ปัจจัยหลักที่มีผลต่อกำลังคนในอนาคตที่เราควรจะตระหนัก (Future Workforce)

หลายองค์กรช่วงนี้กำลังคิดถึงเรื่องของการวางแผนกำลังคนกันในปีถัดๆ ไป ซึ่งการวางแผนกำลังคนในยุคนี้ จะแตกต่างอย่างมากกับแนวทางในการวางแผนกำลังคนในอดีต ซึ่งเน้นไปที่อัตรากำลังคนจริงๆ กล่าวคือ เมื่อมีการเพิ่มเป้าหมายยอดขาย กำไร หรือผลผลิตในด้านต่างๆ เราก็มักจะคิดคำนวณออกมาเป็นจำนวนอัตรากำลังคนที่จะต้องเพิ่มเข้ามาในปีถัดๆ ไป

แต่ในยุคนี้ การคำนวณแบบตรงไปตรงมาแบบนั้นอาจจะไม่เหมาะสมกับบางลักษณะงานอีกต่อไป เราไม่สามารถที่จะใช้ปัจจัยเดิมๆ ในอดีตมาคำนวณอัตรากำลังขององค์กรเราได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ในการทำงานมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากเมื่อเทียบอดีตที่ผ่านมา

แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อการวางแผนอัตรากำลังขององค์กรในอนาคต ลองมาดูกันครับ

  • เทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ในการทำงานบางงาน โดยเฉพาะงานผลิตในโรงงาน หรือ AI ที่เข้ามาทดแทนการทำงานซ้ำๆ ของบางตำแหน่งได้อย่างดี ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งผลต่ออัตรากำลังโดยตรงเลยก็ว่าได้ ดังนั้นองค์กรที่มีการนำเอา AI หรือ Automation บางอย่างเข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น ก็จะไม่สามารถคำนวณอัตรากำลังในสูตรการคำนวณแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป เราต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ในขณะที่เราวางแผนกำลังคนด้วยเช่นกัน บางองค์กรมีการเพิ่มยอดผลิตในปีถัดไป โดยมีการนำเอาหุ่นยนต์เข้ามาใช้มากขึ้น แต่ HR กลับคำนวณอัตรากำลังแบบเพิ่มเติมว่าปีหน้าต้องหาคนเพิ่มอีก ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่เรากำลังนำมาใช้ พอผู้บริหารถามถึงเหตุผล ก็ตอบกันไม่ค่อยจะได้ เพราะไม่ได้เอาปัจจัยนี้เข้ามาพิจารณานั่นเอง

  • ช่วงอายุของประชากร อีกปัจจัยหนึ่งที่ในยุคนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนอัตรากำลังก็คือ แนวโน้มในช่วงอายุของประชากร ซึ่งในประเทศไทยก็เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่เกิดน้อยลง ดังนั้น องค์กรต้องพิจารณาปัจจัยนี้ด้วยเช่นกัน และด้วยเทคโนโลยีต่างๆ อันทันสมัย ทำให้เรื่องของการแพทย์ การดูแลสุขภาพของคนเรามุ่งเน้นไปที่เชิงรุกมากขึ้น จึงทำให้คนเรามีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น และทำงานได้ยาวมากขึ้น ดังนั้นการพิจารณาต่อเกษียณอายุของพนักงาน จึงเริ่มเป็นอีกทางออกหนึ่งที่หลายองค์กรเริ่มนำมาใช้ เนื่องจากหาคนใหม่เข้ามาทำงานได้ยากมากขึ้น

  • ลักษณะการจ้างงานแบบใหม่ ปัจจัยนี้ก็เริ่มมีส่วนมากขึ้นในการพิจารณาอัตรากำลังขององค์กร แนวโน้มเรื่องของ Gig Worker หรือการทำงานแบบไม่ประจำ มีมากขึ้นกว่าในอดีตอย่างมาก คนรุ่นใหม่ ไม่ต้องการที่จะเป็นพนักงานประจำ แต่ต้องการที่จะเป็นนายตัวเอง ก็จะทำงานกับแบบ Gig หรืออีกนัยหนึ่งก็จะคล้ายๆ พวก Freelance รับงานจากบริษัทต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญของตนเอง ดังนั้น องค์กรถ้ามีงานที่แนวโน้มเป็นลักษณะแบบ gig มากขึ้น เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มอัตรากำลังของตนเอง แต่ต้องไปศึกษาว่า ตลาดภายนอกมีใครที่รับทำงานแบบนี้บ้าง และงานในส่วนใดขององค์กรเราที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการจ้างงานในแบบใหม่ได้บ้าง ปัจจุบันนี้ เรามักจะเห็นหลายองค์กรที่มีพนักงานเฉพาะในส่วนที่เป็นตำแหน่งงานหลักของธุรกิจ ส่วนงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หลัก ก็จ้างคนนอกเข้ามาทำ ไม่ว่าจะเป็น Freelance หรือ outsource กันไปแบบลักษณะงาน Professional กันเลย Start up หลายแห่ง ก็ไม่มีฝ่ายบัญชีและการเงิน เพราะใช้ outsource หรือ ใช้ Gig Worker เป็นคนทำบัญชีให้เป็นต้น

ดังนั้นเวลาที่องค์กรวางแผนอัตรากำลังในยุคนี้ เราคงต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย คงจะอาศัยแค่สูตรการคำนวณปริมาณงาน ขั้นตอนการทำงาน และเวลาการทำงานต่อคนของพนักงานไม่ได้ทั้งหมดอีกต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: