แล้วเรื่องบริหารผลงาน จะเกิด New Normal อะไรบ้าง

กระแสเรื่อง New Normal ในเรื่องต่างๆ มีเข้ามาเยอะมากมายนะครับ หลายคนถามว่า มันคืออะไร จริงๆ ถ้าพูดให้ง่ายก็คือ จะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากพ้นสถานการณ์วิกฤติ Covid19 นี้ ซึ่งก็อาจจะเกิดการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ ฯลฯ เพราะช่วงนี้ มีการใช้ชีวิตในแบบที่เราอาจจะไม่เคยเจอมาก่อน และทำให้คนเราต้องปรับ ต้องเปลี่ยน จนกลายเป็นนิสัยใหม่ จึงมีคนสนใจคิดวิเคราะห์ต่อไปอีกว่า แล้วถ้ากลับสู่ภาวะที่เราอยู่กับเชื้อโรคได้แล้ว มันจะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น หรือมีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต และการทำงานของคนเราไปตลอดการ

ผมเขียนเรื่อง New Normal และ Next Normal (แล้วแต่อยากจะใช้คำไหนนะครับ) ในการบริหารทรัพยากรบุคคลมาสองด้านแล้ว ก็คือ สรรหาคัดเลือก และการพัฒนาพนักงาน วันนี้ก็มาต่อในเรื่องของการบริหารผลงานบ้าง

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับการบริหารผลงาน น่าจะเกิดกับสิ่งที่เราเรียกว่า Performance Matrix แล้วมันคืออะไร จริงๆ ก็คือ ปัจจัยที่เราจะใช้พิจารณาผลงานของพนักงานนั่นเอง

ช่วง Covid19 ทำให้เราหลายคนต้องทำงานกันที่บ้านประมาณเดือนกว่าๆ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เราเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวิธีการบริหารจัดการการทำงานของพนักงานมากมาย โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งเชื่อว่า จะมีผลต่อการบริหารผลงานของพนักงานในองค์กรในอนาคตหลังจากที่ทุกอย่างดีขึ้น

น่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง ลองมาดูกันครับ

  • เวลาการเข้าออกงาน ไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป ผู้จัดการหลายคนที่มีลูกน้องทำงานที่บ้าน ต่างก็พูดเหมือนกันว่า เวลาเข้าออกงาน ไม่ใช่ประเด็นทางด้านผลงานอีกต่อไป (สำหรับบางตำแหน่ง) เดิมมัวแต่ดูเวลาเข้างานออกงาน ใครมาสาย กลับก่อน ฯลฯ แล้วก็บอกว่านี่ไง ผลงานแย่ โดยไม่ดูผลลัพธ์ที่ได้ แต่พอถึงเวลาที่พนักงานต้องทำงานที่บ้าน เราก็ไม่สามารถดูเวลาทำงานของพนักงานได้เลย

 

  • ดูผลลัพธ์ของการทำงานเป็นหลัก เมื่อดูจากเวลาทำงานไม่ได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า พนักงานแต่ละคนมีผลงานดีหรือไม่ดีในช่วง Covid19 ที่ทำงานที่บ้านกัน คำตอบก็คือ ดูจากผลลัพธ์ของการทำงานที่พนักงานส่งมอบให้กับผู้จัดการนี่แหละครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวงานที่มอบหมายไป ได้ครบมั้ย ถูกต้องหรือไม่ ต้องแก้ไขกันบ่อยแค่ไหน และส่งงานได้ตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ จะกลายเป็นมาตรฐานในการพิจารณาผลงานของพนักงานแบบเน้นๆ มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่เดิม หลายองค์กรเองก็มีการตั้งตัวชี้วัดผลงานกัน แต่ก็เห็นอยู่ว่า ไม่ได้เอามาใช้จริงจังนัก เพราะถึงเวลาพิจารณารางวัล สุดท้ายก็ย้อนกลับไปดู เวลาการเข้าออกงาน การขาด ลา มาสาย กันไป แต่อนาคตคงจะเริ่มจริงจังเรื่องผลลัพธ์ของการทำงานได้มากขึ้น

 

  • กระบวนการสื่อสาร มีความสำคัญต่อผลงาน จากเดิมทำงานในบริษัท คุยบ้าง ไม่คุยบ้าง เวลาพนักงานผลงานไม่ดี บางทีดูจากสีหน้านาย ก็พอจะรู้แล้วว่าต้องแก้ไข แต่พอถึงเวลาที่ทำงานห่างกัน ไม่เจอหน้ากัน เวลาส่งงานมาแล้วมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แบบนี้จะไม่คุยก็คงไม่ได้ ก็เลยเกิดภาวะบังคับให้นายต้องคุยกับลูกน้องเวลาที่เจอผลงานที่ไม่ถูกต้อง บางองค์กรเห็นชัดว่า เวลาที่ทำงานที่บ้านกันนั้น เราประชุมกัน เราคุยกันบ่อยกว่าที่เราทำงานกันในบริษัทอีกด้วยซ้ำไป แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่า การบริหารผลงานให้ได้งานตามเป้าหมายนั้น หัวหน้ากับลูกน้องต้องมีการสื่อสารกัน คุยกัน Feedback กัน ให้กำลังใจกัน อยู่ตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะนำกลับมาใช้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น และต้องกลับมาทำงานในออฟฟิศเหมือนเดิม

 

  • น้ำหนักของปัจจัยผลงานเปลี่ยนแปลงไป จากเดิม หลายองค์กรกำหนดน้ำหนักระหว่าง KPI และ Competency และ เวลาในการทำงาน แบบเหมือนๆ กันในทุกระดับ อาจจะมีแตกต่างกันบ้างในระดับบริหาร ที่ไม่เน้นเวลาการทำงาน แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปก็คือ น้ำหนักผลงานจะเริ่มถูกออกแบบให้แตกต่างกันไปตามบริบทของการทำงานในแต่ละตำแหน่งมากขึ้น บางงานไม่จำเป็นต้องดูเวลาการทำงาน หรือเวลาการทำงานไม่ได้มีผลต่อผลงานเลย เราก็ไม่ต้องพิจารณาเรื่องเวลาทำงานมากนักก็ได้ ตำแหน่งไหนที่เวลาเข้าออกงานสำคัญ เช่นงานผลิต เราก็กำหนดน้ำหนักมากหน่อยได้ นั่นก็คือ ปัจจัยผลงาน และน้ำหนักของปัจจัย จะถูกปรับให้แตกต่างกันตามหน้างานมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับกันได้มากขึ้น

 

  • แบบฟอร์มการบริหารผลงาน เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ผมคิดว่า แบบฟอร์มในการบริหารผลงานก็จะต้องเปลี่ยนรูปแบบกันอีกครั้ง จากที่ต้องใช้กระดาษเป็นแผ่นๆ ก็เริ่มเป็น application แทน สามารถที่จะประเมินและให้คะแนนได้ทุกครั้งที่งานเสร็จ สามารถที่จะนำข้อมูลมาคุยกันในเรื่องของผลงานได้ทุกครั้งที่พนักงานทำงานดี หรือไม่ดี

ต้องเรียนไว้ว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในการบริหารผลงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ แต่ประเด็นก็คือ Covid19 มันทำให้เราเปลี่ยนแปลงวิธีคิดวิธีการดูผลงานของพนักงานของเราต่างไปจากเดิม ซึ่งถ้าเราสามารถนำสิ่งที่เราเรียนรู้วันนี้ไปปรับใช้ในอนาคตได้ มันก็จะทำให้ระบบบริหารผลงานของเราสอดคล้องกับงานที่ทำจริงๆ มากกว่า และได้รับการยอมรับจากพนักงานที่ทำงานมากกว่าเดิมได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: