Virtual Reality (VR) เครื่องมือในการพัฒนาพนักงานแบบเสมือนจริง

ว่าที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแห่งหนึ่ง กำลังต้องตัดสินใจวางแผนรับมือกับสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นกับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นจากสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลงของประเทศและจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมขององค์กรเอง เขาต้องตัดสินใจวางแผนธุรกิจ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ขององค์กรเพื่อที่จะให้องค์กรอยู่รอดต่อไปให้ได้ อีกทั้งยังมีแผนงานทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ต้องรีบดำเนินการให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังต้องมีการทำ Performance Review ปลายปีกับลูกน้องอีก 1 คน ซี่งเป็นคนที่บริหารจัดการด้วยยากมากๆ ซึ่งเขาจะต้องดำเนินการให้ได้ทั้งผลลัพธ์และความรู้สึกของพนักงานคนนั้น แต่สุดท้ายตอนสิ้นวัน เขาก็ดำเนินการทุกอย่างได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยอาจจะยังไม่แน่ใจกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา…..

แล้วว่าผู้จัดการคนนั้น ก็ถอดเอาเครื่อง VR ที่ครอบอยู่กับใบหน้าและดวงตาของเขาออก พร้อมกับถอนหายใจยาว ราวกับว่าได้ทำภารกิจเสร็จสิ้นไปแล้ว สิ่งที่เขาทำไปนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกรณีศึกษาทางด้านภาวะผู้นำที่องค์กรวางแผนพัฒนาตัวเขาเพื่อให้พร้อมที่จะรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในอีก 1 ปีข้างหน้านั่นเอง

ข้างต้นเป็นเรื่องราวที่น่าเกิดขึ้นได้จริงในบ้านเราในอนาคตอีกไม่นาน ในต่างประเทศมีหลายองค์กรที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality มาใช้ประกอบการพัฒนาพนักงานกันบ้างแล้ว

หน้าตาของ VR ก็จะคล้ายๆ กับแว่นตาขนาดใหญ่ที่ใส่ครอบไว้ที่รอบดวงตาของเรา เพื่อให้เราเห็นภาพเสมือนจริงภายในนั้น เรามักจะเห็นว่ามันเป็นเครื่องมือที่ใช้เล่นเกมส์เสมือนจริง แต่ในอนาคตเราสามารถใช้ VR นี้ในการพัฒนาพนักงานในแบบเสมือนจริงได้อย่างแน่นอน

ข้อดีของ VR ในการนำมาใช้ประกอบการพัฒนาพนักงานคือ

  • เห็นและลงมือทำได้เสมือนจริง VR สามารถสร้างภาพ และเรื่องราวเสมือนจริงได้อย่างแยกไม่ออกจากชีวิตจริงของเรา และสามารถที่จะลงมือทำได้ทันที สามารถที่จะเลือกตัดสินใจได้ และเห็นผลของการตัดสินใจได้ อีกทั้งในระบบยังสามารถที่จะออกแบบการโต้ตอบของผู้เล่น กับสถานการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้เล่น หรือผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ไปตามสถานการณ์จริง และเป็นการฝึกฝนทักษะในการทำงานได้ โดยที่ไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์จริงขึ้นก่อน

  • ใช้ในการฝึกฝนจนชำนาญได้ เราสามารถใช้ VR ในการสร้างความชำนาญได้มากขึ้น โดยใส่สถานการณ์ต่างๆ เข้าไปในกรณีศึกษาได้ เหมือนกับที่นักบินต้องมีการฝึก Flight Simutation นั่นเองแต่ครั้งนี้ มาใช้กับการพัฒนาทักษะของพนักงานได้ด้วยเช่นกัน ทำให้พนักงานสามารถที่จะฝึกฝนซ้ำอีกครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญมากขึ้นได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความเสียหายอะไรจริงๆ ขึ้นในการทำงาน

  • สร้างการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้ VR จะใช้กับผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งทำให้การเรียนใน VR จะเหมือนกับว่า ผู้สอนจะมุ่งเน้นมาที่ตัวผู้เรียนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งจะไม่เหมือนกับการเรียนในชั้นเรียนที่บางคนนั้งหลังห้องก็จะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้สอนมากนัก แต่ VR นั้นไม่ใช่ จะเหมือนกับว่าผู้เรียนกับผู้สอนมีกันอยู่สองคน เป็นการสอนเฉพาะตัวกันเลย ซึ่งผลก็คือทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น

แม้ว่าตอนนี้ VR ในบ้านเราเพิ่งที่จะเริ่มเข้ามาไม่นานนัก และยังอยู่ในกลุ่มคนเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานนัก VR จะเริ่มเข้าสู่แวดวงการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในแวดวงของการพัฒนาพนักงานมากขึ้น องค์กรต่างๆ อาจจะมีการซื้อ VR และเนื้อหาของการพัฒนาคนผ่านสถาบันการฝึกอบรม ซึ่งออกแบบโปรแกรมการอบรมแบบเสมือนจริงตามเนื้อหาของหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กันแบบเสมือนจริงกัน

HRD เองก็คงต้องติดตาม และหาข้อมูลของเครื่องมือนี้ อีกทั้งต้องปรับตัวเอง และปรับวิธีคิด วิธีการเรียนรู้ของพนักงานกันล่วงหน้า อีกทั้งต้องปรับระบบการพัฒนาพนักงานขององค์กรโดยนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประกอบการพัฒนาให้มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมความพร้อมกันก่อนที่จะมีเครื่องมือใหม่นี้เข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: