ความท้าทายในงานบริหารทรัพยากรบุคคล เรื่องการวางแผนกำลังคน

กระบวนการในการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบันนั้น มีความท้าทายมากขึ้นมาก เนื่องจากธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในการทำธุรกิจก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ความต้องการของคน และพนักงานก็เปลี่ยน และเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างมากมาย

ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่ในการบริหารทรัพยกรบุคคลในยุคปัจจุบัน จึงต้องตามโลกให้ทัน ตามวิสัยทัศน์ เป้าหมายของบริษัทให้ทัน รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ก็ต้องตามให้ทันเช่นกัน

ถ้าเราพิจารณาถึงกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ในเรื่องแรกที่จะต้องทำกันแทบทุกปี ก็คือ การวางแผนอัตรากำลังคน ซึ่งการวางแผนอัตรากำลังนั้น ก็มีสิ่งที่ท้าทายเกิดขึ้นมากมายในยุคปัจจุบัน

ในอดีต ท่านที่ เคยทำเรื่องการวางแผนอัตรากำลังคน น่าจะจำได้ว่า เราใช้สูตรคณิตศาสตร์ในการคำนวณหาอัตรากำลังได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ เมื่อไหร่ที่เรามีข้อมูลของปริมาณงานต่อปี ข้อมูลระยะเวลาในการทำงานของพนักงานในแต่ละขั้นตอนเพื่อให้ได้ปริมาณงานนั้น เราก็พอจะสามารถคำนวณได้แล้วว่า ถ้าปีถัดไป บริษัทเรามีเป้าหมายในการผลิตงานที่มากขึ้น เราก็จะประมาณการอัตรากำลังได้ว่าจะต้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่

แต่ในปัจจุบันนี้ ความท้าทายของเรื่องการวางแผนอัตรากำลังก็คือ บางงานเราไม่สามารถคำนวณด้วยสูตรแบบเดิมได้อีกต่อไป เนื่องจาก เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานของพนักงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ หุ่นยนต์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต หรือแม้กระทั่ง Platform ที่สามารถรับเรื่องราวจากลูกค้าในคราวเดียวกันในจำนวนมาก โดยที่ไม่ต้องใช้คนทำงานเลยสักคน

ดังนั้นถ้าองค์กรใดที่เริ่มมีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้มากขึ้น เวลาที่จะวางแผนอัตรากำลัง ก็คงต้องพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

เราลองมาดูปัจจัยความท้าทายที่จะมีผลต่อการวางแผนอัตรากำลังขององค์กรว่ามีอะไรบ้าง

  • เป้าหมายของธุรกิจ เรื่องแรกที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก็คือ ธุรกิจขององค์กรจะมุ่งไปในทางไหน จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และมีเป้าหมายอย่างไร เพราะเป้าหมายและแผนกลยุทธ์ของธุรกิจของเราในปีหน้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนกำลังคนขององค์กรของเราต่อไป

  • จะหาคนจากภายนอก หรือพัฒนาจากคนในของเรา อีกประเด็นในเรื่องของอัตรากำลังก็คือ ในปีหน้า เราจะเน้นการไปหาตัวคนทำงานจากภายนอกองค์กรเข้ามาเลยดี หรือจะพัฒนาจากคนในของเราที่มีอยู่ดี ก็คงต้องชั่งจากแผนธุรกิจอีกเช่นกัน อีกทั้งต้องประเมินให้ได้ว่า พนักงานของเรานั้น พร้อมที่จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วสักแค่ไหน ทันต่อแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่

  • จะจ้างเป็นพนักงานของเรา หรือจะจ้างเป็นแบบชั่วคราว นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ HR จะต้องช่วยผู้บริหารคิดในเรื่องของอัตรากำลังคน ว่าเราจำเป็นต้องหาพนักงานประจำเลย หรือควรจะเป็นพนักงานแบบชั่วคราว หรือแบบ Freelance ดี ก็ต้องพิจารณาผลดี ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยดูจากผลลัพธ์ของธุรกิจเป็นหลัก บางงานอาจจะไม่สามารถจ้างเป็นพนักงานประจำได้อีกต่อไป เพราะตลาดเปลี่ยนไป งานเปลี่ยนไป อีกทั้งคนทำงานในอาชีพนั้นก็เปลี่ยนแปลงวิธีคิดวิธีการทำงานไปแล้ว HR จึงจำเป็นต้องตามให้ทันเช่นกัน จะได้วางแผนกำลังคนได้อย่างเหมาะสม

  • งานไหนยังจำเป็นต้องอาศัยพนักงาน งานไหนไม่จำเป็นแล้ว ความท้าทายของ HR อีกประการหนึ่งก็คือ ต้องช่วยผู้บริหารระดับสูงคิดต่อว่า งานใดขององค์กรเราที่ยังจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรในการสร้างสรรค์ผลงาน และเป็นงานที่ต้องเน้นการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจน ในทางตรงกันข้าม งานใดที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มคน ไม่จำเป็นต้องอาศัยคนทำงานแล้ว เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยี หรือ ระบบ AI ได้บ้าง หรือมีแนวโน้มที่ตลาดจะเปลี่ยนเอา AI เข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ตรงนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องนำเข้ามาพิจารณาในการวางแผนกำลังคนของเราในปีถัดไปด้วยเช่นกัน

เดี๋ยวนี้มันมีความเป็นไปได้เสมอในประเด็นที่ว่า งานเพิ่มมากขึ้น แต่คนไม่จำเป็นต้องเพิ่ม เพราะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรือ งานเพิ่มมากขึ้น แต่คนสามารถลดลงได้ หรือไม่ต้องใช้คนทำงานเลย ก็เนื่องจากเครื่องมือและเทคโยโลยีต่าง ๆ เหล่านี้

ต้องหยุดความคิดที่ว่า งานเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มคน ได้แล้ว เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เป็นแบบนั้นเสมอไปแล้วในยุคนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: