Mindset สำคัญที่ผู้จัดการต้องเปลี่ยน ถ้าต้องการพัฒนาพนักงานให้ได้ผลที่ดี

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า การพัฒนาพนักงานเป็นเรื่องที่สำคัญมากขององค์กร ถ้าองค์กรต้องการผลงานที่ดีขึ้น และต้องการความสำเร็จอย่างยั่งยืน ความรู้ที่คนคนหนึ่งเรียนมานั้น เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไปก็เป็นไปได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้นในยุคนี้ ดังนั้น พนักงานทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วหน้าที่ของการพัฒนาพนักงานในองค์กร เป็นหน้าที่ของใคร หลายคนก็ตอบว่า ก็ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคลไง เพราะเขาต้องทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว และอีกหลายคนก็บอกว่า ควรจะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการสายงาน หรือคนที่เป็นหัวหน้าของพนักงานคนนั้น จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของการพัฒนาพนักงานมากกว่า

ท่านผู้อ่านคิดว่าคำตอบไหนถูกต้องครับ เอาเข้าจริงๆ ในทางปฏิบัติ ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตัวผู้จัดการ และฝ่ายบุคคล ต่างก็ต้องช่วยกัน โดยที่ฝ่ายบุคคลต้องเป็นผู้ที่วางระบบการพัฒนาพนักงานไว้อย่างชัดเจน เครื่องมือในการพัฒนาต่างๆ แหล่งในการพัฒนา ฯลฯ ส่วนผู้จัดการสายงาน ก็ต้องสามารถประเมินลูกน้องของตนเองออกว่า ใครที่มีจุดแข็งจุดอ่อนตรงไหน และจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอะไรบ้าง ก่อนหลัง แล้วก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาโดยอาศัยระบบ เครื่องมือ ที่ฝ่ายบุคคลของเรามี ดังนั้นแปลง่ายๆ ว่า ทั้งสองฝ่ายนี้จะต้องช่วยกัน เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ความสำคัญในการพัฒนาพนักงานปัจจุบันจะอยู่ที่ตัวผู้จัดการที่เป็นหัวหน้าของพนักงานคนนั้นเป็นหลัก จากหนังสือ และงานวิจัยมากมายที่ต่างก็ส่งเสริม และสนับสนุนเรื่องนี้ เราจะเห็นคำพูดเหล่านี้มากขึ้น เช่น Manager as a coach. หรือ Every manager is coach. ต่างก็เล็งเห็นว่า การที่เราจะพัฒนาพนักงานอย่างได้ผลนั้น ส่วนหนึ่งต้องอาศัยผู้จัดการคนนี้ที่จะต้องเป็นคนวางแผนในการพัฒนาพนักงานแต่ละคน รวมทั้งต้องมองให้ออกว่าพนักงานคนไหนเก่งเรื่องอะไร และต้องพัฒนาในเรื่องอะไรกันบ้าง

และการที่ผู้จัดการจะเป็นคนที่สามารถพัฒนาพนักงานของตนเองได้อย่างเต็มที่นั้น ผู้จัดการจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมุมมอง หรือ Mindset ในเรื่องนี้พอสมควรจะคิดแบบเดิมๆ คือ อยากพัฒนาพนักงานก็ส่งไปฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวแบบนี้ ไม่ได้อีกต่อไป ผู้จัดการจะต้องเปลี่ยน mindset อะไรบ้างมาดูกันครับ

  • ต้องเปิดใจยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ้าง การพัฒนาพนักงานเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ ทักษะใหม่ๆ นั้น ในช่วงเรียนรู้ อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นผู้จัดการที่กำลังพัฒนาพนักงาน จะต้องเปิดใจยอมรับความผิดพลาดของพนักงาน และมองความผิดพลาดนั้นเป็นส่วนหนี่งของการพัฒนาพนักงาน ไม่ใช่ตแค่คิดว่า “อบรมมาแล้วทำไมถึงทำไม่ได้ซักที” เพราะการอบรมมันได้แค่เพียงความรู้เท่านั้น ถ้าเราต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ ผู้จัดการต้องเข้าใจว่า ทักษะนั้นต้องลงมือทำ และต้องลองผิดลองถูก ต้องผิดพลาดบ้าง เพื่อที่จะใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นฐานในการพัฒนาพนักงานคนนั่นต่อไปได้
  • ต้องอดทน การพัฒนาพนักงานเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลา ดังจะเห็นได้จากกว่าที่เราจะเรียนหนังสือจบ จนมีทักษะในการทำงานได้จริงๆ ก็ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ดังนั้นการที่เราต้องการให้พนักงานของเรามีทักษะใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในการทำงานให้ได้นั้น เราก็ต้องอดทน เพราะการพัฒนาทักษะต้องอาศัยเวลาอย่างมาก ไม่ใช่เรียนวันนี้แล้ว พรุ่งนี้จะมีทักษะใหม่ทันที แบบนี้คงเป็นไปได้ยาก
  • ต้องออกแบบวิธีการเรียนรู้ให้พนักงานแต่ละคนที่แตกต่างกัน คนเรามีความถนัดในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่ผู้จัดการจะพัฒนาพนักงานแต่ละคนได้ ก็ต้องสามารถวิเคราะห์ได้ว่า พนักงานแต่ละคนนั้นถนัดในการเรียนรู้อย่างไรบ้าง บางคนถนัดฟัง บางคนถนัดการอ่าน บางคนต้องลงมือทำถึงจะเรียนรู้ได้ ดังนั้น ผู้จัดการทุกคนจะต้องเรียนรู้เครื่องมือต่างๆ ในการพัฒนาพนักงานให้เข้าใจ และนำเอาเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ให้กับพนักงานแต่ละคนตามแต่ความถนัดของเขา
  • ต้องสื่อสาร และให้ Feedback ในการเรียนรู้ การสื่อสารเป็นอีกทักษะที่สำคัญของคนที่เป็นผู้จัดการและต้องการที่จะพัฒนาพนักงานของตนเอง ผู้จัดการจำเป็นที่จะต้องพูดคุย สื่อสารถึงสิ่งที่ต้องพัฒนา และสามารถที่จะให้ Feedback แก่พนักงานแต่ละคนถึงความคืบหน้าของการพัฒนา รวมทั้ง Feedback ถึงสิ่งที่ดี และสิ่งที่ยังต้องปรับปรุง ให้กับพนักงานได้ทราบ พนักงานที่กำลังพัฒนาตนเองนั้น ถ้ามองเห็นตัวเองจากกระจกที่ส่องมาได้อย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้พนักงานสามารถเรียนรู้และพัฒนาข้อบกพร่องของตนเองได้เร็วขึ้นกว่าการที่ต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ
  • ต้องกำหนดเป้าหมายได้ว่า อยากเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เรียนรู้แล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งความสำคัญก็คือ การกำหนดเป้าหมายร่วมกับพนักงานให้ชัดเจน ว่า เมื่อเราพัฒนาทักษะ และความรู้อันนี้เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไรบ้างในการทำงาน ต้องเห็นพฤติกรรมการทำงานอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง ซึ่งเป้าหมายตรงนี้ก็จะทำให้พนักงานทราบว่า ตนจะต้องเรียนรู้ และฝึกฝนตนเองอย่างไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ตกลงกันไว้ได้ในทางปฏิบัติ
  • มองอนาคตของพนักงานด้วย การพัฒนาไม่ใช่แค่พัฒนาเสร็จแล้วก็จบกันไป แต่สิ่งที่ผู้จัดการจะต้องทำก็คือ การมองอนาคตของพนักงานแต่ละคน ว่าจะเติบโตไปในเส้นทางใดบ้าง อีกทั้งยังต้องสามารถให้คำปรึกษาแก่พนักงานแต่ละคนในเรื่องของความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงานได้อย่างดี

ถ้าผู้จัดการส่วนใหญ่ในองค์กรสามารถเปลี่ยนมุมมองของการพัฒนาคนได้ตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้การพัฒนาพนักงานขององค์กรเรานั้นเป็นการพัฒนาที่ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ และจะมีผลต่อผลงานของพนักงาน และผลงานขององค์กรในอนาคตต่อไปได้

จะได้ไม่ใช่แค่เพียง Train แล้ว นิ่ง อย่างที่เคยเป็นมาก่อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: