บทเรียนที่ได้จากการทำงาน/เรียน จากที่บ้าน

วันนี้ขอหยิบประเด็นเรื่องของการปิดและหยุดกิจการในบางส่วนของทางกทม. รวมถึงให้องค์กรต่างๆ ใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในการทำงานร่วมกัน รวมถึงมหาวิทยาลัย ก็จัดให้สอน online แทนการเข้าไปที่สถานที่จริง

สิ่งที่ประสบกับตัวเองในฐานะที่เป็น อ. พิเศษสอนในมหาวิทยาลัย อยู่สองสามแห่ง ก็ใช้เทคโนโลยีแทนในการสอน บางวิชา ก็อัดเป็น VDO และโพสขึ้น youtube ให้เด็กที่เรียนเข้าไปดูกันตามเวลาที่กำหนดไว้

หลายองค์กรก็เริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้านกัน ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการทำงานที่บ้านมาก่อนเลย องค์กรเองก็คาดหวังว่า ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มีอยู่ จะทำให้การทำงานยังดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง และยังสามารถที่จะรักษาผลงานที่ดีไว้ได้ เหมือนกับที่พนักงานมาทำงานในบริษัท

แต่ในความจริง กลับมีสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมเกิดขึ้น (ย้ำก่อนนะครับว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนี้ ส่วนที่ดีก็มีอยู่เหมือนกัน)

  • พนักงานดีใจ เพราะคิดไปเองว่า นี่คือ วันหยุดอยู่กับบ้าน ก็เลยทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปที่ไม่ทำงาน ได้อยู่บ้านทำงานวันแรก ก็เอาเลย นั่งดู Netflix ยาวไป

 

  • บางคนก็เห็นว่า ห้างสรรพสินค้าไม่มีใครเดิน ก็น่าจะปลอดภัย ก็เลยออกไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า เวลาที่บริษัทติดต่อมา ก็บอกว่า ออกมาทำงานนอกสถานที่ ที่บ้านมีสิ่งรบกวนเยอะ ทำงานไม่ได้ ก็เป็นซะแบบนี้

 

  • นักศึกษาที่ไม่ต้องไปเรียน แต่ประกาศชัดเจนว่า ให้เรียนออนไลน์ แต่กลับกลายเป็นว่า มีคนที่เข้ามาฟังอาจารย์ถ่ายทอดสดการสอนแบบนับหัวได้เลย ทั้งๆ ที่เวลาเรียนในห้องและมีเช็คชื่อ มากันเต็มไปหมด บางคนก็เอาชื่อเข้ามาเหมือนกับว่าฟังอยู่ แต่ตัวจริงกลับไปนั่งดูหนังอยู่ เปิด Live ของอาจารย์ไป แล้ว mute ไมโครโฟนเพื่อไม่ให้เสียงเข้า จากนั้นนั่งดูหนังไป

 

  • เอา VDO สอนขึ้น Youtube แล้วแจ้งไปว่า วันที่มีเรียนวิชานี้ก็ให้นั่งดู VDO กันไป เหมือนกับที่ตนเองมาเรียนในชั้นเรียน แต่พอผ่านไป 1 วัน อาจารย์ผู้สอนเข้าไปเช็คยอดวิว ปรากฏว่า มีคนดูอยู่เพียง 2 คนจากคนเรียนทั้งห้องประมาณ 20 คน ผ่านไปอีก 1 วัน กลับเข้าไปเช็คใหม่ เพราะคิดว่าผู้เรียนคงจะมานั่งดูตอนกลางคืน ปรากฏว่ายอดชมยังคงเท่าเดิม!
  • ฯลฯ

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่เราก็คงจะไปห้ามอะไรไม่ได้มากนัก เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันทำ Social Distancing ตามนโยบายภาครัฐ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มันทำให้ผมเห็นว่าคนของเราบางส่วน ยังขาดวินัยในตนเอง และขาดอย่างมากด้วย กลุ่มที่มีวินัยในตนเองก็มีอยู่ แต่เท่าที่สังเกตจากเหตุที่ผมประสบมาโดยตรง เห็นชัดเจนว่า คนที่มีวินัยในตนเอง ควบคุมตนเองได้นั้น มีอยู่จำนวนไม่มาก (และผมคิดว่า คนกลุ่มนี้นี่แหละที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้)

บางครั้งเราเองก็รู้สึกแปลกๆ ว่า บางคนมาเรียกร้องขอความอิสระ ขอให้มีความยืดหยุ่นในการทำงาน ในการเรียน ฯลฯ แต่พอให้ไปแล้ว กลับแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา คิดว่า พอยืดหยุ่นแล้ว จะทำอะไรก็ได้หมด

หารู้ไม่ว่า คนที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานแบบไร้กรอบ ทำงานแบบไม่มีกฎเกณฑ์มากมาย ทำงานในลักษณะที่มีอิสระสูง นั้น จะต้องเป็นคนที่มีวินัยในตนเอง เคารพตนเอง รู้จักแบ่งเวลาของตนเองในการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ หรือจับตามอง

นั่งทำงานมีคนคุม ก็บ่น ว่าไม่มีอิสระเลย พอปล่อยอิสระ ก็กลับไม่มีวินัยที่จะควบคุมตนเองได้ ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็คงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่า อนาคตถ้าเราต้องทำงานกันแบบนี้ ต้องเรียนหนังสือกันแบบนี้ เราก็คงต้องฝึกวินัยของเด็กรุ่นใหม่ให้พร้อมที่จะทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ไม่เช่นนั้น จะเกิดอาการทำงานแบบ ชิวๆ จนไม่ได้ผลงานอะไรออกมาเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: