ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจของผู้บริหาร กับโควิดที่กลับมาอีกครั้ง

ช่วงปีใหม่ เพื่อนผมที่เป็นหมอหลายคนต่างก็ต้องทำงานกันทุกวัน ไม่มีวันหยุดปีใหม่ในปีนี้ หลายคนที่เป็นผู้บริหาร ได้หยุดปีใหม่ แต่ก็ไม่ได้พักผ่อนเลย ต้องนั่งคิดวางแผนกันว่า จะทำอย่างไรดีเมื่อถึงวันที่เปิดทำงานในปีใหม่

องค์กรที่เป็นโรงงาน และอีกหลายบริษัท ต่างก็เริ่มให้พนักงานหยุดปีใหม่กันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมากัน ซึ่งในช่วงนั้น โควิด19 ก็ยังไม่ได้เป็นอย่างในวันนี้ ผู้บริหารหลายคน วางแผนเปิดงานปีใหม่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้บริษัทดีขึ้นในปีถัดไป

แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดทำงาน เหตุการณ์โควิค19 ก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น มาตรการของภาครัฐออกมากันอย่างรัวๆ จนทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ต่างก็ต้องนั่งคิดว่าจะต้องทำอย่างไรดีกับธุรกิจของตนในช่วงเปิดปีใหม่ที่จะถึงนี้

มาตรการต่างๆ ที่เคยใช้มาแล้วเมื่อกลางปี 2563 ที่ผ่านไปนั้น ก็ต้องเริ่มหยิบมาใช้ใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ ทำงานจากที่บ้าน ในช่วงเปิดปีใหม่ ซึ่งผมก็เห็นหลายบริษัท ผู้บริหารจะต้องลงนามในประกาศเรื่องการทำงานจากที่บ้านกันในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งให้กับพนักงานทราบว่า บริษัทจะมีมาตรการในการดำเนินการในเรื่องโควิด19 อย่างไร และจะมีแนวทางปฏิบัติให้กับพนักงานอย่างไร

บางธุรกิจอาจจะต้องปิดชั่วคราวไปก่อนในช่วงเดือนมกราคม 2564 นี้ ด้วยคำสั่งที่ออกมา ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีการสื่อสาร และมีการกำหนดมาตรการที่ชัดเจนให้กับพนักงานได้รับทราบอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เราได้ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ดังนั้นฝ่ายบุคคลของหลายบริษัท ก็เริ่มที่จะเห็นภาพ และรู้ว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างในช่วงเวลานี้

ผมได้ยินผู้บริหารหลายท่านบ่นให้ฟังในช่วงนี้ว่า กำลังไปได้ดีเลย สุดท้ายก็ต้องมาปิดอีกครั้งหนึ่ง บางคนก็บอกว่า จะไม่ปิด จะเปิดโดยไม่สนใจว่ามาตรการภาครัฐจะออกมาอย่างไร ด้วยเหตุผลที่ว่า ขาดรายได้ และพนักงานเองก็จะขายรายได้เช่นกัน แต่ผู้บริหารบางคนก็สั่งการทันทีว่า ให้พนักงานอยู่บ้านทำงานถ้าพอจะทำงานที่บ้านได้ โดยอาศัยเทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามาใช้ในการทำงาน บางองค์กรก็สั่งให้พนักงานไม่ต้องมาทำงาน โดยปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานทุกอย่าง

ในความเห็นส่วนตัวของผมในช่วงนี้ ผมคิดว่า องค์กรควรจะมองในระยะยาวสักหน่อย ช่วงนี้สิ่งที่ควรทำก็คือ การชะลอการแพร่กระจายของเชื้อโควิค19 ตัวนี้ให้น้อยที่สุด และรักษาสุขภาพของพนักงานไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด โดยลดความเสี่ยงของพนักงานในการติดเชื้อลงให้ได้มากที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำในระยะนี้

หลายคนก็บอกว่า แล้วเรื่องปากท้องละ จะทำอย่างไร ไม่มีงานก็ไม่มีรายได้ ซึ่งอันนี้มันเป็นความจริงอย่างแน่นอน แต่ถ้าเราปล่อยไปเรื่อย วันหนึ่งถ้าประชาชน หรือพนักงานของบริษัทเราต้องติดเชื้อ มันจะยิ่งต้องปิดตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ คราวนี้ปิดแบบต้องถูกตรวจสอบกันยาวเลย อีกอย่าง ถึงเวลาถ้าติดกันมากขึ้น คนก็คงไม่มีกระใจ จะออกมาเที่ยว กิน ดื่ม บันเทิงเริงใจกันอยู่ดี ถึงเวลานั้นเราอาจจะต้องผจญกับทั้งเชื้อโรค และทั้งการไม่มีงานทำ เพราะธุรกิจปิดกันไปหมด

แต่ถ้าเราดูแลพนักงาน และป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ หรืออาจจะมีมาตรการที่ดีกว่า ออกมาขององค์กรเอง เราอาจจะต้องเสียรายได้ในระยะสั้น แต่ถ้าใน 1-2 เดือนเราสามารถควบคุมการติดเชื้อได้อย่างดี ธุรกิจก็จะกลับมาเปิดกันอีกครั้ง ก็เหมือนกับในช่วงเวลาที่เราควบคุมเชื้อโรคได้ และเริ่มมีการเปิดให้ธุรกิจกลับมาเหมือนเดิมในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

ในฐานะที่ผมทำงาน HR มาโดยตลอด ผมยังเชื่อว่า ทรัพยากรบุคคลนั้นสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างมาก ดังนั้นในช่วงนี้ คงต้องดูแลพนักงานให้ดี อย่าให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อขึ้นกับพนักงานของเราน่าจะดีที่สุด

ก็น่าจะเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องอาศัยภาวะผู้นำของผู้บริหารขององค์กรที่ต้องสร้างความชัดเจน และวางมาตรการด้านต่างๆ ขององค์กรเรา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานของเราครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: