ช่วงวิกฤติแบบนี้ ทำให้เราเห็นว่า ใครรักบริษัทจริง หรือ ไม่จริง

ช่วงภาวะปกติผมก็ได้เห็นหลายองค์กรที่ทำสำรวจเรื่องของ Employee Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของพนักงาน บางแห่งก็ทำ Employee Engagement หรือ ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ซึ่งวัตถุประสงค์ในการทำนั้น ก็คือ ผู้บริหารต้องการที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดขึ้นกับพนักงาน ในการทำงานกับองค์กร

ผลของการสำรวจที่ได้มา บริษัทก็จะนำมาวางแผนปรับปรุงระบบงานในด้านต่างๆ เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกมีความสุขในการทำงานกับองค์กร

จนถึงกระทั่งบางแห่ง พนักงานเกือบทุกระดับ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขารู้สึกผูกพันกับบริษัทมากมาย บริษัทนี้เป็นบริษัทที่เขารู้สึกเหมือนบ้าน เหมือนครอบครัว ทุกวันมาทำงานด้วยความสุข เพราะพวกเขารักบริษัทมาก

แต่พอถึงช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ พนักงานของท่านยังคงมีความรู้สึกรักบริษัท และอยากที่จะช่วยเหลือบริษัทอยู่หรือไม่

ถ้าจะพูดถึงความรักความผูกพัน ถ้าใครมีความรักและความผูกพันกับอะไรสักอย่าง เขาคนนั้นจะยินดีที่จะทุ่มเท ช่วยเหลือ เสียสละ ความสุขของตนเอง เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข

ในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ เราจะได้เห็นชัดเจนว่า ผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงานคนไหนที่พูดว่ารักบริษัท และผูกพันกับบริษัท แล้วแสดงออกถึงการช่วยเหลือบริษัทอย่างจริงใจ พนักงานกลุ่มนี้ เวลาที่บริษัทขอความร่วมมืออะไร ก็อาจจะมีข้อสงสัยสอบถาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ รับทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงแล้ว พนักงานที่มีจิตใจรักบริษัทจริงๆ ก็จะให้ความร่วมมือกับบริษัทอย่างเต็มที่ ยอมที่จะเสียสละความสุขบางอย่างของตนเอง เพื่อทำให้บริษัทยังคงอยู่รอดกันได้ในระยะยาว

แต่ในทางตรงกับข้าม เราก็จะพบกับพนักงานบางกลุ่ม ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับบริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน พนักงาน ที่ปากบอกว่ารักบริษัท รักองค์กรมากมาย ช่วงเวลาที่องค์กรสุข ก็จะสุขไปด้วย และรู้สึกทำงานอย่างมีความสุข แต่พอถึงเวลาที่องค์กรมีปัญหา เกิดความทุกข์ พนักงานกลุ่มนี้ ก็แสดงพฤติกรรมอันแท้จริงออกมาให้เห็นว่า ไม่ว่าองค์กรจะทุกข์แค่ไหน แต่เขาในฐานะพนักงานจะต้องยังคงได้รับความสุขแบบเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนว่า บริษัทจะล้ม หรือมีปัญหามากสักแค่ไหนก็ตาม

อย่างที่เราเห็นกันจะๆ ในช่วงนี้ บางแห่งผู้บริหารยินดีเสนอให้ลดเงินเดือนกลุ่มบริหารลง เพื่อให้พนักงานมีเงินเดือนพอใช้จ่าย เนื่องจากผู้บริหารเงินเดือนสูงอยู่แล้ว ก็ยอมเสียสละกันไป เพื่อให้ระยะยาวแล้วองค์กรอยู่รอดได้

ผู้บริหารบางระดับยินดีที่จะไม่รับเงินเดือนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า

พนักงานยินดีที่จะลดเงินเดือนตัวเองลง ฯลฯ

แต่ก็มีอีกหลายแห่งที่ พนักงานทุกระดับเองก็รับทราบว่าองค์กรมีปัญหา แต่ก็ยังคงเดินหน้าเรียกร้องในสิ่งตนเองต้องได้ โดยไม่ยอมที่จะช่วยเหลือบริษัทในภาวะแบบนี้เลย ทุกอย่างยังต้องได้แบบเดิม เหมือนเดิม ไม่ว่าบริษัทจะประสบปัญหามากแค่ไหน เพราะนั่นคือเรื่องของบริษัท ไม่ใช่เรื่องของเขา เรื่องของเขาก็คือ เขาต้องได้รับทุกอย่างในสภาพเดิม ห้ามเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด ทั้งๆ ที่เขาบอกว่า รักและผูกพันกับบริษัทมากมาย (จริงหรือ)

นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ช่วงเวลาแบบนี้ เราจะเห็นถึงน้ำใจ ความเสียสละ มองส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว ของพนักงานหลายคน และก็จะเห็นอีกหลายคนในทางตรงกันข้าม บางคนอาจจะมีความจำเป็นมากน้อยแตกต่างกันไป เราคงไปห้ามเขาไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนี้มันทำให้เราเห็นถึง ศักยภาพของพนักงานของเรา ว่าคนไหนที่จะกลายเป็นผู้นำขององค์กรเราในอนาคตได้ดีกว่า

เราจะเห็นว่าพนักงานคนไหน แบบไหนที่องค์กรเราต้องการ และสิ่งเหล่านี้ เราก็จะสามารถสรุป และปรับเปลี่ยน Core Competency ขององค์กรเราใหม่ในอนาคตได้เช่นกัน

ยังไงช่วงนี้ ก็เป็นภาวะวิกฤติที่เราต้องเผชิญเหมือนกันในทั่วโลก ดังนั้น อยากให้มองส่วนรวมก่อนส่วนตัว บางอย่างเสียสละประโยชน์ส่วนตัวสักเล็กน้อย เพื่อให้ส่วนรวมอยู่รอดได้ และอนาคตยังคงมีบริษัทให้เราทำงานอยู่ ผมว่า แบบนี้น่าจะดีกว่านะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: