ไม่ต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ไม่ต้องการทำงานเพิ่ม แต่อยากได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น

ในองค์กรของท่าน ยังมีพนักงานที่ไม่ต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ไม่ต้องการทำงานเพิ่ม แต่อยากได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น อยู่หรือไม่ เท่าที่ผมประสบมาด้วยตนเองตามองค์กรต่างๆ ก็เชื่อว่า ยังมีอยู่ แต่ถ้าองค์กรไหนที่โชคดีหน่อย ก็จะมีพนักงานกลุ่มนี้น้อยหน่อย บางองค์กรโชคร้าย ก็อาจจะมีพนักงานในกลุ่มนี้มากหน่อย

องค์กรที่มีพนักงานกลุ่มนี้น้อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรที่มีระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เน้นไปที่การสร้างผลงานกันอย่างจริงจัง และมีการให้รางวัลตอบแทนผลงานกันอย่างจริงจังเช่นกัน พนักงานที่มีผลงานที่ดี และมีศักยภาพให้เห็น พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่อยู่กับที่ คนแบบนี้ องค์กรต้องการเก็บไว้อย่างดี ดังนั้น ระบบบริหารค่าตอบแทน ก็จะให้อย่างตรงไปตรงมาตามผลงานที่พนักงานทำได้เช่นกัน

ส่วนพนักงานที่มีผลงานที่ไม่ดี ไม่พัฒนาตนเอง ศักยภาพหดหาย องค์กรก็จะหาวิธีในการพัฒนาพนักงานกลุ่มนี้ ซึ่งถ้าพนักงานกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะพัฒนาอะไรได้อีกต่อไป มาตรการสุดท้ายขององค์กรกลุ่มนี้ก็คือ ต้องจากกันด้วยดี

แต่ในทางตรงกันข้าม องค์กรที่มีพนักงานในลักษณะที่ ผลงานก็ไม่มี เวลามอบหมายงานท้าทายใหม่ๆ ให้ ก็มักจะมีข้ออ้างกลับมาว่าทำไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้ หรือ เงียบหายไป ไม่สนใจ รวมทั้งเวลาที่จะให้พัฒนาอะไรใหม่ๆ ก็จะมีข้ออ้างอีกเช่นกันว่า ของเก่าที่มีอยู่ ก็ดีอยู่แล้ว จะพัฒนาอะไรกันไปทำไมเยอะแยะ และพนักงานกลุ่มนี้ก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ในองค์กรต่อไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังได้รางวัลผลงานอีกด้วย

สุดท้ายคนเก่งๆ ก็จะอยู่ทำงานด้วยไม่ได้ หรือไม่ก็แปลงร่างจากคนเก่ง กลายเป็นคนที่ไม่อยากพัฒนาอะไรเพราะเห็นคนอื่นไม่เห็นต้องเหนื่อยอะไร แต่ได้รางวัลผลงานที่ดี ไม่แตกต่างกันเลย แล้วจะเหนื่อยไปทำไมกัน

ถ้าองค์กรไม่มีมาตรการที่ถูกต้องในการบริหารจัดการพนักงานกลุ่มนี้ ผมเชื่อว่า อีกไม่นาน องค์กรเองก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน หรือถ้าอยู่ได้ ก็จะไม่เติบโต มีแต่ละเล็ก และหดตัวแคระแกร็นลงไปเรื่อยๆ

เท่าที่หาสาเหตุว่าทำไมเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ก็พอจะสรุปได้ดังนี้

  • ผู้บริหารระดับสูงไม่จริงจังกับการสร้างผลงาน ทำงานไปเรื่อยๆ เหมือนกัน อยู่ในวาระ ก็แค่รักษามาตรฐานให้ดีก็พอแล้ว อะไรที่ต้องพัฒนาใหม่ๆ ถ้ามันเกินวาระของตนก็จะไม่ทำ

  • ผู้บริหาร และผู้จัดการไม่เคยมีเป้าหมายในการทำงาน หรือมี ก็ไม่จริงจังกับมัน เรียกได้ว่า ทำงานประจำแบบปกติไปเรื่อยๆ ก็พอ ไม่ต้องคิดอะไรใหม่ให้มันยาก ผลก็คือ เวลาที่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็มักจะมีการคุยกัน หารือกัน แต่สุดท้ายก็จะจบกันที่ มันยุ่งยากเกินไป ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว อย่าทำมันเลยดีกว่า

  • ผู้จัดการและผู้บริหาร มองผลงานพนักงานไม่ออก ไม่รู้ว่า พนักงานที่มีผลงานที่ดีจริงๆ กับดีแต่พูดนั้นแตกต่างกันอย่างไร ผู้บริหารให้รางวัลแก่พนักงานโดยอาศัยความชอบไม่ชอบส่วนตัวเป็นหลัก ผลงานไว้ทีหลัง บางคนเห็นพนักงานผลงานดีเกินหน้าเกินตา แทนที่จะสนับสนุน กลับไปขัดขวาง และไปทำให้พนักงานคนนั้นหมดกำลังใจในการทำงานแทน แต่กลับไปอวยพนักงานที่ดีแต่พูด และประจบประแจงมากกว่า เข้าข่าย คนดีไม่เคยโต คนที่โต ไม่เคยดี

  • พนักงานที่มีผลงานแย่ๆ กลับได้รางวัลผลงานไม่แตกต่างกับพนักงานที่มีผลงานที่ดี โดยผู้จัดการและผู้บริหารก็ไม่เคยที่จะเข้ามาแก้ไขอะไร ปล่อยให้เป็นไปแบบนั้น บอกแค่เพียงว่า ก็วัฒนธรรมของเรามันเป็นแบบนี้ คำถามก็คือ และจะให้มันเป็นแบบนี้ไปตลอดจริงๆ หรือ

  • พนักงานที่ไม่ทำงาน ไม่สร้างผลงาน ไม่มีมูลค่าเพิ่มอะไรให้องค์กร รวมถึงยังทำผิดกฎระเบียบมากมาย แต่กลับไม่มีมาตรการในการจัดการกับพนักงานกลุ่มนี้ ก็ยังคงนั่งว่างๆ สบายๆ ไม่ต้องทำงานต่อไป อีกทั้งให้พัฒนาอะไร ก็บอกไม่เอา ไม่ทำ จนกลายเป็นว่าผู้บริหารต้องมานั่งเกรงใจพนักงานกลุ่มนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ควรทำแบบนั้น ไม่มีนโยบายเลิกจ้างหรือลงโทษอะไรเลย จะลงโทษ ก็บอกว่าสงสาร แล้วไม่สงสารองค์กรบ้างหรือ ที่ต้องอยู่แบบไม่โตต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ ผู้บริหารเองก็ไม่เด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ ถ้าเป็นองค์กรที่เขาเน้นผลงานจริงๆ พนักงานแบบนี้รับรองว่า ไม่ได้อยู่ทำงานต่อในองค์กรอย่างแน่นอน

สุดท้าย พนักงานที่ทำงานในองค์กร ก็จะกลายเป็นพนักงานที่ไม่อยากทำอะไรใหม่ๆ ไม่ต้องการพัฒนาตนเอง ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนระบบงานใหม่ๆ ทำงานแบบเดิมๆ ก็พอ ไม่ต้องการความยุ่งยากอะไรในชีวิต แต่กลับต้องการเงินเดือนเพิ่มทุกปี

สุดท้ายพอถึงเวลาที่ต้องหยุดกิจการ พนักงานก็มาโทษผู้บริหารอีกว่า ทำไมไม่เปลี่ยนแปลง ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ ทำไมโลกเปลี่ยนไปตั้งเยอะแล้ว แต่เรากลับไม่เคยเปลี่ยนอะไรเลย ฯลฯ โดยที่ไม่เคยมองย้อนกลับมามองตัวเองเลยว่า ตนเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเหมือนกัน

มันก็คือวงจรแห่งหายนะ ที่องค์กรควรจะต้องตัดวงจรนี้ให้ขาด โดยเริ่มต้นจากทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่ง ยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง เน้นพฤติกรรมในการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสม เน้นไปที่ผลลัพธ์ของการทำงาน และเน้นไปที่การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

ถ้าผู้บริหารเชื่อมั่นแบบนี้จริงๆ การกระทำต่างๆ ที่ตามมา ก็จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการบริหารผลงานของพนักงานเป็นหลัก คนดีก็จะเติบโตก้าวหน้า คนไม่ดี ก็จะได้รับการพัฒนา แต่ถ้าพัฒนาแล้ว ยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องจากกันไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แล้วองค์กรของท่านล่ะครับ มีพนักงานแบบไหนเยอะกว่ากัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: