นิทานสอนใจ หมั่นพิจารณาถึงอนิจจัง

ผมเชื่อว่า ทุกคนที่เดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต ถ้าย้อนพิจารณากลับไปในชีวิตที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีทั้งความสุข ความสุข ความสมหวัง ความผิดหวัง ความสำเร็จ ความล้มเหลว ชีวิตเมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็อาจจะประสบความสำเร็จ และเมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจจะกลับลงสู่ความปกติสามัญ หรือลงต่ำไปกว่านั้นอีก แต่สุดท้ายมันก็จะกลับขึ้นมาใหม่ เหมือนเล่นรถไฟเหาะ

วันนี้วันศุกร์ ผมนำเอานิทานดีๆ มาให้อ่านกันอีกครับ วันนี้เอามาจาก เว็บบอร์ดชาวเซน ของไต้หวัน อาจจะยาวนิดหน่อยนะครับ แต่ได้ข้อคิดแน่นอนครับ

 

มีชายหนุ่มคนหนึ่งอยากจะเข้าใจชีวิตให้แจ่มแจ้ง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจะเดินทางออกไปดูโลกกว้าง ขณะที่เดินไปถึงอีกหมู่บ้านหนึ่ง เจอเพื่อนและภรรยาของเพื่อนซึ่งตั้งครรภ์อยู่ จากการคะยั้นคะยอด้วยความมีน้ำใจของเพื่อนจึงตัดสินใจอยู่พักชั่วคราว

แต่ใครจะรู้ว่า เพียงแค่ชั่วข้ามคืน เมื่อเพื่อนของเขาออกไปทำงานข้างนอก ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้ภรรยาของเพื่อนต้องเศร้าโศก เสียใจไม่เป็นอันกินอันนอน และตรอมใจจนทำให้ต้องคลอดลูกก่อนกำหนด

ชั่วเวลา “การเกิด กับ การตาย” ที่ได้เห็น ทำให้ชายหนุ่มนั้นเห็นถึงความไม่เที่ยง ความไม่เที่ยงทำให้คนต้องตาย และก็เป็นความไม่เที่ยงที่ทำให้เกิด อนิจจังทำให้คนเป็นทุกข์ แล้วก็เป็นอนิจจังที่พาความสุขมาให้

วินาทีนี้ ไม่รู้ว่า อนิจจังนี้ พาความทุกข์หรือพาความสุชมาให้เขา

เมื่อจัดการงานศพให้เพื่อนแล้ว เขาก็เดินทางต่อไป และเมื่อเดินทางถึงเมืองๆหนึ่ง เห็นพี่น้องคู่หนึ่ง คนพี่ซึ่งเดินนำหน้าอยู่ มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขสมหวังเหมือนกับประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน

ส่วนคนน้องที่เดินตามมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังเหมือนกับถูกบีบคั้นจากโชคชะตาอย่างน่าสงสาร

ชายหนุ่มเห็นฉากชีวิต ลักษณะนี้แล้ว รู้สึกแปลกๆ อยู่ในใจ

แล้วก็ตัดสินใจพำนักอยู่ในเมืองนี้ เพื่อจะได้พินิจพิจารณาลักษณะของบุคคลต่างๆ หลังจากเวลาผ่านไปสิบปี ชายหนุ่มนั้นก็เข้าสู่วัยกลางคนแล้ว และพี่น้องคนที่เขาเคยพบเมื่อเดินเข้าเมืองครั้งแรก คนพี่เนื่องจากเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง และ เจ้าสำราญ ผ่านไปไม่นาน กิจการก็ล้มเหลว

ส่วนคนน้อง เป็นคนจริงจังและซื่อตรง ทำงานทำการด้วยความระมัดระวัง และรักษาสัจจะ ที่สุดก็ประสบความสำเร็จในชีวิต

ช่วงเวลา “แห่งความสำเร็จและความพ่ายแพ้” ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต อนิจจัง นำพาความสมหวังมาให้ และอนิจจังก็นำพาความผิดหวังมาให้มนุษย์เรา

วินาทีนี้ เขาก็ไม่รู้ว่า อนิจจังเป็นสิ่งที่ดีหรือเลว

เวลาผ่านไปไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ จากวัยกลางคนก็ล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา เขาคิดในใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะกลับไปสู่บ้านเกิด ช่วงเวลาแห่งการ “จากมา แล้ว กลับไป” ทำให้เขารู้สึกถึงความไม่เป็นแก่นสารของชีวิต ความอนิจจังทำให้คนเป็นหนุ่ม แล้วก็เป็นความอนิจจัง ที่ทำให้คนแก่ ความไม่เที่ยงทำให้เกิดวันพรุ่งนี้ และเพราะความไม่เที่ยงอาจจะทำให้คนไม่มีวันพรุ่งนี้

วินาทีนั้น เขาไม่รู้ว่า ความไม่เที่ยงเป็นกุศลหรือเลวร้าย

ท่านล่ะ เข้าใจคำว่า ”อนิจจัง” หรือเปล่า? มีความคิดเห็นว่าอย่างไร?

พระท่านกล่าวว่า “ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง” ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมจะต้องมีเหตุมีปัจจัยมารวมกันจึงทำให้มีการเกิดและดับ พวกเราเคยมองเห็นกันบ้างหรือเปล่า? หรือยังคงจะยึดมั่นถือมั่นอยู่กับ เกียรติยศ ชื่อเสียง ความอยากมีอยากได้อยู่อีก

หากเรามั่นนึกถึงความไม่เที่ยง จิตของเราจะคลายความยึดมั่นถือมั่น จิตจะไม่พยายามปรุงแต่ง เพ้อฝัน หมั่นพยายามนึกถึงอนิจจัง จิตจะไม่แข็งทื่อ จิตจะอ่อนโยน นุ่มนวลควรค่าแก่การใช้งาน และจะคลายความยึดติดว่านั่นเป็น “ ตัวเราของเรา” และที่สุดจิตจะ สะอาด สว่าง และ สงบ อย่างไร้ของเขต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: