นิทานสอนใจ รักตัวเองแล้วก็ทำร้ายตนเอง

วันนี้นำเอาข้อเขียนดีๆ มาให้อ่านกัน พยายามหาต้นตอที่มา และผู้เขียน แต่หาไม่เจอว่าเป็นของใคร ถ้าท่านใดทราบรบกวนแจ้งได้เลยนะครับ จะได้ให้เครดิตกับผู้ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาครับ

คนที่เรารักที่สุดไม่มีใครเกินกว่ารักตัวเอง คนที่เราเกลียดที่สุด ก็คือตัวเอง ตั้งแต่เล็กจนโต คนส่วนใหญ่มักจะทำอยู่เรื่องหนึ่งคือ ทำอย่างไรถึงจะให้ตนเองพอใจ

ตั้งแต่วัยทารก เมื่อผ้าอ้อมเปียก ก็จะร้องไห้เพื่อจะบอกให้คนอื่นรู้เมื่อหิว ก็แสดงออกโดยการร้องไห้ เมื่อเจ็บป่วยก็ร้องไห้อีก เมื่อผู้อื่นทำให้ตนเองไม่พอใจก็ร้องอีก ส่วนใหญ่ก็ใช้การร้องไห้ ร้อง ร้อง ร้อง จนผู้อื่นทำให้ตนเองพอใจจึงจะหยุด

เมื่ออยู่ในวัยเด็ก จะกินอะไรต้องกินให้ได้ จะเอาก็จะเอาให้ได้จะทิ้งก็ทิ้งเลย จะคลานก็คลาน ไม่สนใจผู้อื่นว่าจะเป็นอย่างไรจะทำอะไรก็ทำเลย ก็คือการทำให้ตัวเองพอใจก็แล้วกัน

โตขึ้นมาอีกหน่อย คิดจะเล่น ก็เล่น เล่นของไปชิ้นหนึ่งก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกชิ้นหนึ่งประเดี๋ยวเล่นกับคนนี้ เดี๋ยวก็ไปเล่นกับคนโน้น เล่นทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนค่ำเหมือนกับเล่นได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ก็เพื่อสนองความต้องการของตนเอง

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น รู้สึกสนใจเพื่อนต่างเพศ มักจะมองครูอาจารย์เหมือนศัตรูแสดงการต่อต้านออกมาเพื่อแสดงถึงความไม่พอใจ แสดงกิริยาร้ายๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือปิดกั้นตัวเองเพื่อหลบหลีกปมด้อยในใจของตนเอง ไม่ว่าจะใช้วิธีการอย่างไรหรือลักษณะอย่างไร ก็เป็นเพื่อเรียกร้องความเอาใจใส่และความสนใจจากคนอื่น ใช้การแสดงออกลักษณะนี้ ก็เพื่อสนองความพอใจของตนเอง

วัยหนุ่มสาว ก็แย่งชิงสาวกับเพศเดียวกัน ที่ไม่ถูกกันก็กล่าวโทษกันไปมาแสวงหาความท้าทาย เสกสรรปั้นแต่งให้ตัวเอง แสวงหาความรักเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน เพื่อให้ตนเองก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าจะจมลงไปสู่สิ่งที่เลว หรือมุ่งข้างหน้าทั้งสองสิ่งก็เป็นไปเพื่อสนองความพอใจของตนเอง

เมื่อมาถึงวัยกลางคน ไม่ใช่เพื่อขยายกิจการให้ใหญ่โต ก็หลีกหนีไปจากโลกของตัวเอง กระโดดเข้าไปเล่นการเมืองลงทุนกิจการต่างๆ เล่นบทนอกใจภรรยา ทำตัวเป็นข่าวเพราะที่เป็นอยู่ไม่เพียงพอที่จะสนองความต้องการของตนเอง ดังนั้นจึงไปสร้างกิเลสเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อเข้าสู่วัยชรา หวังจะให้ลูกหลานมาห่วงใย คู่ทุกข์ยากยังอยู่เป็นเพื่อนและจากโลกนี้ไปอย่างไม่เจ็บไข้ได้ป่วย รำพึงรำพันถึงชีวิตที่ผ่านมาเพื่อปลอบประโลมใจให้กับตัวเอง ใช้ความนับหน้าถือตาของผู้อื่น มายืนยันความความมั่นใจของตนเอง ไม่ว่าจะปิดบังซ่อนเร้นชีวิตที่ผ่านมาอย่างไรก็ยังไม่สามารถทำความพอใจให้กับตนเองได้

ทุกคนย่อมต้องการให้ผู้อื่นมาเติมเต็มให้ อ่อนข้อให้ สร้างความพอใจให้ แต่…ผู้อื่นก็มีความต้องการเช่นนั้นพอๆกับเรา มีความหวังที่จะอยากได้สิ่งต่างๆมาสนองความต้องการเหมือนกัน ความต้องการและความหวังจากผู้อื่นเช่นที่ว่านี้ย่อมจะเป็นจริงได้ยาก

ดังนั้นเมื่อต่างฝ่ายเริ่มต้นที่จะอยากได้จากฝ่ายตรงข้ามย่อมเกิดความเคืองแค้นทั้งคู่ จากเรื่องของบุคคลต่อบุคคลก็กลายเป็นระหว่างกลุ่ม ระหว่างประเทศต่อประเทศ ต่อสู้แย่งชิงกันไปมาก็เพื่อมาตอบสนองความพึงใจของตนเอง ของกลุ่ม ของประเทศ

คนมีปัญญาย่อมมีกิเลสน้อย พอใจในสิ่งที่ตนเองมี และสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ตามสมควร แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่เลยต้องให้ผู้อื่นมาเติมเต็มให้กับความต้องการของตัวเอง สุดท้ายก็มีแต่ความทุกข์ที่ต้องแบก และกลายเป็นทาสของกิเลสในที่สุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: