Coaching เพื่อพัฒนาผลงาน จะสำเร็จได้ ต้องอยู่ที่พนักงานด้วยเช่นกัน

บทความสัปดาห์นี้เกี่ยวกับเรื่องของการ Coaching เป็นส่วนใหญ่นะครับ วันนี้ก็ขอต่อในเรื่องเดียวกันนี้อีกสักวันนะครับ ส่วนใหญ่เวลาที่เราพูดถึง coaching เรามักจะมุ่งเน้นไปที่คนที่เป็นโค้ชมากกว่า ผู้ที่ถูกโค้ช อาจจะเป็นเพราะว่า คนที่จะเป็นโค้ชที่ดีได้นั้น มีความสำคัญมาก เพราะเป็นคนที่จะทำให้คนอื่นเก่งขึ้น และค้นพบศักยภาพในตัวของตนเองได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่องค์กรจะทำเอาแนวทางในการ Coaching มาใช้ให้ได้ผล ก็มักจะต้องมีการพัฒนาคนที่จะเป็นโค้ช เพื่อเรียนรู้เทคนิคต่างๆ

อย่างไรก็ดี การที่ Coaching จะสำเร็จได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่โค้ชเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอยู่ที่พนักงานที่ถูกโค้ชด้วยเช่นกัน ถ้าคนสอนเต็มใจสอน มีเทคนิคที่ดี มีความรู้ความสามารถที่ดี แต่คนถูกโค้ชไม่ต้องการที่จะให้สอนล่ะครับ ผมว่า ถ้าเป็นแบบนี้ การ Coaching ยังไงก็ไม่มีทางได้ผล

มีผู้จัดการที่เป็นโค้ชในองค์กรหลายคนที่พยายามที่จะให้เวลา และสอนลูกน้องตนเองอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า เป็นฝ่ายพนักงานเองที่ไม่มีใจที่อยากจะพัฒนาตนเอง ก็เลยทำให้การสอนงานนั้นไม่ได้ผลอะไรเลย

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานต้องการจะพัฒนาหรือไม่ หรือจะป้องกันปัญหานี้ได้อย่างไร

  • ประเด็นแรกที่ต้องทำให้ได้ก่อนก็คือ การประเมินพนักงานเพื่อที่จะเห็นว่าพนักงานแต่ละคนยังขาดความรู้ ทักษะ และความสามารถด้านใดบ้าง และเรื่องใดที่จำเป็นต้องอาศัยการโค้ชเข้ามาช่วย ซึ่งในการประเมินความสามารถของพนักงานนั้น จะต้องทำโดยที่พนักงานยินยอม และเห็นชอบ ไม่ว่าจะมาจากการประเมินผลงานประจำปี ซึ่งอันนี้น่าจะยอมรับกันได้ ถ้าระบบประเมินผลงานดีพอ หรือมาจากการประเมิน Competency ของพนักงานแต่ละคน ซึ่งจะเป็นการประเมินเพื่อหาสิ่งที่ต้องพัฒนา ซึ่งการประเมินอันนี้ พนักงานจะต้องยอมรับผลการประเมินก่อน ว่าตนเองยังขาดอะไร หรือมีจุดแข็งในเรื่องใด เพื่อที่จะได้เปิดใจยอมรับในเรื่องเหล่านั้น และเปิดใจที่จะพัฒนาตนเอง

 

  • พนักงานอยากพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่ ประเด็นที่สองที่ตามมาก็คือ พนักงานยินดีที่จะพัฒนาตนเองหรือไม่ มีความต้องการที่จะทำให้ตนเองเก่งขึ้น ผลงานดีขึ้น มีพลังในตนเองที่อยากจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ คนที่เป็นผู้จัดการ และหัวหน้างานจะต้องวิเคราะห์ให้ออก หรือไม่ก็ต้องมีการพูดคุยกับพนักงานอย่างเปิดใจว่า เราต้องการที่จะพัฒนาเขา เพื่อให้ผลงานดีขึ้นในอนาคต และเพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน ซึ่งปกติแล้ว พนักงานส่วนใหญ่น่าจะยอมรับตรงนี้ และยินดีที่จะพัฒนาตนเอง แต่ก็มีพนักงานอีกส่วนหนึ่งที่จะตอบกลับมาว่า ไม่อยากพัฒนาแล้ว เพราะขาดแรงจูงใจ หรือไม่ได้ชอบงานที่ทำ

 

  • กำหนดเรื่องที่จะพัฒนา และวิธีการพัฒนาร่วมกัน สำหรับพนักงานที่ต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ก็จะต้องมีการมานั่งกำหนดประเด็น หรือ เรื่องที่จะต้องพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ทักษะ หรือพฤติกรรมในการทำงาน จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า เราต้องการเห็นผลงานแบบไหน หรือพฤติกรรมในการทำงานแบบใดเกิดขึ้นบ้าง จากนั้นก็ต้องมานั่งกำหนดกันว่า เรื่องไหนที่ต้องใช้วิธีการพัฒนาแบบใด อะไรที่ต้องอาศัยการ coaching ก็กำหนดให้ชัดเจน

 

  • กำหนดคนที่จะเป็นโค้ช จากนั้นก็ต้องมีการกำหนดตัวคนโค้ช โดยอาจจะให้พนักงานเลือก จากรายชื่อผู้จัดการที่สอนงานได้ในเรื่องที่พนักงานขาดอยู่ ว่าจะให้ใครเป็นคนสอน ซึ่งพนักงานจะเลือกจากคนที่ตนเองพอที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วยก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นการเปิดโอกาสให้พนักงานเลือนคนโค้ช ก็จะป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่จะตามมาระหว่าง โค้ช กับพนักงานได้ในระดับหนึ่ง และยังทำให้พนักงานมีแรงจูงใจที่อยากจะพัฒนาและอยากที่จะถูก Coach ได้มากกว่า แต่ประเด็นนี้จะยากตรงที่บางองค์กรไม่มีการกำหนดตัวคนโค้ชไว้ ว่าเป็นใครบ้าง ส่วนใหญ่ก็ให้ผู้จัดการที่เป็นหัวหน้าต้องทำหน้าที่โค้ชลูกน้องตนเองด้วย ซึ่งจริงๆ มันก็ถูกต้อง เพียงแต่ถ้าหัวหน้ากับลูกน้องคนนั้น มีความขัดแย้งกัน หรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก การสอนงานก็จะไม่ได้ผล

 

  • จากนั้นก็ติดตามการสอนงาน ว่าเป็นไปตามแผนงาน และความคืบหน้าในการพัฒนาของพนักงานเป็นอย่างไร อาจจะต้องมีการสังเกตจากพฤติกรรมในการทำงาน ที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลง หรือ สังเกตจากผลงานที่ออกมาว่า ดีขึ้นกว่าช่วงก่อนถูกสอนงานหรือไม่

ดังนั้นถ้าเราต้องการลดปัญหาเรื่องของพนักงานไม่อยากถูกโค้ช หรือไม่เต็มใจที่จะให้โค้ช ก็คงต้องเริ่มต้นจากการให้พนักงานยอมรับในสิ่งที่ต้องพัฒนาก่อน จากนั้นก็ต้องให้เขายอมรับว่า บางเรื่องที่ต้องการพัฒนานั้น จำเป็นที่จะต้องใช้การ Coaching และถ้าเป็นไปได้ ก็ต้องให้พนักงานได้เลือกคน coach ด้วยตนเอง แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็อาจจะต้องอาศัยวิธีการอื่นในการพัฒนาพนักงานที่เหมาะสมกว่าการ Coaching

มิฉะนั้น การ Coaching ที่ต้องการเน้นการพัฒนา จะกลายเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องเสียเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: