เกณฑ์ที่นิยมในการพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้จัดการ มีอะไรบ้าง

จากโพลที่ผมสอบถามสมาชิกของกลุ่ม Line Open Chat ในเรื่องของเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงานไปเป็นผู้จัดการนั้น จะมีเกณฑ์อะไรบ้าง ซึ่งในประเด็นนี้ ผมเน้นไปที่เรื่องของการขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้จัดการ ที่ต้องบริหารจัดการทั้งงาน และทั้งคน ก็ได้ผลโพลออกมาและผมก็นำมาสรุปให้อ่านกันอีกครั้งครับ

ในประเด็นสำหรับการพิจารณาพนักงานเพื่อให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปเป็นผู้จัดการนั้น สรุปได้ดังต่อไปนี้ครับ

  • 78% พิจารณาผลงานของพนักงานท่านนั้นเป็นหลัก ว่า ผลงานที่ผ่านมานั้น เป็นอย่างไร แนวโน้มก็คือ ยิ่งผลงานดี ก็จะยิ่งมีโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป

 

  • 46% พิจารณา Managerial Competency ซึ่งก็คือ จะต้องดูว่าพนักงานคนนั้น นอกจากผลงานที่ดีแล้ว ยังมีความสามารถในการบริหารจัดการหรือไม่ ซึ่งปกติ ก็จะมุ่งเน้นไปที่การบริหารงาน และการบริหารคน บางแห่ง ก็จะเน้นไปที่ทักษะในการบริหารคนมากหน่อย เพราะผลงานเป็นตัวบอกเราแล้วว่า เขามีทักษะในการทำงานดีมากอยู่แล้ว

 

  • 40% พิจารณาศักยภาพในการเป็นผู้จัดการ ซึ่งปกติก็จะดูจากว่า เขาจะมีความสามารถในการที่จะขึ้นไปบริหารจัดการทั้งงาน ทั้งคน ได้หรือไม่ เขาได้รับการยอมรับจากทีมงานหรือไม่ และได้รับความไว้วางใจจากนายแค่ไหนในการที่จะมอบหมายงานผู้จัดการให้ โดยที่จะสามารถบริหารจัดการงานได้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

 

  • 38% พิจารณาจากอายุงาน ก็ยังคงมีองค์กรที่ยังตั้งเกณฑ์พิจารณาสำหรับการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้จัดการจากอายุงานของพนักงาน ก็คือ ต้องมีช่วงอายุงานที่มากพอ และสามารถสร้างการยอมรับได้จากทีมงานและพนักงานในองค์กร

 

  • 20% พิจารณาจาก Core Competency ด้วย ก็คือ คนที่จะโตขึ้นไปเป็นผู้จัดการนั้น จะต้องมี Core competency ขององค์กรด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะเป็นคนที่สามารถสร้างและส่งเสริม รวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีของ core competency ให้กับพนักงานได้

นี่คือ 5 อันดับแรกของเกณฑ์ในการพิจารณาในการเลื่อนตำแหน่งพนักงานให้เป็นผู้จัดการ

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่บางองค์กรยังคงใช้ในการพิจารณาอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มน้อยลงไป ก็เช่น

  • อายุตัว
  • Functional Competency
  • ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ
  • การฝึกอบรมที่จำเป็น
  • ให้มีการทดสอบและนำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการ

จะสังเกตได้ว่า เกณฑ์ในการพิจารณา และการเตรียมความพร้อมพนักงานที่จะเลื่อนตำแหน่งไปสู่การเป็นผู้จัดการนั้น หลักๆ ก็จะประกอบไปด้วย

  • ผลงานที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน หรือสูงกว่ามาตรฐาน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า พนักงานคนนั้นมีความรู้ความสามารถในการทำงานที่มากพอ และสามารถใช้ผลงานที่ผ่านมา เป็นตัวสร้างการยอมรับได้จากทั้งทีมงาน และผู้บริหาร

 

  • ทักษะในการบริหารจัดการ ซึ่งก็คือ Managerial Competency พนักงานที่ขึ้นไปเป็นผู้จัดการได้นั้น ต้องไม่ใช่แค่เก่งเรื่องงานอย่างเดียว จะต้องเก่งเรื่องของการบริหารงาน การวางแผนงาน การมอบหมายงาน การติดตามควบคุมงาน และอีกด้านก็คือ การบริหารคน ซึ่งประกอบไปด้วย การสื่อสาร การสร้างแรงจูงใจ การสร้างทีมงาน นอกจากนั้นยังต้องมีภาวะผู้นำที่จะมองไกลไปในอนาคตข้างหน้า และยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลง รวมทั้งบริหารการเปลี่ยนแปลงในทีมงานของตนเองได้อีกด้วย

 

  • ศักยภาพ ในการเติบโต ประเด็นนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญมาก พนักงานบางคน มีผลงานดี มีฝีมือ แต่ขาดศักยภาพในการที่จะเติบโตขึ้นไป ก็คือ ขาดการยอมรับจากพนักงาน และผู้บริหาร ในเรื่องของการเป็นผู้นำ บางคนก็ขาดพลังในการที่จะเติบใหญ่ขึ้นไป ที่จะต้องรับผิดชอบงานที่สูงขึ้น ยากขึ้นได้ แต่สามารถทำงานปัจจุบันได้ดี แบบนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะโตไปเป็นผู้จ้ดการ

ส่วนประเด็นที่ว่า น้ำหนักของเกณฑ์ควรจะเป็นอย่างไรนั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่า น้ำหนักควรจะเน้นไปที่เรื่องของ ศักยภาพ เป็นอันดับหนึ่ง และทักษะในการบริหารจัดการเป็นอันดับสอง และสุดท้ายก็คือ ผลงานหน้างานที่ผ่านมา เพราะเรื่องของผลงานที่ดีนั้น เราเห็นจากที่ผ่านมาแล้ว แต่การที่เราจะมั่นใจได้ว่า พนักงานคนนี้จะขึ้นไปเป็นผู้จัดการที่ดีได้หรือไม่นั้น มันอยู่ที่ ทักษะในการบริหารจัดการ และศักยภาพในการเป็นผู้นำมากกว่าครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: