เกษียณจากงานได้ แต่อย่าเกษียณจากการเรียนรู้

สมัยเด็กๆ สมัยจำความได้มักจะได้ยินผู้ใหญ่คุยกันและบอกว่า ใกล้จะเกษียณแล้ว อีกไม่กี่ปี ผมก็ถามคุณพ่อว่า เกษียณคืออะไร พ่อก็ตอบว่า ก็คือ การที่เราไม่ต้องทำงานแล้ว ไม่ต้องเข้าบริษัท สามารถอยู่กับบ้านเลี้ยงดูลูกหลานเด็กเล็กกันไป ฯลฯ ท่านบรรยายร่ายยาวให้ฟังจนหลับ

พอโตขึ้นอีกหน่อย เข้าสู่วัยทำงาน ก็มักจะได้เห็น และได้มีประสบการณ์กับการเกษียณอายุของพี่ๆ ที่ทำงานกันแทบจะทุกปี บางคนร้องไห้ บางคนดีใจที่ไม่ต้องทำงานอีกแล้ว บางคนงงๆ สับสนกับตัวเองว่าแล้วจากนี้ไปจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตดี ฯลฯ

เมื่อประสบการณ์ทำงานเริ่มมากขึ้น เข้าสู่เทรนสมัยใหม่ ก็มักจะได้ยินเด็กรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงานพูดเสมอว่า จะเกษียณให้เร็ว บางคนบอกว่า อายุ 45 ก็จะเกษียณตัวเองออกไป ไม่ต้องทำงานในบริษัทแล้ว จะทำอะไรก็ทำได้ อยากมีอิสระทางการเงิน ฯลฯ

ท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดจะเกษียณเมื่อไหร่ดีครับ

ในมุมมองผมนั้น ผมคิดว่า การเกษียณอายุ คือ การที่เราไม่ต้องนั่งทำงานให้กับบริษัทนั้นๆ เมื่ออายุครบ 60 ตามที่กำหนดไว้ของแต่ละบริษัท แต่ชีวิตของเราไม่ได้เกษียณไปด้วย เรายังต้องดำรงชีวิตอยู่อีกต่อไป ด้วยคนที่อายุ 60 สมัยนี้บางคนดูแทบไม่ออกเลยว่านี่คือคนอายุ 60 กว่าแล้วจริงหรือ

พี่ๆ หลายคนที่ผมรู้จัก วัย 60 กว่าแล้ว แต่ยังแบบว่า ดูเหมือน 40 ต้นๆ มากกว่า ยังมีพลังกาย พลังใจมากมายที่ต้องการที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับตนเอง คนรอบข้างและสังคม บางคนก็มีกิจการเล็กๆ เป็นของตนเอง ทำเอาสนุก และมีรายได้เป็นของแถม

พอไปถามพี่ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า เกษียณ มันก็คือ การที่เราออกจากบริษัทนั้นๆ เท่านั้น เราไม่ต้องทำงานให้กับบริษัทนั้นอีกต่อไป แค่นั้นจริงๆ แต่ชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไป เราไม่สามารถเกษียณอายุจากการใช้ชีวิตของเราได้เลยถ้าเรายังมีชีวิตอยู่

หลายคนที่เกษียณจากการทำงานแล้ว หยุดทุกอย่างลงหมด ไม่ทำงาน ไม่ทำอะไร อยู่ว่างๆ ที่สำคัญก็คือ ไม่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะเห็นคนกลุ่มนี้รู้สึกห่อเหี่ยว อับเฉา หมดพลังกายพลังใจไปเรื่อยๆ แล้วก็จะเริ่มบ่นให้ฟังว่า ไม่มีอะไรทำ น่าจะมีการต่ออายุเกษียณออกไปอีกหน่อยให้เราได้ทำงานต่อ บางคนที่เกษียณตัวเองออกมาก่อนกำหนด เพื่อที่จะอยากสบายๆ ไม่ต้องทำอะไร กลับกลายเป็นว่าอยู่ว่างแล้วรู้สึกตนเองไร้คุณค่า หลายคนก็กลับไปทำงานเหมือนเดิม ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่เพื่อให้ตนเองรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย

แต่อีกกลุ่มหนึ่ง เกษียณจากงาน แต่ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เลย ผมเห็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพหลายคน พอเกษียณจากงานแล้ว ก็แค่ไม่ต้องทำงานประจำแค่นั้น แต่สิ่งที่ยังคงเห็นเป็นประจำก็คือ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ บางคนก็เรียนรู้เรื่องของหุ้น การลงทุน บางคนก็เรียนรู้ในเรื่องของธุรกิจขนาดเล็ก และเริ่มลงทุนทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตนเอง หลายคนเริ่มผันตัวออกไปเป็นคนที่ช่วยเหลืองานสังคมมากขึ้น บางคนยังมีความรู้ติดตัวและอยากช่วยแชร์ความรู้ ก็เรียนรู้การเปิด blog เปิด เพจ facebook มี Instagram ของตนเอง เพื่อแชร์ความรู้ต่างๆ ด้วยความสนุกสนาน พอมาเจอตัวกลับกลายเป็นว่า ท่านๆ เหล่านี้หน้าตาผ่องใส สดใสร่าเริงกว่าสมัยที่ยังทำงานอยู่ด้วยซ้ำไป

คนเราต้องการที่จะมีชีวิตที่มีความหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การทำงาน หรือ การลงมือทำอะไรบางอย่างที่ตนเองชอบ นี่คือสิ่งที่คนเราต้องทำอยู่ตลอด แม้ว่าเราจะเกษียณจากงานประจำ แต่เราก็สามารถทำอย่างอื่นที่มีความหมายได้ อีกทั้งสมองคนเราต้องใช้มันอยู่เสมอเพื่อให้มันสดใส คิดได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การคิด การเล่นเกม ฯลฯ

ดังนั้น แม้ว่าท่านอยากจะเกษียณอายุจากการทำงานในอายุกี่ปีก็ตาม แต่เราไม่ควรจะเกษียณตัวเองจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

จริงมั้ยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: