอรับการเลื่อนตำแหน่งกันอยู่ แต่กลับต้องถูกชะลอไปก่อนเนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา ก็เลยทำให้พนักงานในกลุ่มนี้ต้องตัดสินใจไขว่คว้าหาโอกาสจากภายนอกกันมากขึ้น
    • สภาพการทำงานในช่วงโควิด 19 พนักงานกลุ่มนี้ต้องทำงานในสภาพที่กดดัน เครียด เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายองค์กรมีการลดอัตรากำลังคนลงบางส่วน ทำให้พนักงานที่ทำงานอยู่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการทำงานจากที่บ้าน มีปัญหาต่างๆ มากมาย การไม่สื่อสารกัน การประชุมติดต่อกันนาน ๆ จนเกินไป ฯลฯ พนักงานรู้สึกว่าทำงานมากกว่าปกติ แต่องค์กรก็ไม่คิดจะรับพนักงานใหม่มาช่วยงานในช่วงนี้ พอกดดันมาก ๆ เข้าก็ตัดสินใจลาออกจากองค์กรไป

  • การลาออกครั้งใหญ่เกิดกับธุรกิจเทคโนโลยี และสุขภาพ ใน USA สองธุรกิจนี้จะประสบกับภาวะการลาออกครั้งใหญ่มากที่สุด เมื่อเทียบกับธุรกิจในด้านอื่น ๆ

แนวทางในการป้องกันปัญหานี้ ทาง ผู้วิจัยก็ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า

  • นายจ้างต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึกของพนักงานมากขึ้น ต้องใช้ข้อมูลในการบริหารพนักงานมาวิเคราะห์ถึงแนวโน้ม และคาดคะเนว่าองค์กรของเรานั้นจะมีปัญหาการลาออกเกิดขึ้นหรือไม่ และถ้าเกิดจะเกิดกับพนักงานในกลุ่มใดบ้าง ศึกษาถึงปัญหา และบรรยากาศในการทำงาน ให้มีการสอบถามและสำรวจความคิดเห็นจากพนักงานมากขึ้น คำนวณหาอัตราการลาออก และตัวเลขการลา การเจ็บป่วย ระดับความเครียดของพนักงาน ฯลฯ

  • หาสาเหตุให้เจอ เมื่อได้ตัวเลขจากการเก็บข้อมูลมาแล้ว ก็คงต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ซึ่งการวิเคราะห์ตรงนี้อาจจะต้องมีการทำ focus group เพิ่มเติมกับประเด็นตัวเลขที่เรารู้สึกว่ายังไม่แน่ใจ เพื่อให้มั่นใจจริง ๆ ว่าข้อมูลที่เราได้มานั้น สามารถวิเคราะห์สาเหตุได้อย่างแม่นยำ

  • พัฒนาระบบการเก็บรักษาพนักงาน จากนั้นก็ต้องวางระบบ และวิธีการในการเก็บรักษาพนักงานให้ตรงกับสาเหตุที่เราเก็บข้อมูลมาได้ จะต้องลงมือทำจริง เอาจริงเอาจังกับข้อมูลที่เราได้มา ไม่ใช่ได้ข้อมูลมาแล้วก็เพิกเฉย และคิดไปเองว่า เราคงทำอะไรมากไม่ได้ ถ้าคิดแบบนี้ และพนักงานของเรารู้เข้า เขาก็คงจะหมดกำลังใจในการทำงาน และยิ่งจะลาออกมากขึ้นไปอีก

แนวโน้มในอนาคตของระบบการเก็บรักษาพนักงาน ก็คือ ต้องดูแลพนักงานทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต มีระบบที่สร้างความสมดุลในชีวิตการทำงานของพนักงาน นายจ้างเองก็ต้องเคารพช่วงเวลาส่วนตัวของพนักงานด้วยเช่นกัน อีกทั้งระบบความก้าวหน้าในสายอาชีพก็คงต้องชัดเจน โดยเฉพาะกับกลุ่มพนักงานที่ต้องการจะลาออกในช่วงวัยกลางคน ว่าองค์กรของเรา สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานในเรื่องของความก้าวหน้าได้อย่างไรบ้าง

ก็หวังว่าเหตุการณ์การลาออกครั้งใหญ่ที่มีแต่คนบอกว่ามันจะเกิดขึ้นทั่วโลกนั้น จะไม่ลามมาถึงประเทศไทย หรือถ้ามาจริง ก็วางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า ตามแนวทางที่แนะนำไว้ข้างต้น ก็น่าจะพอช่วยได้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: