GIG Worker คืออะไร และจะมีผลอย่างไรในการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร

ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง GIG Economy ไว้เมื่อนานมาแล้ว ในช่วงนี้ก็มีท่านผู้อ่านสอบถามมาว่า GIG มันคืออะไร ได้ยินคำกว่า GIG Worker มันคืออะไรกันแน่ แล้วจะมีผลต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรหรือไม่

ก่อนอื่นเรามาดูคำนี้กันก่อน GIG ว่ามันแปลว่าอะไร ใน Oxford Dictionary ให้คำนิยามของ Gig ไว้ว่า

“a job, especially a temporary one” ซึ่งแปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ว่า “คือ งาน โดยเฉพาะงานแบบชั่วคราว”

คำนี้พอเอามาใช้ในแวดวงของการบริหารจัดการ ก็เลยแปลว่า คนที่ไม่ได้ทำงานประจำ แต่รับงานจากบริษัทต่างๆ มาทำ โดยที่ไม่ได้เป็นสถานะพนักงานประจำขององค์กรนั้นๆ

บางแห่ง ก็ตีความเหมือนกับคำว่า Freelance ก็ใกล้เคียงครับ เพราะไม่ต้องการเป็นพนักงานประจำขององค์กร

ดังนั้น Gig Worker ก็คือ คนที่ไม่อยากทำงานประจำ ไม่อยากที่จะสังกัดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ใช้วิชาชีพของตนเองในการทำงานให้กับหลายๆ องค์กรที่ต้องการความชำนาญในการทำงานของพนักงานคนนั้น

นั่นแปลว่า พนักงาน 1 คนนั้น จะสามารถทำงานให้กับองค์กรต่างๆ ได้มากกว่า 1 องค์กร และรับรายได้จากการทำงานนั้นๆ โดยตรง

Gig Worker เกิดขึ้นมาได้อย่างไร คำตอบก็คือ เกิดจากการที่คนเราเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงในการทำงานประจำของตนเอง รู้สึกว่า เราอาจจะถูกเลิกจ้างได้ ถ้าเกิดสถานการณ์ที่ไม่ดีขึ้นกับองค์กร ดังนั้น คนกลุ่มหนึ่งในองค์กรก็เริ่มคิดที่จะหางานที่สอง เช่น เริ่มหางานที่ทำตอนเย็น หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยอาศัยวิชาความรู้และทักษะที่ตนเองมีอยู่นั้น ทำงานให้กับองค์กรอื่นแบบไม่ประจำ

ตัวอย่างเช่น เพื่อนผมเป็นนักบัญชีมือดีขององค์กรหนึ่ง (เมื่อก่อนเป็นพนักงานประจำ) พอเริ่มมองเห็นความไม่มั่นคงในอาชีพการทำงานกับองค์กร ก็เริ่มรับงานทำบัญชีให้กับองค์กรอื่น ซึ่งตอนนั้นก็เป็นบริษัทของเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไม่ต้องการจะจ้างพนักงานบัญชีทำงานประจำ ก็เลยถามว่า พอจะทำบัญชีให้ได้มั้ย ซึ่งเพื่อนผมคนนี้ก็ตอบไปว่าทำได้ และก็ทำเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น แล้วก็รับค่าจ้างในการทำบัญชีไป

สักพัก เพื่อนคนที่เป็นเจ้าของบริษัท ก็แนะนำให้กับเพื่อนของเขาอีกที ซึ่งเป็น SME เล็กๆ จนได้งานทำบัญชีมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็เลยลาออกจากงานประจำ และหันมารับงานแบบนี้ ให้กับบริษัทต่างๆ ซึ่งใน 1 สัปดาห์ ก็สามารถรับงานได้มากกว่า 1 บริษัท และก็สามารถคิดค่าบริการตามความยากง่าย และตามเวลาที่ต้องใช้ในการทำงาน อีกทั้งยังสามารถที่จะออกแบบการใช้ชีวิตส่วนตัวได้อีกด้วย คือ มีความยืดหยุ่นในการทำงานมากกว่า ที่จะเป็นพนักงานประจำ

นั่นเป็นแค่ตัวอย่างนะครับ ยังมีอีกหลายอาชีพ ที่เริ่มมาในแนว Gig Worker กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้าน IT Programmer นักกฎหมาย นักการตลาด นักออกแบบเว็บไซต์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร ฯลฯ รวมไปถึงงาน HR ก็เริ่มที่จะมีการทำงาน แบบ Gig worker มากขึ้นด้วย

ถามว่า จะมีผลอย่างไรต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร ก็ตอบได้อย่างชัดเจนว่า มีผลอย่างมาก ในกรณีถ้าอนาคตคนหันไปทำงานแบบ Gig กันมากขึ้น องค์กรเองก็ต้องเปลี่ยนแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลพอสมควร เพราะเราจะเห็นเลยว่า บางสายงานอาจจะหาคนทำงานไม่ได้ หรือเปลี่ยนเป็นแบบพนักงาน Gig แทนก็ได้

องค์กรเองก็ไม่ต้องแบกรับภาระในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินเดือนค่าตอบแทน รวมถึงสวัสดิการต่างๆ อีกทั้งองค์กรเองก็ยังคงได้รับบริการในแบบมืออาชีพได้เหมือนเดิม เพียงแต่ข้อเสียก็คือ เขาไม่ได้ทำงานให้เราทุกวัน ดังนั้น อาจจะต้องมีการวางแผนการทำงานอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในการทำงานขึ้นได้

ในต่างประเทศ เขาวิจัยกันอย่างชัดเจนว่า Gig Worker นั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย จนทำนายว่า ในปี 2030 นั้น จะมี Gig Worker ในสัดส่วนถึง 30% ของพนักงานประจำในองค์กรเลยทีเดียว

ดังนั้น ถ้าท่านผู้บริหารองค์กร และผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล ถ้าเห็นแนวโน้มแบบนี้ ก็คงต้องนำมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการวางแผนกำลังคนขององค์กรในอนาคตได้ว่า งานไหนที่ต้องใช้พนักงานประจำ งานไหนใช้แค่ Gig Worker ก็พอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: