ผู้นำกับความอ่อนน้อมถ่อมตน ความย้อนแย้งที่เป็นประโยชน์ ตอนที่ 1

พูดถึงผู้นำ เราอาจจะคิดถึงภาพของผู้นำกองทัพในนิยายสงครามที่ต้องเด็ดขาด โหดเหี้ยม ฟันไม่เลี้ยง ฯลฯ หรือ ภาพของบุคคลที่มีบุคลิกที่แข็งกร้าว สูงส่ง ไม่เคยมองต่ำ ฯลฯ นี่คือภาพที่คนส่วนใหญ่มักจะเห็นเวลาที่พูดถึงผู้นำ อาจจะเป็นเพราะเราดูหนัง และดูละครในมุมนี้มามากจนทำให้เกิดภาพติดตา

กลับมาที่ชีวิตการทำงานของเรา เคยสังเกตหรือไม่ว่า เวลาที่มีผู้นำคนใหม่เข้ามาในองค์กรเรา เขาปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ผมมีโอกาสได้เห็นในชีวิตการทำงานของผมเอง

เหมือนกับว่าผู้นำคนนั้น เป็นคนที่ดูหนัง และดูละครในบทบาทที่กล่าวไว้ข้างต้นจริงๆ

ก่อนที่ผู้นำคนใหม่จะมาเริ่มงานวันแรก ข่าวลือในหมู่พนักงานก็กระฉ่อนกันไปมากมาย ว่าผู้นำคนใหม่นี้ เป็นคนที่ดุมาก ก้าวร้าว ไม่เห็นหัวลูกน้องเลย ฯลฯ จนทำให้เราในกลุ่มพนักงานเองก็เริ่มที่จะมีความรู้สึกกลัวกันไปต่างๆ นานา

ก่อนที่ผู้นำท่านนี้จะมาดำรงตำแหน่ง 1 สัปดาห์ บริษัทก็เริ่มมีการวางแผนจัดเตรียมการต้อนรับผู้นำคนใหม่กันอย่างดี และได้ยินมาว่า ผู้นำคนใหม่ต้องการที่จะให้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในห้องประชุมใหญ่ และต้องให้พนักงานทุกคนในบริษัทเข้าฟังการชี้แจงนโยบายใหม่นี้ด้วย มีการย้ำมาด้วยว่า บังคับให้เข้าทุกคน ใครไม่เข้าจะมีบทลงโทษ

แค่เห็นการกระทำแบบนี้ เหล่าบรรดาพนักงานต่างก็เอาไปนินทากันยกใหญ่ ว่า เป็นใคร ใหญ่มาจากไหน ต้องถึงกับเปิดตัวเหมือนเป็น เซเลบกันเลยหรือ แถมยังบอกว่าใครไม่เข้าร่วมประชุมจะถูกลงโทษอีกด้วย แค่เหตุการณ์นี้ ก็สร้างความไม่พึงพอใจให้กับกลุ่มพนักงานส่วนใหญ่ของบริษัทแล้ว

เมื่อถึงวันเปิดตัว พิธีการที่เตรียมการไว้ทั้งหมด ก็ดำเนินการไปอย่างยิ่งใหญ่ โดยที่พนักงานทุกคนไม่ได้รู้สึกยิ่งใหญ่ไปด้วยเลย คำปราศรัยของผู้นำคนใหม่ เต็มไปด้วยประวัติที่ดีเด่นของตนเอง เต็มไปด้วยคำยกยอตนเอง ว่าเก่ง ว่าเยี่ยม ได้รางวัลต่างๆ นานามามากมาย อีกทั้งยังบอกอีกว่า ขอให้พนักงานทุกคนทำตามเขาอย่างเคร่งครัด คำสั่งของเขาถือเป็นประกาศิต ห้ามมีใครไม่ปฏิบัติตามอย่างเด็ดขาด (ยังมีอีกมาก)

พนักงานกลุ่มที่รู้สึกไม่ดีแต่แรก ก็เริ่มอึดอัด เริ่มส่งเสียงดัง เริ่มคุยกัน และไม่ฟัง ผู้นำท่านนั้นก็เริ่มได้ยิน และชี้ไปที่กลุ่มพนักงานนั้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ว่า “ถ้าไม่ฟัง ก็ออกไปจากบริษัทนี้!!” พนักงานกลุ่มนั้น ก็ลุก และเดินออกไปพร้อมกัน จากนั้น ก็เริ่มมีพนักงานอีกหลายคนที่พร้อมใจกันเดินออกไปจากห้องประชุม เพราะเริ่มรู้สึกไม่พอใจพฤติกรรมของผู้นำคนใหม่

ถึงเวลาทำงานกันจริงๆ พนักงานกลุ่มนี้ ก็ถูกหมายหัว และถูกหนังสือเตือน และทำให้พนักงานกลุ่มนี้ไม่พอใจอย่างยิ่งผู้นำคนนี้ก็ยังคงรักษาความก้าวร้าวในการทำงาน จนพนักงาน และผู้บริหารคนอื่นไม่สามารถที่จะทำงานกันได้ จนต้องมีการคุยกันเพื่อจบเรื่องกันในครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ให้ท่านผู้อ่านทายกันว่า ผู้นำคนนี้ สามารถบริหารจัดการคนในบริษัทนี้ได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน??

คำตอบก็คือ เขาอยู่ได้นานมาก และกลายเป็นที่รักของพนักงานด้วยซ้ำไป แต่ไม่ใช่พฤติกรรมอย่างที่เล่าให้ฟังนะครับ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเขาเองในฐานะผู้นำองค์กร

สิ่งที่เขาเปลี่ยนไป ก็คือ พฤติกรรมที่ก้าวร้าว โอ้อวด ข่มผู้อื่น มองไม่เห็นหัวผู้อื่น ฯลฯ เริ่มเปลี่ยนไปเป็นพฤติกรรมอ่อนน้อม ถ่อมตน เปิดใจรับฟังพนักงาน เข้าใจและเห็นใจพนักงาน จนสุดท้ายก็สามารถที่จะได้ใจพนักงานกลุ่มแรกที่มีเรื่องกันไว้ตั้งแต่แรก แถมยังกลายเป็นกลุ่มพนักงานมือขวาที่ทำงานได้อย่างดีอีกด้วย

ทำไมผู้นำที่เรามองว่า ต้องแข็งกร้าว ต้องดุโหด เสียงดัง ข่มขวัญคนอื่นได้ ฯลฯ จึงไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำในชีวิตการทำงานจริงได้เลย แล้วผู้นำที่อ่อนน้อมถ่อมตนนั้น มันคือการแสดงความอ่อนแอไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำได้

เรามาติดตามกันต่อในวันพรุ่งนี้นะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: