Micro Management วิธีการบริหารที่ให้โทษมากกว่าที่คิด

มีผู้จัดการหลายคนที่บริหารจัดการพนักงาน และทีมงานแบบล้วงลึกแทบจะทุกขั้นตอนการทำงานของพนักงานแต่ละคน เรียกได้ว่า ถ้าผู้จัดการเอางานพนักงานมาทำเองได้คงทำเองไปทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะตั้งแต่การกำหนดขั้นตอนการทำงาน การหาวิธีการในการทำงาน การแก้ไขปัญหาของการทำงาน ฯลฯ พนักงานที่ทำงานแทบจะไม่มีโอกาสได้คิดและทำงานด้วยตนเองเลย ผู้จัดการจะเข้ามาล้วงลูก และเข้ามาสั่งการในทุกเรื่อง การบริหารแบบนี้เราเรียกกันว่า Micro Management

ผู้จัดการที่มีลักษณะบริหารงานแบบ Micro Management นั้น ส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกตัวเองว่าตนเองเป็นแบบนั้น แต่จะคิดว่าตนเองจะต้องทำงานให้ได้ดีที่สุด ผลงานของพนักงานทุกคนที่อยู่ภายใต้การดูแล จะต้องออกมาดีที่สุด ไม่มีที่ติ ซึ่งนี่ก็คือ ลักษณะของคนที่เป็น Perfectionist ผู้จัดการที่มีความต้องการความสมบูรณ์แบบสูงๆ จะเป็นคนที่มีแนวโน้มจะบริหารจัดการแบบ Micro Management

เนื่องจากต้องการความสมบูรณ์แบบ การทำงานทุกขั้นตอนก็เลยต้องอยู่ในสายตาทั้งหมด จนทำให้พนักงานในทีมรู้สึกไม่สบายใจที่จะทำงานด้วย พนักงานบางคนเกิดความรู้สึกว่านายไม่ไว้ใจ นายไม่เชื่อใจ นายไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถทำงานได้เอง ฯลฯ จนบางคนบ่นให้ฟังตรงๆ เลยว่า “ถ้าบริหารแบบนี้ ก็ไม่ต้องมีลูกน้องหรอก ทำเองทั้งหมดดีกว่ามั้ง”

อย่างที่หลายท่านน่าจะพอทราบอยู่แล้วว่า บทบาทหน้าที่ของผู้จัดการ ก็คือ การบริหารจัดการผลงานของลูกน้องให้ได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น ผู้จัดการที่ดี จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกับทีมงานของตนเองแต่ละคน โดยทุกคนจะต้องมองเห็นภาพผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างชัดเจนมากที่สุด ผู้จัดการจะเน้นไปที่ What ก็คือ ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณ คุณภาพของงาน และเวลาในการทำงาน

จากนั้นก็ปล่อยให้พนักงานไปหาวิธีการที่จะทำให้งานในความรับผิดชอบของตนนั้น สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งก็คือ How พนักงานจะต้องคิดหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้งานที่ได้รับมอบหมายนั้น สำเร็จให้ได้

ผู้จัดการก็ต้องปล่อย และให้อิสระแก่พนักงานตามสมควร ไม่ควรที่จะเข้าไปจ้องดูการทำงานทุกขั้นตอนจนพนักงานไม่สามารถกระดิกตัวได้เลย เพราะจริงๆ แล้วหน้าที่ของผู้จัดการก็คือ บริหารจัดการ ควบคุมดูแล ไม่ใช้เข้าไปทำเอง หรือสั่งการในทุกขั้นตอน

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว สิ่งต่อไปที่จะต้องกำหนดให้ชัดเจนก็คือ ช่วงเวลาในการติดตามผลความคืบหน้าของงาน เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกสามวัน หรือทุกวัน บางแห่งก็กำหนดเป็นรายเดือน อันนี้แล้วแต่งาน และความเร่งด่วนของงาน ภาษาสมัยนี้เราเรียกว่า Check-in ก็คือ พนักงานกับผู้จัดการจะต้องประชุมกันคุยกัน ถึงความคืบหน้าของงาน ปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางในการป้องกันปัญหาต่างๆ โดยผู้จัดการก็จะทำหน้าที่รับฟัง และให้ความเห็น รวมทั้งให้คำแนะนำที่ดี เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปปฏิบัติงานต่อได้จริง

ผู้จัดการหลายท่านมักจะโต้แย้งว่า ถ้าปล่อยให้พนักงานไปทำงานกันเอง ผลอาจจะไม่ดี ถ้าไม่ดูแลใกล้ชิด เอาเข้าจริงๆ ถ้าเราดูแลแบบใกล้ชิดจนมากเกินไป มันจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า ห่างไปก็ไม่ดี ใกล้ไปก็ไม่ดี ต้องหาจุดตรงกลางที่เป็นที่ยอมรับได้ของทั้งสองฝ่าย

พนักงานเองก็ต้องการอิสระ ต้องการที่จะแสดงความสามารถของตนเองให้นายเห็นเช่นกัน ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นผู้จัดการเราก็ต้องเปิดโอกาส และให้อิสระในการทำงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละคน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พนักงานจะมีกำลังใจ และมีแรงจูงใจในการทำงาน และรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของงานมากขึ้น แค่เพียงผู้จัดการเปิดโอกาสให้เขาได้คิด และแสดงฝีมือจริงๆ โดยนายคอยกำกับ และคอยให้คำแนะนำอย่าให้มันหลุดกรอบไปมากนัก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: