ระบบประเมินผลงานที่ดี จะต้องมีสิ่งต่อไปนี้

เรื่องของการบริหารผลงาน การประเมินผลงานพนักงาน ก็ยังคงเป็นระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มักจะมีปัญหามากระบบหนึ่งในองค์กร มีผู้จัดการหลายคนเคยบ่นให้ฟังว่า “องค์กรนี้อะไรๆ ก็ดีหมด เสียอย่างเดียวคือ ระบบประเมินผลงาน ไม่รู้ว่าจะประเมินกันไปทำไม” รวมทั้งเวลาที่ทำ Employee Experience ในองค์กร ก็มักจะได้รับข้อคิดเห็นจากพนักงานว่า เขาไม่ชอบการประเมินผลงานของที่บริษัทเลย

และมันก็จะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนวิธีการเสียใหม่ ปกติแล้ว ระบบประเมินผลงานขององค์กรนั้น ถ้าจะทำให้ดี จะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะต้องเห็นภาพผลงานตรงกัน

เรื่องของผลงานนั้น เป็นเรื่องของคนสองฝ่าย ก็คือ คนที่สั่งให้ทำผลงาน กับคนที่ทำผลงาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่าผลงานที่อยากให้ทำคืออะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปตัดสูทที่ร้าน เราต้องการสูทแบบไหน ผ้าแบบใด ขนาดเท่าไร ฯลฯ เราก็ต้องแจ้งให้กับช่างตัดสูททราบ ช่างเองก็ต้องวัดตัว และหาสูทที่ขนาดใกล้เคียงกับเรา รวมทั้งแบบที่ใกล้เคียงมาให้เราพิจารณาว่า แบบนี้ใช่หรือไม่ ทั้งก็เพื่อให้ตัวช่างเองทราบว่าเขาจะต้องทำผลงานอะไรให้ตรงกับความต้องการของเรา เมื่อทั้งเรา และช่างตัดสูทมองผลงานได้ตรงกันแล้ว มันก็ง่ายที่จะทำการประเมินผลงานว่า ผลที่ออกมานั้นได้ตามที่เราตกลงกันไว้หรือไม่

การทำงานในบริษัทก็เช่นกัน จะมีฝ่ายที่อยากให้เราทำผลงาน ก็คือ นายจ้าง ผู้จัดการ หัวหน้างาน ฯลฯ และฝ่ายที่จะต้องทำผลงานให้เขาเห็น ก็คือ ลูกจ้าง หรือพนักงาน คำถามแรกที่ผมมักจะถามก็คือ ทั้งสองฝ่ายมองเห็นผลงาน หรือผลสำเร็จของงานที่ตรงกันหรือไม่ หรือต่างฝ่ายต่างมองกันไปคนละอย่าง ถ้าต่างคนต่างมองผลสำเร็จของงานไม่เหมือนกัน การประเมินผลงานที่ดีจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยในองค์กร

ดังนั้นสิ่งแรกที่จะทำให้ระบบประเมินผลงานดีขึ้นได้ ก็คือ การที่หัวหน้ากับลูกน้องที่ขึ้นตรงต่อกันนั้น จะต้องมีการพูดคุยกันในเรื่องของผลงานที่คาดหวัง ทั้งในด้านผลลัพธ์ที่ต้องการในการทำงาน และด้านพฤติกรรมในการทำงาน รวมทั้งยังต้องบอกได้ด้วยว่า แบบไหนที่เรียกว่าผลงานดีสุดยอด แบบไหนที่ตรงกับที่คาดหวัง และแบบไหนที่รับรองได้ว่า ผลงานออกมาแย่แน่นอน ตรงนี้ก็ต้องชัดเจนมากระหว่างนายกับลูกน้อง ภาพต้องตรงกันก่อนตั้งแต่ต้นปี

ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะต้องสื่อสารเรื่องผลงานเป็นระยะๆ

พอภาพผลงานตรงกันแล้ว สิ่งถัดไปที่จะต้องมีก็คือ การสื่อสารเรื่องผลงาน หรือภาพที่เรากำหนดไว้นั้น ต้องสื่อเป็นระยะๆ ที่ไม่ใช่ปีละครั้งมาคุยกันเรื่องผลงาน ต้องอย่างน้อยๆ เดือนละหนึ่งครั้งต้องคุยกันแล้วว่า เดือนที่ผ่านมานั้น ผลงานและพฤติกรรมในการทำงานของพนักงานออกมาเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรที่ไม่ตรง ผิดพลาด ถูกแล้ว ดีแล้ว ฯลฯ ต้องบอกให้ชัดเจน เพื่อทำให้พนักงานทราบว่า สิ่งที่เขาทำไปในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาจะได้ทราบความคืบหน้าในผลงานของตนเอง อีกทั้ง เวลาที่พนักงานทำงานผิดพลาดก็จะได้แก้ไข เพื่อให้ผลงานดีขึ้นได้ทันเวลา ไม่ใช่ต้องรอถึงปลายปีจึงจะมาบอกกันทีหนึ่งว่าอะไรไม่ดี แบบนี้มันก็ไม่ทันการแน่นอน

พอสุดท้ายตอนปลายปี เวลาที่จะต้องประเมินผลงาน ก็จะง่ายขึ้น พนักงานเองก็ไม่เกิด Surprise ในผลงานของตัวเอง เพราะเป้าหมายชัดเจน แถมทั้งปีที่ผ่านมา ก็มีการคุยกันในเรื่องของสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดีกับหัวหน้ามาโดยตลอด ดังนั้นการยอมรับผลการประเมินก็จะง่ายขึ้น และยังสามารถนำผลตรงนี้ไปใช้ในการให้รางวัลได้ดีขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นเงินเดือน หรือ การให้โบนัส ก็จะทำให้เรื่องของการนำเอาผลงานไปเชื่อมกับระบบการให้รางวัลมีความเป็นธรรมมากขึ้น

ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะต้องเข้าใจเกณฑ์ในการประเมินจริงๆ

เรื่องเกณฑ์ในการประเมินผลงาน ว่า A คืออะไร B คืออะไร ฯลฯ สิ่งนี้ก็ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างผู้ประเมินกับผู้ถูกประเมินด้วยเช่นกัน ผมเองคิดว่าบางองค์กรรับไม่ได้รับตัวหนังสือ A B C D E เราก็เปลี่ยนได้ครับ ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับตัวนี้ก็ได้ บางแห่งนี่ยืนกรานอย่างหนักหน่วงว่า ผลงานออกมาได้ตามเป้าหมายต้องได้ C ซึ่งพนักงานทั้งองค์กรต่างก็มองว่า ไม่น่าจะ C น่าจะ A มากกว่า ถามว่า เปลี่ยนได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ครับ

ผมเคยเห็นเกณฑ์ประเมินของหลายบริษัทที่กำหนดไว้ ผลงานได้ตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ตอนต้นปีคือ A ถ้าดีกว่าเป้าหมายก็คือ A+ และยอดเยี่ยมเลยก็คือ A++ ส่วนต่ำกว่าเป้าก็เป็น B และ C ไปตามลำดับ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้แตกต่างจาก A B C D E เลย แต่เราได้ความรู้สึกและได้การยอมรับในผลงานของพนักงานได้มากกว่า

ดังนั้นลองเอา 3 เกณฑ์ข้างต้น มาพิจารณาระบบประเมินผลงานขององค์กรเราดูก็ได้ครับ ว่าจุดไหนที่เป็นประเด็นหลัก ก็วางแนวทางในการแก้ไขให้ตรงจุด เพื่อให้ระบบประเมินผลงานเป็นที่ยอมรับของทุกคนในองค์กร เพราะถ้าระบบนี้ไม่ได้รับการยอมรับ และใช้ไม่ได้ผล ระบบ HR อื่นๆ ก็จะรวนไปหมด ไม่ว่าจะเรื่องการให้รางวัล การพัฒนาพนักงาน การเลื่อนตำแหน่ง การพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ การหาผู้สืบทอดตำแหน่ง ทุกระบบจะไม่ได้ผลเลยถ้าระบบประเมินผลงานไม่สามารถบอกถึงผลงานจริงของพนักงานได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: