นิทานสอนใจ ความกลัวคือสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นเอง

และแล้วก็มาถึงวันศุกร์อีกเช่นเคยนะครับ เวลา 1 สัปดาห์ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก วันนี้เอานิทานดีๆ อีกเรื่องหนึ่งมาฝากกันครับ ท่านผู้อ่านเคยกลัวอะไรบ้างมั้ยครับ ความกลัวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในใจเรานั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย มันคือเรื่องที่จิตใจเราปรุงแต่ง และคิดไปเองทั้งสิ้น ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ดูนะครับ

ชายหนุ่มคนหนึ่งคิดจะปลีกวิเวกที่ในป่า เมื่อถึงยามค่ำคืนที่เงียบสงัดก็คิดจะนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ขณะที่จะนั่งอยู่นั้น ได้ยินเสียงผิดปกติขึ้นเสียงที่ได้ยินมาจากรอบทิศนั้นเหมือนเสียงผีและเสียงสุนัขจิ้งจอกเห่าหอนเขารู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที แต่ก็ได้แต่อดทนข่มความกลัวไว้ สักครู่ก็ได้ยินเหมือนกับมีเสียงพูดพึมพำๆ ไม่ได้ศัพท์ เหมือนกับวิญญาณผีดิบจะมาเอาชีวิต วินาทีนั้นเขารู้สึกทนไม่ไหวต่อไปแล้ว รีบท่องบทสวดในคัมภีร์จินกังสวดไปสวดไปจนถึงยามดึกเมื่อรู้สึกเพลียจึงคิดจะเข้านอน

พอถึงวันรุ่งขึ้นจึงได้รีบลงจากเขาไป ขณะที่เดินไปก็คิดในใจว่า

“ข้ามิใช่จะมาบำเพ็ญภาวนาหรือ? ทำไมความกลัวแค่นี้จะสยบลงไม่ได้แล้วจะหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้อย่างไร?”

ขณะที่ลังเลอยู่นั้น ก็ได้พบกับชายตัดฟืนคนหนึ่ง จึงถามขึ้นว่า

“เจ้าอาศัยอยู่ในป่านี้หรือ?”

“ข้าเกิดที่นี่ เมื่อโตขึ้นก็หาเลี้ยงชีพด้วยการตัดฟืน”

“แล้วเจ้าไม่กลัวหรอกหรือ?”

ชายตัดฟืนหัวเราะแล้วพูดว่า

“เหมือนกับคนที่อยู่ใกล้ทะเล ยังจะกลัวทะเลหรอกหรือ?”

ชายตัดฟืนพูดจบแล้วก็เดินจากไป

ชายหนุ่มนั้นเดินต่อไปพลางคิดไปพลาง คนตัดฟืนไม่กลัว เพราะเขาเกิดในป่า แล้วก็ไม่เกี่ยวกับการบำเพ็ญภาวนา ขณะที่คิดเพลินอยู่นั้นไม่ทันระวังได้เดินชนกับนายพรานร่างกำยำคนหนึ่ง ชายหนุ่มนั้นรีบขอโทษ แล้วถามขึ้นว่า

“ท่านมีอาชีพล่าสัตว์หรือ?”

“ข้าล่าสัตว์มายี่สิบสามสิบปีแล้ว”

“ท่านล่าสัตว์เวลาไหน?”

“ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเวลากลางคืน”

“เวลากลางคืนแล้วท่านไม่กลัวหรอกหรือ?” ชายหนุ่มถาม

“น่าขัน ถ้าหากปอดแหกอย่างนั้นแล้วจะเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ได้อย่างไร?”

พูดเสร็จแล้วนายพรานก็เดินจากไป

และชายหนุ่มนั้นก็หาข้ออ้างให้กับตนเองว่า “นายพรานนั้นเคยชินกับล่าสัตว์ในเวลากลางคืน และไม่เกี่ยวกับการบำเพ็ญภาวนา ขณะที่จะเดินต่อไป ก็พบกับสตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง เลยเข้าไปถามว่า

“ขอถามท่านพี่หน่อยว่า ทำไมถึงได้ขึ้นเขาตามลำพังแต่เพียงผู้เดียว”

“ข้าขึ้นเขาเพื่อมาส่งเสบียงและเสื้อผ้าให้กับสามี”

“ไม่ไกลจากที่นี่หรอกหรือ” ชายหนุ่มถาม

“ไกลมาก ต้องเดินอีกสองสามวันถึงจะถึง”

“แล้วกลางคืนท่านพักอยู่ที่ไหน?”

“ค่ำไหนก็นอนนั่น” หญิงนั้นตอบ

“ท่านไม่กลัวเสียงผีร้องกลางคืนหรอกหรือ?” ชายหนุ่มถาม

“กลัวแต่คนที่จะมาปองร้ายเท่านั้น กลัวอะไรกับผีเร่ร่อน

ดูท่านก็แต่งตัวยังกับบัณฑิต หรือว่าท่านไม่รู้ว่า คนเราตายแล้วก็กลายเป็นผี คนกับผีแม้จะแตกต่าง แต่เมื่อดั้งเดิมแล้วมีอะไรแตกต่างหรือ?

ในวัฏสงสารมีภพไหนที่ไม่ใช่คนวนเวียนอยู่ในนั้น แล้วคนที่ประพฤติตนเป็นคนดี ไหนเลยจะต้องกลัวว่าผีเร่ร่อนเหล่านั้นจะมาเอาชีวิต

โบราณท่านว่า “ผู้ที่มีคุณธรรมสูง แม้แต่ผียังเลื่อมใส” ผีและเทพมีแต่จะคุ้มครองผู้ที่ประพฤติดี มีหรือจะมาทำร้ายคนที่มีคุณธรรม”

หญิงนั้นพูดจบแล้วก็เดินจากไป

หลังจากฟังคำกล่าวของชายตัดฟืน พรานป่า และหญิงสาว ชายหนุ่มจึงได้คิดว่า ความกลัวที่ตนเองมีนั้น ล้วนแต่เกิดจากจิตใจของตนเองที่ไม่นิ่ง คิดไปเองว่าจะมีเหตุร้าย คิดเองว่าจะมีผีป่ามาหา เขาจึงหยุดปรุงแต่งจิต ไม่ให้คิดกลัวอะไรไปเอง เขาจึงตัดสินใจบำเพ็ญภาวนาต่อไปที่กระท่อมกลางป่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: