เครื่องมือในการสรรหาคัดเลือกพนักงานในยุค AI

อย่างที่ผู้อ่านทุกท่านก็ทราบกันดีว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่ง AI กิจกรรมทุกอย่างของเราที่เชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ต หรือ Social Network ล้วนแต่มี AI ซ่อนอยู่ เพื่อติดตามดูพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของเราเอง แล้วก็จะนำเสนอสินค้าและบริการ รวมถึงข่าวสารต่างๆ มาให้เราอย่างถูกต้อง และตรงใจเรามากที่สุด จนเรารู้สึกว่า ทำไมเขาถึงช่างรู้ใจเราขนาดนี้

เราย้อนกลับมาที่กระบวนการสำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งก็คือ การสรรหาคัดเลือกพนักงาน ถ้าเราทำงาน HR กันมานาน เราจะทราบดีว่า ขั้นตอนในการสรรหาก็ยาวนานกว่าจะได้กลุ่มผู้สมัครที่ตรง กว่าจะเจาะเข้าไปถูกกลุ่ม เพื่อให้ได้รายชื่อผู้สมัครที่มีคุณภาพมากที่สุด

พอได้มาแล้วก็ต้องมาคัดเลือก ซี่งการคัดเลือก ก็ต้องอาศัยเวลา ตั้งแต่การอ่านจากใบสมัคร นัดหมายมาสัมภาษณ์ 1-3 รอบ อาจจะต้องมีการทำแบบทดสอบ นี่ยังไม่รวมเวลาที่ต้องนัดหมาย ยกเลิก นัดหมายใหม่ แล้วก็ยกเลิก ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาเรื่องของอคติ ก็มีเข้ามาในทุกช่วงเวลา สำหรับการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงาน มีเรื่องของถูกใจ ไม่ถูกใจเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่ในยุค AI นี้ มันทำให้กระบวนการสรรหาคัดเลือกนั้นสั้นลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดอคติในบางแง่มุมลงไปได้อย่างชัดเจน

เราลองมาดูแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสรรหาคัดเลือกกันว่ามีอะไรบ้าง อ้างอิงจากบทความที่ชื่อว่า Five Recruiting Trends for the New Decade เขียนโดย By Brian O’Connell เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2019

  • Predictive Analytics เครื่องมือตัวนี้จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณสมบัติของคนที่เหมาะสม โดย AI จะประมวลผลจากฐานข้อมูลของพนักงานในองค์กรของเรา ดูว่า ใครที่เป็นพนักงานเก่งๆ มีความสามารถ ตรงเวลา ไม่ผิดระเบียบ บางแห่งสามารถเก็บข้อมูลได้ถึงวิธีคิดวิธีการทำงาน โดยดูจากพฤติกรรมต่างๆ เช่นการเขียนตอบอีเมล การโต้ตอบใน Social Media ต่างๆ แล้วตัวระบบมันก็จะสรุปออกมาได้ว่า คนเก่งของที่นี่มีคุณสมบัติอย่างไร จากนั้น ก็เอาข้อมูลเหล่านี้ไป Matching กับฐานข้อมูลของพนักงาน หรือผู้สมัครที่เรามาอยู่ เพื่อทำนายว่า ใครที่น่าจะทำงานที่นี่แล้วประสบความสำเร็จได้

 

  • Chatbots เครื่องมือนี้เริ่มเข้ามามากขึ้นในบ้านเราเช่นกัน เป็นเหมือนเครื่องมือโต้ตอบ พูดคุย ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ในกระบวนการสรรหาคัดเลือกได้ ตั้งแต่การส่งข้อความนัดหมาย การลงตารางเวลานัดหมายกับผู้สมัครแต่ละคน ซี่งระบบจะ Run ของมันเอง ตามตารางที่ว่างอยู่ ทำให้การนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์คุยกันนั้น ทำได้ง่ายขึ้น ผู้สมัครสามารถระบุเวลาที่ตนเองสะดวก เพราะเวลาเข้ามาสัมภาษณ์ก็ใช้ Chatbots เป็นเครื่องมือ ซึ่งสามารถคุยพร้อมกันในเวลาเดียวกัน โดยแยกห้องคุยได้ โดยไม่ต้องรอคิวสัมภาษณ์ให้วุ่นวาย

 

  • Enhanced Vetting คือการตรวจสอบประวัติการทำงานเชิงลึก ซึ่งปัจจุบันนี้ ระบบสามารถช่วยเราได้มากขึ้นเยอะมาก เพราะคนเราแต่ละคนตอนนี้ต่างก็ต้องเคยเข้าไปทำกิจกรรมต่างๆ ในโลกอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านทาง โซเชียลมีเดีย ซึ่งพวกนี้จะเก็บข้อมูลประวัติของเราไว้ทั้งหมด เวลาที่เราต้องการจะตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ก็เริ่มทำได้ไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากกว่าสมัยก่อนอีกด้วย จนทำเราให้สามารถมองเห็นคุณสมบัติของคนที่มาสมัครงานได้ไม่ยาก ว่าเป็นคนที่เหมาะกับองค์กรของเราหรือไม่

 

  • Artificial Intelligence การใช้ AI แบบเต็มรูปแบบในการสรรหาคัดเลือก ตั้งแต่การสกรีนผู้สมัคร เทียบกับคุณสมบัติที่กำหนด โดยที่คุณสมบัตินั้น เราก็ไม่ต้องใส่ข้อมูลอะไรเข้าไปเลย เพราะ AI สามารถไปวิเคราะห์ได้จากฐานข้อมูล HR ขององค์กร (ฐานข้อมูลก็ต้องดีด้วยเช่นกัน) ว่าพนักงานที่ประสบความสำเร็จ โตไปยังตำแหน่งสูงๆ ได้นั้น เขามีคุณสมบัติอะไรบ้างในตัว AI ก็จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาประมวล แล้วกำหนดเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งก็คือสิ่งที่เราเรียกมันว่า Algorithms จากนั้นมันก็ matching กับคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วมาก เร็วกว่าการใช้พนักงานมานั่งอ่านประวัติ นั่งคุยไปทีละคน ซึ่งมันมีอารมณ์ความรู้สึก และมีความเบื่อหน่ายเกิดขึ้นได้ ซึ่งทำให้การสรรหาคัดเลือกพนักงานก็จะไม่ได้ผลตามที่เราตั้งใจไว้ แต่ AI จะเข้ามาทดแทนสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด โดยที่ HR Specialist ก็จะมุ่งเน้นไปที่คนที่ถูกเลือกมาแล้ว โดยเจาะลึกต่อไปได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาได้อย่างดีขึ้น

 

  • Texting เนื่องจากยุคนี้คนเราชอบที่จะพิมพ์ข้อความส่งถึงกันมากขึ้น ดังนั้นแนวโน้มของเครื่องมือสำหรับการสรรหาคัดเลือก ก็น่าจะมีการนำเอาเรื่องของการพิมพ์ข้อความมาใช้มากขึ้น ระหว่างตัวระบบกับผู้สมัคร ซึ่งระบบเองเราก็สามารถตั้งให้ระบบพิมพ์ข้อความโดยอัตโนมัติไปยังผู้สมัครแต่ละคนได้ รวมทั้งโต้ตอบข้อความไปมาได้ คล้ายกับๆ Chatbots แต่เป็นการใช้ข้อความส่งไปมาแทนที่จะคุยกันนั่นเอง แถม AI เองก็ยังสามารถที่จะวิเคราะห์จากข้อความที่ผู้สมัครส่งมาได้อีกด้วยว่า กำลังคิดอย่างไร จะมาตามนัดหมายหรือไม่มา

เห็นแบบนี้แล้วผมว่าอีกไม่นาน บ้านเราก็น่าจะเริ่มมีเครื่องมือเหล่านี้ใช้มากขึ้น HR เองก็ต้อง พัฒนาตนเองไม่ว่าจะเป็นการ Reskills หรือ upskills ก็ต้องเริ่มทำกันได้แล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: