ก่อนองค์กรอยู่รอด พนักงานต้องรอดก่อน (ช่วงวิกฤตโรคระบาดร้ายแรง)

ช่วงนี้ทุกองค์กรต่างพากันหวาดผวากันมากเกี่ยวกับโรค Covid19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ค่อยๆ เห็นความรุนแรง และความใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที

ผู้บริหารของหลายองค์กร พยายามที่จะหาทางที่จะทำให้ธุรกิจของตนอยู่รอดปลอดภัยในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เท่าที่เห็นบางองค์กรก็จะพยายามหาทางที่จะทำให้ธุรกิจของตนเองให้ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก โดยพยายามปกป้องในมุมของธุรกิจมากกว่า ในมุมของพนักงาน ซึ่งก็อาจจะดูไม่ค่อยดีนักในสายตาของพนักงาน

แต่อีกหลายองค์กรที่ผมสัมผัสได้ ผู้บริหารต่างก็ให้ความสำคัญกับตัวพนักงานก่อนเรื่องธุรกิจ เนื่องจากผู้บริหารเห็นความสำคัญของบุคลากร ว่า เป็นต้นทางของความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ดังนั้น ช่วงวิกฤตแบบนี้ ก็จะพยายามเน้นให้ความสำคัญกับตัวพนักงานของตนเองก่อนเรื่องอื่นๆ

นโยบายที่ออกมาในช่วงนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน จะมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อทำให้พนักงานเข้าใจ ไม่ตกใจ ไม่ตระหนก และวางแนวทางในการป้องกันไม่ให้พนักงานของตนเองมีความเสี่ยง โดยให้ความรู้ความเข้าใจ สื่อสาร และให้ข้อมูลที่ทันต่อเวลากับพนักงานตลอด 24 ชั่วโมง

บางองค์กรแทบจะไม่พูดถึงธุรกิจของตนเองเลยก็มีนะครับ คือ เน้นไปที่สุขภาพของพนักงานก่อน ดังนั้น นโยบายต่างๆ ที่ออกมาในช่วงนี้ก็คือ ลดความเสี่ยงของพนักงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปทำงานข้างนอก การทำงานภายในองค์กร การทำงานร่วมกัน การอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

บางองค์กรที่ทำงานที่บ้านได้ ก็บอกเลยว่า ให้อยู่บ้านทำงาน โดยแยกเป็นทีมงานย่อยๆ มีหัวหน้าทีมงานรับผิดชอบพนักงานแต่ละทีมไป ทั้งในเรื่องงาน และเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน

หลายองค์กรก็ซื้อประกันเพิ่มเติมให้พนักงาน เพื่อให้พนักงานมั่นใจว่า องค์กรไม่ได้ทิ้งพนักงานในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้

มีบางองค์กรก็บอกพนักงานที่ต้องอาศัยรถไฟฟ้า ให้ออกจากบ้านสายหน่อย รอให้รถไฟคนซาลงบ้าง แล้วค่อยออกเดินทางมาทำงาน เวลากลับก็กลับให้ค่ำหน่อย จะได้ไม่ไปปะปนกับคนส่วนใหญ่ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้า

ส่วน Basic การป้องกันตัวต่าง ๆ ก็จัดให้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอร์ล้างมือ ทั้งใน และนอกองค์กร บางแห่งให้นั่งทำงานห่างกันมากขึ้น เวลาคุยกัน ทำงาน ก็ให้ใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ทำงาน ก่อนเข้าบริษัทก็มีการวัดไข้ ถ้ามีไข้ ก็ให้กลับบ้านไป โดยให้ทำงานที่บ้าน ไม่ถือว่าเป็นวันหยุด หรือการป่วย เพราะยังไม่ป่วย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไม่ให้กระจายเข้าไปยังคนในบริษัท

รถรับส่งพนักงานก็จัดให้มีจำนวนรถมากขึ้น และให้พนักงานขึ้นรถจำนวนน้อยลง รวมทั้งให้มีข้อมูลตลอดว่าพนักงานคนไหนนั่งคันไหนเวลาไหน เพื่อตรวจสอบได้ในอนาคต

การทานอาหารกลางวัน จากที่เคยซื้อกับข้าวมาแชร์กัน ก็เปลี่ยนและขอความร่วมมือพนักงานให้แยกกันทาน ไม่แชร์กับข้าวร่วมกันในช่วงนี้ ทานกันคนละสำรับเลย

และนโยบายที่สำคัญก็คือ ถ้าพนักงานคนไหนติด Covid19 ก็จะรับผิดชอบในการดูแลพนักงานในด้านค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่จนกว่าพนักงานจะหายและกลับมาทำงานใหม่ได้

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวอย่างจริงขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานก่อนธุรกิจ เพราะผู้บริหารตระหนักว่า พนักงานคือทรัพยากรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสำเร็จได้ ดังนั้นช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤติ ก็ต้องดูแลพนักงานให้ดีก่อน ธุรกิจไว้ว่ากันทีหลัง หลังจากที่ทุกอย่างดีขึ้น และพนักงานรู้สึกว่า องค์กรไม่ทอดทิ้งเขา ช่วยดูแลเขาตลอดในช่วงที่เกิดความไม่ปกติ พนักงานจะเกิดความเชื่อมั่นในตัวบริษัทมากขึ้น และจะช่วยกันทำงานเพื่อมำให้ธุรกิจของบริษัทฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: