นิทานสอนใจ อย่าให้ลาภยศชื่อเสียง มาปิดทางสู่อนาคตที่ดี

วันศุกร์วนมาอีกเช่นเคย และก็เช่นเคยผมก็นำเอานิทานดีๆ มาให้อ่านกันครับ วันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้ข้อคิดในการดำรงชีวิต ในการทำงานได้อย่างดี ลองอ่านดูนะครับ

มีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง เมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา จึงคิดจะหาผู้สืบทอดเป็นเจ้าอาวาสต่อไป วันหนึ่งพูดกับศิษย์สองคนซึ่งหมายตาไว้แล้วว่าจะให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้สืบทอดต่อไปศิษย์คนหนึ่งชื่อว่าฮุ่ยหมิง อีกคนหนึ่งชื่อว่าเฉิงเหยียน

“พวกเจ้าสองคนหากใครมีความสามารถปีนจากหน้าผาของหลังวัดขึ้นไปข้างบนได้ คนนั้นจะได้เป็นเจ้าอาวาสต่อไป”

ศิษย์ทั้งสองจึงเดินไปที่หน้าผา หน้าผานั้นสูงชันและมีแง่งหินขรุขระตลอดทั้งหน้าผา ฮุ่ยหมิงซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงกว่า มีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ปีนขึ้นไปได้ไม่นาน ก็ลื่นตกลงมา เขาจึงเพิ่มความระมัดระวังในการปีนมากขึ้น แต่ที่สุดก็ลื่นไหลตกลงมาอีกแต่ไม่ว่าจะตกลงมาจนบอบช้ำไปหมด แต่เขาก็ไม่ท้อแท้ แม้จะตกลงมาอีก

หลายครั้ง แต่ที่สุดเขาก็รวบรวมพลังที่มีอยู่ปีนขึ้นไป แต่เมื่อปีนได้ครึ่งทางก็รู้สึกหมดแรง และบริเวณนั้นก็ไม่มีที่ที่จะให้หยุดพักได้ ที่สุดก็พลัดตกลงมาอีกคราวนี้ตกลงมา ศีรษะกระแทกถูกก้อนหิน จนสลบแน่นิ่งไป

ฝ่ายเฉิงเหยียน ขณะที่เริ่มต้นก็เหมือนกับฮุ่ยหมิง พยายามใช้แรงอย่างมากมายในการปีน แต่ก็ต้องปีนแล้วลื่นไหลลงมาหลายครั้ง ครั้งหนึ่งขณะที่ปีนอยู่กลางหน้าผาแล้วมองลงไปข้างล่าง แล้วก็ตัดสินใจลงมาที่ด้านล่าง ปัดเสื้อผ้าที่เลอะดินทรายออก แล้วเดินไปที่ลำธาร แล้วเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไป ผ่านป่าเขา แล้วไม่ต้องเปลืองแรงแต่อย่างใด ก็ไปถึงยอดเขาได้

เมื่อเขาเดินมาหาพระอาจารย์ ทุกคนก็นึกว่าจะต้องถูกพระอาจารย์ต่อว่าอย่างแรงว่ารักตัวกลัวตาย ใจไม่กล้าแล้วยังอ่อนแอ แล้วก็ถูกขับไล่ออกจากสำนักไปแต่พระอาจารย์กลับพูดว่าให้ เฉิงเหยียนดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสต่อไป

ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจความหมายว่าเพราะอะไรเฉิงเหยียนเลยอธิบายให้ศิษย์ร่วมสำนักฟังว่า หน้าผาที่อยู่หลังวัดไม่สามารถจะปีนขึ้นไปได้ แต่เมื่อมองจากกลางหน้าผา ก็จะเห็นทางเล็กๆที่จะเดินขึ้นไปได้

พระอาจารย์มักพูดบ่อยๆว่า

“ผู้มีปัญญาจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม ผู้รู้จะเดินเกมไปตามเหตุ” นี่เป็นการสอนให้พวกเรารู้จักยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ไปตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า

พระอาจารย์พยักหน้าด้วยความพอใจพูดว่า “หากเป็นผู้อยากได้หน้าอยากได้ชื่อในจิตก็จะมีแต่ทางตันของหน้าผา ฟ้าไม่ได้วางกรงขังไว้ แต่จิตเราสร้างกรงขังไว้เอง ในกรงขังแห่งความอยากมีชื่อเสียง แย่งชิงกันอย่างลำบากยากเย็น อย่างเบาก็แค่เกิดความทุกข์กังวล อย่างหนักอาจจะต้องบาดเจ็บ และอย่างหนักอาจจะต้องร่วงหล่นลงจนร่างเละ”

หลังจากนั้นพระอาจารย์ก็ให้บาตรและจีวรแก่เฉิงเหยียน และพูดกับทุกคนว่า “การปีนหน้าผา เป็นการทดสอบสภาพจิตของพวกเจ้า ไม่ให้หลง-วนเข้าไปอยู่ในตาข่ายแห่งชื่อเสียงเกียรติยศ ในจิตที่ไม่กังวลสิ่งใด สามารถเดินไปตามครรลองที่เป็นไปได้ คือคนที่ข้าปรารถนา”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: