นิทานสอนใจ เศรษฐีหนู

ช่วงนี้หลายๆ คนประสบกับภาวะวิกฤติทางด้านการงาน และการเงินอยู่พอสมควร อีกทั้งโรคร้ายก็ยังระบาดอยู่อย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเราอย่างมากมาย แต่อย่างไรก็ดี กำลังใจ พลังใจ และแรงฮึดยังสำคัญมากในยุคนี้ ตัวเราเอง สามารถให้กำลังใจตนเองได้อยู่เสมอ แค่เราไม่ท้อ เราก็จะเห็นโอกาส วันนี้ก็เลยนำเอานิทานดีๆ อีกเรื่องจากเพจนิทานพื้นบ้าน มาให้อ่านกัน เผื่อเป็นคติสอนใจให้เราสู้ต่อไป และมองหาโอกาสในการสร้างความสำเร็จให้กับตนเองได้

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตทรงครองนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เกิดในตระกูลเศรษฐีมีนามว่า “จุลกะเศรษฐี” เป็นผู้มีสติปัญญาฉลาดรอบรู้ วันหนึ่งจุลกเศรษฐีต้องเดินทางเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน เห็นหนูตายตัวหนึ่งตรงถนนก็กล่าวว่า

“ผู้ใดมีปัญญา ถือเอาหนูตัวนี้แล้วอาจประกอบการงานให้เจริญเลี้ยงดูบุตรภรรยาให้มีสุขได้”

ผู้รับใช้ของจุลกเศรษฐีชื่อ “จุลันเตวาสิก” ได้ยินคำทำนายนั้น ก็ถือเอาหนูตายนั้นไปขาย ได้ทรัพย์มา 1 สตางค์ เขานำเงินนั้นไปซื้อน้ำอ้อยแจกคนเก็บดอกไม้หลวงและได้รับดอกไม้ตอบแทน จึงนำไปขายจนได้เงินถึง 4 บาท

ต่อมาวันหนึ่ง มีฝนตกพายุแรงจัด พัดไม้แห้ง กิ่งไม้ในพระราชอุทยานหักลงเป็นอันมาก คนในอุทยานขนไปทิ้งไม่ไหวเขาไปหาคนเฝ้าอุทยาน แล้วกล่าวว่า

“นาย ถ้าท่านให้กิ่งไม้เหล่านี้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขนมันออกไปให้”

คนเฝ้าอุทยานดีใจ เพราะไม่ต้องขนเอง จึงบอกอนุญาตทันที เขารีบไปยังสนามเด็กเล่นให้น้ำอ้อยเด็กๆ ดื่ม แล้วจึงขอแรงให้พวกเด็กขนต้นไม้แห้งเหล่านั้นออกไปกองไว้นอกอุทยาน เพียงครู่เดียวก็ขนออกไปหมด เขาวางกองฟืนนั้นไว้นอกอุทยาน พอดีช่างเผาหม้อ ต้องการฟืนจะเผาหม้อ จึงขอซื้อฟืนเขาไปเป็นเงิน 16 บาท และมอบตุ่มน้ำให้ 5 ใบ ให้เขาด้วย เขาจึงใช้เงิน 20 บาท ซื้อตุ่มน้ำเพิ่ม แล้วตั้งตุ่มน้ำสำหรับดื่มไว้ที่ใกล้ประตูเมืองไว้ให้คนตัดหญ้า 500 คนดื่ม เพื่อเป็นการผูกมิตร จากนั้น จุลันเตวาสิกได้คบหาสมาคมกับเพื่อนที่เป็นพ่อค้าขายสินค้าทางบกและทางน้ำ

วันหนึ่งเขาได้ทราบข่าวจากเพื่อนผู้เป็นพ่อค้าทางบกว่า จะมีพ่อค้านำม้ามาประมาณ 500 ตัว เขารีบไปบอกคนเกี่ยวหญ้าขอร้องว่า

“วันนี้ขอหญ้าคนละฟ่อน และหากหญ้าของข้าพเจ้ายังมิได้ขาย พวกท่านอย่าพึงขายให้ใครนะ”

พวกเกี่ยวหญ้ารับคำ พวกพ่อค้าม้ามาถึง เมื่อไม่มีหญ้าจากที่อื่นจึงต้องซื้อหญ้าจากเขา เขาขายหญ้าครั้งนั้นได้เงินถึง 500 บาท ต่อมาอีกวันหนึ่งเขาทราบข่าวจากเพื่อนทางเรือว่า มีเรือมาจอดที่ท่าแล้ว จะมีกิจอะไรก็เชิญเถิด เขารีบไปที่ท่าเรือ นั่งรถเทียมม้าอย่างสง่าผ่าเผย เมื่อไปถึงท่าเรือ ได้เอาแหวนวงหนึ่งมัดจำสินค้าไว้ทั้งหมด เขาขายสินค้าคราวนั้นได้กำไรถึง 1 แสนบาท เขาระลึกถึงคุณของท่านเศรษฐีที่ชี้ช่องทางให้ ด้วยการเริ่มต้นด้วยหนูตายเป็นตัวเดียว จึงได้นำทรัพย์ทั้งหมดที่เขาหาได้มานั้น ไปมอบให้ท่านเศรษฐี และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทราบ

เศรษฐีคิดว่า “คนนี้ไม่ควรเป็นคนรับใช้ของข้าเสียแล้ว” จึงมิให้เขารับใช้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน เศรษฐีได้เห็นความเพียรพยายามและความกตัญญูกตเวทีของเขา จึงยกลูกสาวให้อีกด้วย เมื่อเศรษฐีล่วงลับไปแล้ว เขาก็ครองตำแหน่งเศรษฐีแทน ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า “เศรษฐีหนู”

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้

“ผู้มีปัญญาเฉียบแหลมย่อมตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์เพียงเล็กน้อย”

“ผู้มีกตัญญูกตเวที ย่อมเจริญ”

“หมั่นเรียนมาก รู้มาก ซื่อสัตย์ กตัญญูกตเวที เป็นทางสู่ทางเจริญ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: