บริหารพลังในการทำงานได้ ก็เท่ากับบริหารเวลาได้ดีเช่นกัน

ได้อ่านบทความของ Harvard Business Review ชื่อบทความว่า Manage Your Energy, Not Your Time เขียนโดย Tony Schwartz and Catherine McCarthy ผมชอบตรงที่เขาบอกว่า ในยุคนี้ ถ้าเราจะสร้างผลิตภาพในการทำงานให้ได้มากขึ้น การบริหารเวลาเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญเท่ากับการบริหารพลังงานในการทำงานของตนเอง ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ

เนื่องจากทุกคนมีเวลาทุกวันเท่ากันก็คือ 24 ชั่วโมง ดังนั้น เวลามันบริหารไม่ได้ การที่เราจะมี productivity ที่ดีได้นั้น อยู่ที่เราบริหารพลังในการทำงานของตนเองมากกว่า ผมอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกเข้าท่าดี ก็เลยนำมาเล่าให้อ่านกันต่อ ว่าที่ผู้เขียนบอกว่า บริหารพลังในการทำงานนั้น เขาต้องบริหารพลังในด้านไหนบ้าง

 

  • พลังทางด้านร่างกาย พลังในการทำงานอันแรกที่ต้องบริหารให้ได้ ก็คือ พลังของร่างกายเราเอง ร่างกายต้องพร้อมในการทำงาน เรียกได้ว่า สุขภาพร่างกายต้องแข็งแรง พร้อมที่จะลุยงานได้ทุกวัน ตามเวลาทำงานของเรา การที่จะทำให้ร่างการเราพร้อม ก็คือ เราต้องรักษาร่างกายของเราให้ดี การทานอาหาร ก็ต้องทานให้ครบ และได้ประโยชน์ บางคนไม่ทานอาหารเช้า เพราะรีบมาก กลัวสาย สุดท้ายร่างกายก็จะมีปัญหา แล้วพลังในการทำงานของร่างกายเราก็จะถดถอยลงไปได้ นอกจากอาหารแล้ว เรื่องของการออกกำลังกายก็สำคัญ จะต้องหาเวลาในการออกกำลังบ้าง บางคนนั่งทำงานทั้งวันไม่ได้ลุกไปไหน ก็ต้องหาเวลาในการยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายบ้าง สุดท้ายก็คือ เรื่องของการพักผ่อนนอนหลับ ก็ต้องนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการลุยงานได้

 

  • พลังทางด้านอารมณ์ เรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้พลังทางร่างกาย เนื่องจากเราต้องพบเจอกับสภาพการทำงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหาร หัวหน้า ลูกน้อง ลูกค้า ระบบการทำงาน ฯลฯ ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ เมื่อพบเจอกับสิ่งที่แย่ๆ ประจำ ก็จะทำให้เราอารมณ์เสียได้ และถ้าเราไม่บริหารอารมณ์ให้ดี เราก็อาจจะอารมณ์เสียตั้งแต่เดินเข้ามาในออฟฟิศเลยก็เป็นไปได้ ซึ่งก็จะทำให้วันนั้นทั้งวันเราจะไม่มีอารมณ์ในการทำงาน ซึ่งก็จะส่งผลต่อผลิตภาพในการทำงานของเราอีกเช่นกัน ดังนั้น การบริหารอารมณ์ของเรา ก็คือ ต้องเปลี่ยนมุมมองในการมองปัญหา มองให้เป็นเรื่องที่ท้าทาย และเป็นเรื่องที่เราสามารถเรียนรู้ได้ และทำให้เราเก่งขึ้นได้ เราต้องถามตัวเองว่า เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง และเปลี่ยนมุมมองให้เป็นมุมบวกต่อตนเองให้ได้ เมื่ออารมณ์ดี ก็จะทำงานได้ดี

 

  • พลังทางด้านจิตใจ พลังตัวนี้ จะเป็นผลมาจากพลังด้านร่างกาย และอารมณ์ด้วยเช่นกัน เหมือนกับที่เขาเรียกกันว่า mind power เราจะมีพลังจดจ่อทำงานได้นาน โดยไม่ถูกรบกวนจากสิ่งเร้าภายนอกได้ ก็ต้องฝึกฝน ในยุคนี้สิ่งเร้าในการทำงานมีมาก ซึ่งทำให้เราหลุดออกจากงานที่เราทำอยู่บ่อยๆ ไม่ว่า จะเป็น social media ทั้งหลาย internet email มันเข้ามาตลอดเวลา ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์และจากโทรศัพท์มือถือ และบางคนก็จากข้อมือของตนเอง ฯลฯ ถ้าเราไม่มีการฝึกฝนพลังของจิตใจให้จดจ่อกับงานที่ทำให้ได้มากที่สุด เราก็จะหลุดบ่อย และงานก็จะไม่เสร็จตามเป้าหมายที่กำหนด การเพิ่มพลังของใจนี้ ต้องเริ่มจากร่างกายที่พร้อม อารมณ์ที่พร้อม และเติมด้วยความมุ่งมั่น เป้าหมายในการทำงานที่ท้าทาย บางคนแนะนำว่า ให้ทำงานให้สนุกเหมือนเล่นเกมส์ โดยการท้าทายตนเอง ว่างานที่ทำนี้จะต้องเสร็จเมื่อไหร่อย่างไร แล้วก็กำหนดรางวัลให้ตนเองไว้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็จะทำให้เราสามารถเพิ่มเติมพลังทางด้านจิตใจให้จดจ่อมากขึ้นได้

 

ดังนั้นถ้าเราต้องการที่จะเพิ่ม productivity ในการทำงานให้ตนเองให้ได้ เราก็คงต้องบริหารการใช้พลังทั้งสามประการข้างต้นให้ดี แล้วเราจะสามารถบริหารตนเองในการใช้เวลาในการทำงานได้อย่างดี งานก็จะเสร็จ สำเร็จตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ อีกทั้งยังช่วยให้เรามีแรงจูงใจในการทำงานชิ้นต่อไปได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะงานชิ้นแรกสำเร็จได้ตามเป้าหมาย เราจะรู้สึกว่าเป็นคนที่มีผลิตภาพสูงขึ้น ความสำเร็จตรงนี้เองที่ทำให้เรามีพลังในการลุยงานต่อได้อีกเช่นกันครับ  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: