มาเตรียมความพร้อม กับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2563

และแล้ว ก็มีประกาศออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า มกราคม 2563 จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่กันแล้ว ซึ่งจะเป็นอัตราเท่าไหร่นั้น ผมคิดว่า หาได้ไม่ยากเพราะมีการแชร์กันอย่างมากมาย แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ เรื่องของการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำนี้

เท่าที่สังเกตมาหลายครั้งในอดีต เมื่อมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ทุกครั้ง ก็จะมีปัญหาตามมาในเรื่องของความไม่เป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน คนเก่าไม่ได้ปรับ คนใหม่ได้ค่าจ้างเท่ากับคนเก่า หรือมากกว่า และผลกระทบตามมาอีกมากมาย

ดังนั้น เราจึงควรเตรียมความพร้อมกันก่อนล่วงหน้าสักหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาปรับค่าจ้าง

สิ่งที่ควรจะพิจารณามีอะไรบ้าง ที่มีผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

  • วิธีการปรับค่าจ้าง จะปรับให้กับคนที่ต่ำกว่า อัตราที่ประกาศเท่านั้น คนอื่นไม่ปรับ หรือปรับให้เท่ากันทุกคนตามส่วนต่างที่ปรับขึ้นมาใหม่ หรือจะคำนวณปรับตามสัดส่วนผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง ใครที่กระทบมากก็ได้มากหน่อย ใครกระทบน้อยก็ได้น้อยหน่อย บางคนอาจจะไม่ได้ปรับเพราะค่าจ้างสูงมากอยู่แล้ว จะปรับด้วยวิธีไหนนั้น จะต้องระวังเรื่องของความเป็นธรรมประกอบด้วย เพราะที่ผ่านมา มักจะเกิดกรณีที่ว่าปรับเฉพาะคนที่ต่ำกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศใหม่ ส่วนพนักงานคนไหนที่ได้เท่ากับหรือสูงกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ก็จะไม่ปรับให้ แบบนี้ก็จะทำให้พนักงานใหม่ได้เงินเดือนเท่ากับ หรืออาจจะสูงกว่า คนเก่าก็เป็นได้ ถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ คำตอบคือไม่ผิด แต่สิ่งที่น่ามีปัญหาก็คือ ความเป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนมากกว่า ซึ่งมีผลต่อความพึงพอใจ และแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน

 

  • อัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษา สำหรับบริษัทที่มีการกำหนดอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาสำหรับพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่นั้น ก็ควรจะระวังในเรื่องของอัตราแรกจ้างในส่วนของวุฒิ ปวช. และปวส. (ถ้ายังมีการจ้างกันอยู่นะครับ) เพราะตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ ถ้าเป็นอัตรา 331 บาทต่อวัน (กทม.) คิดเป็นเดือนก็เดือนละ 9,930 บาท ซึ่งถ้าอัตราปวช. ที่เคยกำหนดไว้นั้นต่ำกว่าหรือเท่ากับอัตราใหม่นี้ ก็น่าจะมีปัญหาตามมาได้ เช่นบางบริษัทกำหนดอัตราแรกจ้างปวช.จบใหม่เท่ากับ 9,900 หรือ 10,000 บาท ซึ่งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานทั่วไปขยับถึงมาใกล้มาก ดังนั้น จึงต้องพิจารณาค่าจ้างเริ่มต้นของวุฒิการศึกษาเหล่านี้ประกอบด้วย เท่าที่ผมนั่งดูเทียบกับอัตราแรกจ้างตามผลการสำรวจค่าจ้างในปีที่ผ่านมา ก็น่าจะมีผลกระทบกับ กลุ่ม ปวช. ปวส. บางแห่งอาจจะกระทบน้อยถ้าจ่ายสูงอยู่แล้ว และ ปริญญาตรี ซึ่งถ้าจ่ายสูงอยู่แล้ว ก็อาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ดี HR ก็ควรจะพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแข่งขันเรื่องค่าจ้างด้วยเช่นกัน

 

  • โครงสร้างเงินเดือน ผลกระทบถัดไปที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยก็คือ โครงสร้างเงินเดือนของบริษัท โดยเฉพาะในระดับงานที่ 1 ค่า Minimum ซึ่งถ้าอยู่ในกทม. ปัจจุบันจะเป็นตัวเลขที่ 9,750 บาท แต่ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ในกทม.ปรับเป็น 331 บาทต่อวัน จะเป็น 9,930 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ต้องไปปรับตัวเลข minimum ของระดับงาน 1 ใหม่ และพอปรับใหม่ ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่า จะมีผลต่อระดับ 2 3 4 และทั้งโครงสร้างเงินเดือนหรือไม่ ถ้ามี ก็ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนกันอีกครั้งในปี 2563

 

ส่วนนอกนั้นก็เป็นเรื่องของวิธีการบริหารจัดการของทางบริษัท อาทิ เรื่องของ ค่าล่วงเวลาที่สูงขึ้นตามไปด้วย อันนี้ก็ต้องไปปรับวิธีการทำงานมากกว่าที่จะไปปรับลดอัตราค่าจ้าง หรือค่าล่วงเวลา เพราะมันอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ก็คงต้องหาวิธีการปรับปรุงระบบบริหารจัดการในการทำงานมากกว่า เพื่อทำให้งบประมาณค่าล่วงเวลาลดลง และงานยังคงได้ประสิทธิภาพเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องของการคำนวณเพื่อปรับผลกระทบนั้น ผมได้เคยเขียนบทความและให้สูตรการปรับไว้ในบทความเก่าๆ ตามลิงค์นี้เลยครับ https://wp.me/pBmlU-1VO

เพียงแต่ตัวเลขอาจจะเป็นตัวเลขเก่าอยู่ แต่สูตรใช้สูตรเดียวกัน เพียงแต่แทนค่าตัวเลขให้เป็นตัวเลขปัจจุบัน ก็น่าจะไม่ติดปัญหาอะไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: