โครงสร้างเงินเดือน กับคำถามคาใจพนักงาน ถ้าเงินเดือนตันทำอย่างไร

บริษัทที่มีนโยบายในการจัดทำโครงสร้างเงินเดือน มักจะได้รับคำถามจากพนักงานเสมอว่า เมื่อมีโครงสร้างเงินเดือน ก็แปลว่า ต้องมีเพดานเงินเดือน และการที่มีเพดานเงินเดือนแสดงว่า พนักงานก็มีโอกาสที่เงินเดือนตนเองจะชนเพดาน และเมื่อเงินเดือนชนเพดานแล้ว จะทำอย่างไร แปลว่า ก็จะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนใช่หรือไม่

ก่อนอื่นก็ต้องมีดูกันก่อนว่า ทำไมถึงต้องมีการกำหนดเพดานเงินเดือนไว้

บริษัทที่มีการทำโครงสร้างเงินเดือนอย่างเป็นทางการนั้น จะมีการกำหนดระดับงานตามความยากง่ายของงานไว้เป็นกลุ่มๆ ตามลำดับตัวเลข เช่น ระดับงาน 1 จะมีตำแหน่ง คนสวน คนทำความสะอาด ฯลฯ ระดับงาน 2 มีตำแหน่ง พนักงานขับรถ พนักงานส่งเอกสาร ฯลฯ ก็จะเรียงลำดับตามความยากง่ายของงานขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับสูงสุดที่เป็น CEO ของบริษัท

ซึ่งในแต่ละระดับงาน ก็จะมีการเปรียบเทียบค่าจ้างของตลาดไว้ว่า ตำแหน่งงานต่างๆ ในแต่ละระดับงานนั้น ตลาดเขาจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ บริษัทก็จะนำเอาราคาตลาดมากำหนดเป็นอัตราเงินเดือนของบริษัท เพื่อที่จะได้สามารถแข่งขันในการว่างจ้างพนักงานได้

และก็ต้องมีการกำหนดเพดานเงินเดือนไว้ เพื่อเป็นตัวบอกว่า ตำแหน่งงานในระดับงานที่ต่ำกว่าจะต้องไม่ไปสูงกว่าราคาตลาดของตำแหน่งงานที่อยู่ในระดับงานที่สูงกว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามความยากง่ายของการแต่ละงานในองค์กร ด้วยวิธีการนี้ ก็จะทำให้พนักงานขับรถ เงินเดือนจะไม่สูงขึ้นไปเรื่อยจนวันหนี่งเงินเดือนเท่ากับผู้จัดการของตัวเอง ซี่งถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ เราก็จะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมตามความยากง่ายของงานนั่นเอง

เราลองมาพิจารณากันง่ายๆ นะครับ ปกติถ้าเราใช้อัตราเริ่มจ้างพนักงานระดับปริญญาตรีจบใหม่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน และทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ที่เน้นงานเอกสารเป็นหลัก ถ้าเราไม่มีเพดานเงินเดือนกำกับไว้ และถ้าพนักงานคนนี้ทำงานไปเรื่อยๆ และได้รับการขึ้นเงินเดือนไปเรื่อยๆ ปีละเฉลี่ย 5% จนเกษียณโดยมีเงื่อนไขว่า ทำงานในตำแหน่งงานเดิม งานแบบเดิม ก็คือ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการแบบเดิมแบบที่ทำอยู่จนอายุ 60 ปี และมีเงินเดือนที่ 95,782 บาทต่อเดือน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ บริษัทจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทางด้านเงินเดือนที่สูงขึ้นทุกปี โดยที่ไม่ได้รับมูลค่าเพิ่มทางผลงานจากพนักงานเลย เพราะพนักงานทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง

บริษัทก็เลยตัดสินใจว่า ต้องมีโครงสร้างเงินเดือน และต้องมีการกำหนดเพดานเงินเดือน สิ่งที่บริษัทคิดก็คือ บริษัทยินดีที่จะขึ้นเงินเดือนให้พนักงานไปเรื่อยๆ นะ แต่เงื่อนไขก็คือ พนักงานเองก็จะต้องพัฒนาตนเอง เรียนรู้ เพิ่มพูนความรู้ ทักษะในการทำงานต่างๆ ให้มากขึ้นด้วย เพื่อที่จะสามารถรับผิดชอบงานที่ยากขึ้นได้ในอนาคต และเมื่อพิสูจน์ได้ว่า มีความสามารถสูงขึ้น และทำงานที่ยากขึ้นได้ก็จะเลื่อนระดับ หรือ เลื่อนตำแหน่งให้ ซึ่งก็จะทำให้เงินเดือนไม่ตันแล้ว

แต่ถ้ารักที่จะทำงานแบบเดิม โดยไม่ต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ก็ต้องได้รับเงินเดือนสูงสุดเท่าที่เพดานเงินเดือนกำหนดไว้เท่านั้น

ดังนั้นการที่มีเพดานเงินเดือน ไม่ได้แปลว่า บริษัทจะใจร้ายไม่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน แต่จริงๆ แล้วบริษัทต้องการที่จะทำให้พนักงานคิดถึงความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง ต้องการให้พนักงานพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะที่สูงขึ้น และต้องการให้พนักงานเติบโตขึ้นไปด้วยความพร้อม ดังนั้นพนักงานที่พัฒนาตนเองอยู่ตลอด และยินดีรับผิดชอบงานที่ยากขึ้น สูงขึ้น เงินเดือนก็จะไม่ตัน เพราะองค์กรมีเส้นทางให้เติบโตขึ้นไป

ด้วยวิธีนี้ พนักงานที่รักที่จะพัฒนาตนเอง เงินเดือนก็จะไม่ตัน เพราะมีทางออกให้เสมอถ้าพัฒนาได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดไว้ แต่พนักงานที่ไม่เคยคิดที่จะพัฒนาตนเองเลย ทำงานถึงจุดหนึ่ง ก็จะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนอีกต่อไป หรือถ้าได้รับ ก็จะได้รับในอัตราที่น้อยลงมาก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสัญญานบอกกับพนักงานว่า ถึงเวลาที่ต้องพัฒนาตนเองแล้วนะ

บางคนอาจจะถามว่า ถ้าเป็นแบบนี้พนักงานคนนี้ก็อาจจะขอลาออกจากองค์กร เราก็จะเสียพนักงานไป เอาว่าถ้ามีพนักงานที่ทนไม่ได้และขอลาออก ถ้าบริษัทที่มีโครงสร้างเงินเดือนที่แข่งขันได้จริงๆ พนักงานที่เงินเดือนชนเพดาน จะไม่สามารถไปหางานแบบเดิมได้ในอัตราเงินเดือนตามเพดานที่ได้รับอยู่ เพราะไม่มีใครจ้างเนื่องจากราคานี้สูงเกินกว่าตลาดทั่วไป เช่น พนักงานธุรการที่ทำงานเอกสารมาเรื่อยๆ จนเงินเดือนชนเพดานที่ 40,000 บาท และจะไปหางานธุรการแบบเดิมที่บริษัทอื่น ในอัตรา 40,000 หรือมากกว่านั้น คงไม่มีใครจ้างแน่นอน เพราะตำแหน่งนี้สามารถจ้างพนักงานใหม่ได้ที่อัตรา 15,000 ก็ได้คนมาทำงานแล้ว เป็นต้น

และนี่ก็คือสาเหตุของการที่จะต้องมีการกำหนดเพดานเงินเดือน ก็เพื่อเป็นเครื่องมือแกมบังคับให้พนักงานพัฒนาตนเอง ใครที่พัฒนาตนเองได้ดี ก็จะได้รับการปรับเงินเดือน และเมื่อถึงจุดหนึ่ง พร้อมรับหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ก็จะได้รับการปรับตำแหน่งขึ้นไป เงินเดือนก็จะไม่ตัน และถ้าสามารถพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ได้ ก็จะสามารถเติบโตไปในระดับสูงขึ้นได้ การเติบโตในเรื่องของเงินเดือนก็จะเติบโตขึ้นไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบ และมูลค่าเพิ่มที่พนักงานสามารถทำให้กับบริษัทได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: