ทำไมการทำงานที่บ้าน ถึงทำให้ Burnout ได้

เห็นว่าสถานการณ์Covid19 ช่วงนี้ในบ้านเราผ่อนคลายลงไป ภาครัฐเองก็เริ่มที่จะผ่อนคลายมาตรการ การปิดกิจการต่างๆ ลงไปบ้าง ก็น่าจะเห็นการเปิดขายของกันตามมาตรการที่เกิดขึ้น พนักงานเอง ที่เคยต้องนั่งทำงานที่บ้านมาเดือนกว่า ๆ ก็คงอาจจะมีการเริ่มกลับเข้าสู่ออฟฟิศ เพื่อทำงานกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี คงต้องมีมาตรการป้องกันไว้อย่างเคร่งครัด ในกรณีที่เราเริ่มให้พนักงานบางส่วนกลับ หรือ สลับเข้าทำงานในสำนักงาน

ในช่วงที่พนักงานทำงานที่บ้านนั้น เราก็เห็นสิ่งที่เป็นข้อดี และข้อจำกัด ซึ่งก็พอที่จะนำมาเป็นประสบการณ์ในการปรับปรุงแนวทางในการทำงานที่บ้านของพนักงานในกรณีที่จะต้องปรับสู่วิถีของการทำงานในรูปแบบใหม่ในอนาคต

ข้อจำกัดประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้น ซี่งอาจจะสวนทางกับความรู้สึกของเราก็คือ การทำงานที่บ้าน ทำให้พนักงานเหนื่อยล้าจากการทำงานมากกว่า การที่ได้ทำงานที่สำนักงาน ท่านผู้อ่านคิดว่า มันเป็นไปได้จริงหรือ

คำตอบก็คือ จริงครับ มี Feedback จากพนักงานที่ทำงานที่บ้านบอกมาว่า รู้สึกแบบนั้นจริงๆ มันเกิดจากอะไรบ้างมาดูกันครับ

  • ทำงานในชุดนอนเลย ประเด็นแรกที่ทำให้คนที่ทำงานที่บ้านรู้สึก Burnout ก็คือ ตื่นมาปุ๊บก็ทำงานในชุดนอนเลย ทำสักพัก หิว ก็หาอะไรทาน ก็มานั่งทานหน้าคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่อีกเช่นกัน ทานเสร็จชามก็วางไว้ตรงนั้น ไม่ได้เก็บล้าง และก็นั่งทำงานต่อไปในชุดนอน สุดท้ายเงยหน้ามาอีกที ก็เย็นแล้ว และก็รู้สึกว่า ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นส่วนตัวของตนเองเลยสักนิด จากนั้นก็ลนลานทำทุกอย่าง ก็เลยทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ ถ้ากิจวัตรเป็นแบบนี้ทุกวัน แนะนำว่า แยกแยะให้เหมาะสมจะดีกว่า ให้อาบน้ำแต่งตัวใหม่ เพื่อมานั่งทำงาน ก็จะสามารถแบ่งช่วงเวลางาน กับเวลาส่วนตัวได้ดีมากขึ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และพร้อมจะทำงานได้จริงๆ

 

  • นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ลุกไปไหนเลย บางคนมีความมุ่งมั่นมากว่า จะต้องทำงานให้คุ้ม และต้องมี productivity ให้ดีกว่า ที่ทำงานในออฟฟิศ ภาพที่เห็นก็คือ นั่งทำงานที่โต๊ะตามเวลางานของบริษัทคือ 00 – 17.00 น. โดยไม่ขยับตัวไปไหนมากมาย เพื่อที่จะสร้างผลผลิต หรือผลิตภาพที่สูงที่สุดในแต่ละวันให้ได้ สุดท้ายอาการทางร่างกายก็จะตามมา เมื่อยคอ ปวดหลัง ตัวแข็งไปทั้งตัว ไม่ยืดหยุ่น ฯลฯ แล้วก็ตามมาด้วยอาการเหนื่อยอ่อน จริงๆ ในการทำงานที่บ้าน เราสามารถสร้างความยืดหยุ่นได้มากขึ้นในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะๆ อยู่อย่างเหมือนในสำนักงาน แต่จะต้องมีวินัย ว่าพักแล้วต้องกับมาทำงานต่อ ไม่ใช่พักยาวกว่า ช่วงเวลาทำงาน ก็น่าจะลดความเครียดในจุดนี้ลงไปได้

 

  • ไม่ได้คุยกับใครเลย อันนี้ก็จะทำให้เรารู้สึกเครียดมากขึ้นได้ เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมอยู่แล้วโดยธรรมชาติ การนั่งคนเดียวทำงานไปนานๆ โดยไม่ได้คุยกับใคร ก็จะทำให้เรารู้สึกเครียดได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น ในแต่ละวันอาจจะมีการกำหนดช่วงเวลาที่ต้อง social กับคนอื่นบ้าง พูดคุย ติดต่อ สื่อสาร กับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ฯลฯ เพื่อลดความกดดัน และความเครียดในจุดนี้ลง

 

  • คุยเยอะเกินไป บางคนทำงานแบบที่ต้องติดต่อลูกค้า หรือผู้คนต่างๆ มากตลอดเวลา ก็มี เรียกได้ว่า ตอนอยู่ออฟฟิศ ยังไม่ต้องติดต่อประชุมอะไรมากมายขนาดนี้ แต่พอทำงานจากที่บ้าน กลายเป็นว่า ประชุมต่อเนื่องยาวตลอดตั้งแต่เช้าจรดดึก โดยไม่ได้พัก บางคนนี่นัดประชุมต่อเนื่องโดยไม่ดูว่า ตัวเองจะต้องพักทานข้าวหรือเปล่า ช่วงเวลาทานข้าวเที่ยง ข้าวเย็น ก็แบบว่า ประชุมต่อเนื่อง จนร่างกายรับไม่ไหว อาการเหนื่อยล้าก็จะตามมาได้

ดังนั้น ผมคิดว่า ถ้าเราจะทำงานที่บ้านให้ไม่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ก็คงต้องเดินสายกลาง น้อยไป ก็เบื่อ เพราะไม่มีอะไรทำ มากไป ก็เหนื่อย เพราะมันเกินขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจ

วิธีที่ดีที่สุดก็คือ จัดทำ แผนในแต่ละวันให้ชัดเจนว่า จะต้องทำอะไร ตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด ที่สำคัญอย่าลืมเวลายืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายด้วยการฟังเพลงบ้าง เวลาทานอาหาร และออกกำลังกายบ้าง ฯลฯ

เราใช้ร่างการทำงาน เราก็ต้องดูแลร่างกายของเราให้พร้อมที่จะทำงานด้วยเช่นกัน มิฉะนั้น วันหนึ่งเราอาจจะทำงานไม่ได้เลย เพราะร่างกายเราไม่เอื้ออำนวย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: