ถ้าต้องทำงานที่บ้าน ควรจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง

ช่วงนี้คงไม่มีใครที่ไม่ติดตามข่าว Covid19 การแพร่ระบาดก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ องค์กรเองต้องมีมาตรการที่ชัดเจนมากๆ สำหรับการบริหารพนักงานในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จะต้องมีการสื่อสารกันอย่างชัดเจน และต้องมีการกำหนดมาตรการในการทำงานในด้านต่างๆ ที่จะตามออกมา

มาตรการหนึ่งที่หลายองค์กรพยายามที่จะนำมาใช้ก็คือ การให้พนักงานทำงานที่บ้านในช่วงนี้ แต่ก็มีผู้บริหารหลายท่านที่กังวลว่า พนักงานจะทำงานอย่างไร จะทำได้หรือไม่ และจะทำงานจริงๆ หรือไม่ องค์กรเองควรจะมีมาตรการและวิธีการอย่างไรเพื่อให้พนักงานทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บางองค์กรเป็นองค์กรที่มีโรงงาน มีการผลิต ที่ต้องมาทำที่โรงงาน แล้วจะทำที่บ้านได้อย่างไร ผมคิดว่า ช่วงนี้ ต้องเป็นช่วงที่ต้องทำงานกันอย่างมีระยะห่างพอสมควร เพื่อเป็นการช่วยพนักงานทางหนึ่ง ดังนั้น พนักงานบางกลุ่ม ทำงานที่บ้านได้ ก็ทำ บางกลุ่มที่จำเป็นต้องมาทำงานที่บริษัท ก็คงต้องมา ซึ่งเมื่อมีการแยกกลุ่มกันแบบนี้ก็น่าจะพอลดความเสี่ยงไปได้บ้างเช่นกัน

กลุ่มพนักงานที่ทำงานที่บ้านได้นั้น จะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนมากๆ ว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร เพื่อให้ได้งานออกมา

  • กำหนดเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน พนักงานกลุ่มที่สามารถทำงานที่บ้านได้นั้นจะต้องถูกกำหนดเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนมากๆ ว่าในแต่ละวันจะต้องส่งมอบงานอะไรบ้าง ถ้าสามารถกำหนดชิ้นงานได้ยิ่งดี เพื่อทำให้พนักงานรู้ว่าจะต้องทำอะไร หรือบางงานถ้าไม่สามารถกำหนดชิ้นงานได้ชัดเจน ก็ต้องมีการกำหนดความคืบหน้าของการทำงาน โดยจะต้องส่งความคืบหน้าของงานให้กับผู้จัดการทุกวันในช่วงเวลาทีกำหนด

 

  • ข้อมูลในการทำงานจะต้องสามารถทำให้พนักงานเข้าถึงได้ หลายองค์กรเองนำข้อมูลในการทำงานขึ้น ระบบ cloud อยู่แล้ว พนักงานเองก็สามารถดึงข้อมูลมาทำงานได้ในทุกที่ ดังนั้น ก็สามารถที่จะให้พนักงานทำงานที่บ้านได้สะดวกมากขึ้น ส่วนถ้าองค์กรที่ยังไม่มีระบบในลักษณะนี้ ก็คงต้องอาศัยการแชร์ไฟล์ หรือการส่งเมล์ ก็พอได้อยู่ในช่วงนี้ เพราะน่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ

 

  • กำหนดให้มีการทำ Conference Call กันในแต่ละช่วงเวลาเช่น ทุกเช้าเวลา 00 ทุกคนจะต้องเข้ามาทำ con call กัน เพื่อที่จะพูดคุย และกำหนดเป้าหมายในการทำงานแต่ละวัน หรืออาจจะทุกเย็นก่อนเลิกงาน จะต้องมีการประชุมสรุปงานของแต่ละคนว่า ใครทำงานอะไรไปถึงไหนบ้าง

 

  • ใช้ App ในลักษณะทำงานร่วมกัน เช่น Slack หรือ Asana หรือ Trello หรือ app ง่ายๆ อย่าง line ก็ยังพอได้อยู่ ในการที่จะประสานงานกันติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เพราะงานบางงานจะต้องคุยกันมากกว่างานบางงาน อีกทั้ง application บางตัวก็ยังสามารถที่จะทำให้เราเห็นว่า พนักงานคนไหนที่ online อยู่ หรือ off line ไป เราจะได้รู้สถานะของทีมงานแต่ละคน เพื่อติดตามงานกันได้อย่างทันที

ในช่วงนี้อาจจะต้องมีการอะลุ่มอล่วยในการทำงานกันไปบ้าง คงจะนั่งเช็คและตรวจสอบกันแบบ 100% คงจะยาก เพราะผู้บริหารหลายๆ ท่านกังวลมากว่า ถ้าปล่อยพนักงานนั่งทำงานที่บ้านแล้วจะได้งานหรือไม่

ผมคิดว่า ถ้าพนักงานมีความรับผิดชอบที่สูงพอ เขาก็จะทำงานให้เราได้อย่างดี ไม่ว่าจะนั่งทำงานที่ไหนก็ตาม ผิดกับพนักงานที่ไม่มีความรับผิดชอบ แม้ว่าจะนั่งทำงานในบริษัท แต่ก็ไม่ได้งานออกมา ผมเชื่อว่า ผู้จัดการและผู้บริหารหลายท่านน่าจะพอเคยสัมผัสมาอยู่บ้าง

ดังนั้นขอบเขตแนวทางในการทำงาน เป้าหมาย ระยะเวลา การส่งมอบงาน และการตรวจสอบงาน จะต้องมีความชัดเจนมากๆ กำหนดให้ชัดว่าใครต้องทำอะไรส่งมอบอะไร ทีมไหนที่ต้องประสานกัน ก็ให้เขาไปคุยกันโดยอาศัย app ต่างๆ เพื่อให้ได้งานออกมา

เป้าหมายช่วงนี้คือ ลดการชุมนุมในกลุ่มคนมากๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนั้น เราอาจจะต้องมุ่งไปที่สุขภาพของพนักงานเป็นสำคัญก่อน งานอาจจะมาอันดับที่สอง เพียงแต่ด้วยการทำงานที่มีการกำหนดชัดเจน ระหว่างคนทำงานกับบริษัท ก็จะช่วยทำให้พนักงานที่ทำงานที่บ้านสามารถส่งมอบงานให้กับบริษัทได้ในช่วงเวลานี้ และสามารถที่จะทำให้ตัวเองห่างจากโรคร้ายได้

มีบางท่านก็ถามมาว่า แล้วถ้าให้ทำที่บ้าน แล้วไม่ทำ มัวแต่ออกมานอกบ้าน แบบนี้ เราก็ต้องมีมาตรการในการลงโทษที่ชัดเจน (ถ้าจับได้) อีกมุมหนึ่งผมเองคิดว่า

ช่วงนี้แม้ว่าจะอยากออกจากบ้านแค่ไหน ก็คงมีจำนวนน้อยที่จะออกมาจริงๆ เพราะกลัวจะติด Covid 19 มากกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: