สาเหตุที่ระบบวัดผลขององค์กรไม่ประสบผลสำเร็จในทางปฏิบัติ

ช่วงนี้ผมได้รับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของระบบการวัดผลงานค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ KPI หรือ OKR หรือ Goal Setting ว่าจะทำอย่างไรให้เอามาใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งการใช้อย่างประสบความสำเร็จในที่นี้ก็คือ ใช้ได้ตามเจตนารมณ์ของระบบที่ผู้คิดเขาคิดขึ้นมา ซึ่งก็คือ ใช้เพื่อการบริหารผลงานให้ไปสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่ใช้เพื่อประเมินผลงานพนักงานว่าดีหรือไม่ดี

ก็เลยขอนำเอางานวิจัย และงานเขียนจากหนังสือเรื่อง Key Performance Indicator ซึ่งเขียนโดย David Parmenter  ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของ KPI ได้ระบสาเหตุที่ทำให้ระบบการวัดผลขององค์กรไม่ได้ผล มาประกอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในบ้านเรา ซึ่งพอจะสรุปได้ดังต่อไปนี้ครับ

  • ตั้งตัววัดผลงานมากจนเกินไป สาเหตุแรกที่ทำให้ระบบการวัดผลงานไม่ได้ผลตามที่ต้องการก็คือ พอเอามาใช้ ก็อยากวัดไปซะทุกอย่าง เหมือนกับว่า ทุกอย่างมีความสำคัญไปหมด ผู้บริหารไม่อยากตัดเรื่องนั้น ไม่อยากตัดเรื่องนี้ สำคัญทุกเรื่อง ก็เลยกำหนดตัววัดไว้มากมาย จนทำให้ไม่ Focus สุดท้ายพอถึงเวลาลงมือทำงานจริง พนักงานก็จะเริ่มสับสนว่าตกลงต้องทำอะไร ลำดับความสำคัญคืออะไร ที่สำคัญก็คือ พอมีตัววัดมากเกินไป พนักงานก็รู้สึกเครียด และไม่สนุกกับการทำงาน เพราะเหมือนถูกคาดหวังไปทุกเรื่อง

 

  • ไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร สาเหตุที่สองก็คือ ตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงาน และตำแหน่งงานที่ทำออกมานั้น ส่วนใหญ่เป็นการคิดบนพื้นฐานของการทำงานของพนักงานเอง โดยขาดการเชื่อมโยงไปยังเป้าหมายขององค์กร พนักงานหลายคนที่ตั้งเป้าหมายในการทำงานแล้ว ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ถ้าเป้าหมายแต่ละข้อของตนทำได้สำเร็จ จะไปมีส่วนทำให้เป้าหมายขององค์กรข้อใดสำเร็จได้บ้าง บางแห่งหนักกว่า คือ เจ้าหน้าที่ไม่รู้จะตั้งตัววัดอะไรดี พอนายบอกว่า ให้สอดคล้องกับเป้าองค์กรก็เลย copy เป้าหมายองค์กรมาใส่ในเป้าหมายของตำแหน่งงานตนเอง จากนั้น ก็งงว่า แล้วตนเองจะต้องทำอย่างไรให้เป้าหมายบรรลุได้ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับงานประจำของตนเองเลย แบบนี้ก็มี

 

  • เอารางวัลมาเป็นตัวล่อ เพื่อให้ทำได้ตามเป้าหมาย พอเป็นแบบนี้ พนักงานส่วนใหญ่อยากได้รางวัลอยู่แล้ว ก็เลยเอาเป้าหมายที่ได้มาปรับขึ้นปรับลง หรือไม่ก็ไปหาวิธีการเล่นแร่แปรธาตุการทำงานของตนเอง เพื่อให้ตัวเลขได้ตามเป้าหมาย แต่มีอะไรบางอย่างที่เป็นปัญหาซุกซ่อนไว้โดยที่ผู้บริหารไม่เคยรู้เรื่อง ก็จะเป็นปัญหาต่อผลงานขององค์กรในระยะยาว

 

  • มีแต่ตัวชี้วัดผลงาน แต่ไม่มีแผนปฏิบัติการ หลายองค์กรมัวแต่คิดว่าจะทำ KPI อย่างไร แบบไหนดี จนสุดท้ายพอได้ตัวเลขเป้าหมายออกมาแล้ว ก็เหมือนกับว่า เราทำงานสำเร็จแล้ว ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะเริ่มต้นทำงานเท่านั้น จากนั้น ก็ไม่มีแผนงานในการไปสู่เป้าหมายอะไรออกมาอย่างชัดเจน ทุกคนทำงานเหมือนกับที่เคยทำมาก่อน โดยมีแค่เพียง KPI ที่ทำขึ้นมาเหมือนเป็นเครื่องมือที่ถูกบังคับให้ต้องมี แต่ไม่ต้องทำให้เสร็จก็ได้ เพราะไม่มีการวางแผนเชิงปฏิบัติการเพื่อให้เป้าหมายนั้นบรรลุได้จริงนั่นเอง

 

  • ไม่มีการเก็บข้อมูลผลงาน อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัววัดผลงานไม่สำเร็จ ก็คือ ตั้งเป้าหมายแล้ว แต่ไม่มีการเก็บข้อมูลการทำงานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดผลงานนั้นแต่อย่างใด อันนี้ก็อาจจะเป็นผลมาจากการที่เราไม่มี Action Plan ก็เลยไม่รู้ว่า จะต้องมีการติดตามผลกันอย่างไร ช่วงใด และต้องรายงานผลอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นความคืบหน้าของการทำงาน ก็เลยไม่มีการเก็บข้อมูลที่ต้องการ พอไม่มีข้อมูล ก็เลยวัดผลไม่ได้จริง พอวัดไม่ได้ พนักงานก็ไม่ทำ สุดท้าย เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ไม่สามารถบรรลุได้อีกเช่นกัน

 

  • ไม่เคยสื่อสารระบบการวัดผลให้เห็นภาพเดียวกันทั้งองค์กร เวลาที่องค์กรเอาระบบบริหารผลงานมาใช้ ก็จะมีการกำหนดตัววัด เป้าหมายที่จะต้องบรรลุ ทั้งนี้ส่วนใหญ่ผู้บริหารจะมองไปที่เรื่องของการบริหารผลงาน การทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย แต่พนักงานจะมองไปที่เรื่องของการประเมินผลงานของตนเอง ว่าจะถูกประเมินอย่างไร ระบบใหม่จะเข้ามาทำให้เขาถูกประเมินผลงานแตกต่างไปอย่างไร ซึ่งมันเป็นการมองกันคนละมุมเลย ก็เลยทำให้ระบบบริหารผลงานไม่ได้ผลตามเจตนารมณ์ของระบบ สิ่งที่มักจะขาดไปก็คือ การสื่อสารทำความเข้าใจ และเปลี่ยนมุมมองของพนักงานทุกระดับในองค์กรให้เข้าใจไปในทางเดียวกัน ว่าระบบบริหารผลงานที่นำมาใช้นั้น เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานที่จะทำให้พนักงาน และผู้จัดการทุกคนมีเครื่องมือที่ดีในการที่จะไปสู่เป้าหมาย แต่ไม่ใช่เครื่องมือในการประเมินผลงานพนักงาน อันนี้ต้องสื่อให้ชัดเจน

ลองดูว่า ที่องค์กรของท่านผู้อ่านเอง ติดปัญหาเรื่องการนำเอาระบบบริหารผลงานมาใช้กันบ้างหรือไม่ ย้ำนะครับ ระบบบริหารผลงาน ไม่ใช่ระบบประเมินผลงาน องค์กรบ้านเราส่วนใหญ่ คิดว่า ระบบบริหารผลงาน จะใช้แทนระบบประเมินผลงาน ซึ่งมันไม่ใช่ทั้งหมดครับ

สุดท้ายก็เลยกลับมางงๆ กับระบบเดิม และไปโทษเครื่องมือว่า ไม่สามารถใช้งานได้จริง ทั้งๆ ที่เครื่องมือเหล่านั้น ไม่ได้เกิดมาเพื่อประเมินผลงานพนักงานเลยสักนิด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: