นิทานสอนใจ สงบสยบมาร

คนเราทำไมถึงชอบที่จะตัดสินคนอื่น เวลาที่คนอื่นคิดไม่เหมือนเรา เราก็มักจะคิดว่าเขาคิดผิด เวลาคนอื่นทำไม่เหมือนเรา เราก็มักจะคิดว่า เขาทำผิด หรือบางครั้งเราเห็นคนอื่นทำบางสิ่งที่ดี แล้วได้ดีก็อิจฉาจนทนไม่ได้ต้องมีการเสียดสีประชดประชัน และถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมและเกิดการทะเลาะวิวาทกันมันก็จะยิ่งเลวร้ายกันไปใหญ่

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นที่นิยมชมชอบในหมู่ผู้คน แต่มีคนผู้หนึ่งที่อิจฉาริษยาในเรื่องนี้ เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้า ก็ได้หลุดปากออกมา เป็นการดูถูกอย่างรุนแรง

แต่ไม่ว่าทัศนคติของเขาจะเลวร้ายแค่ไหน วาจาชั่วร้ายเพียงใด พระพุทธเจ้าก็จะเงียบสงบอยู่เสมอ

รอจนกระทั่งเขาด่าจนเหนื่อยพอแล้ว พระพุทธเจ้าจึงค่อยถามเขาไปว่า “เพื่อนเอ๋ย หากมีคนส่งสิ่งของซึ่งท่านไม่ชอบ แล้วท่านไม่รับมัน แล้วมันจะเป็นอย่างไร”

ชายผู้นั้นตอบกลับมาโดยไม่ได้คิดว่า “ก็เท่ากับว่าสิ่งของนั้นก็เป็นของคนที่นำมาให้นั่นเอง”

พระพุทธเจ้าพยักหน้ายิ้ม และกล่าวว่า

“ในกรณีเช่นนี้ หากฉันไม่รับคำด่าว่า ที่ท่านเพิ่งกล่าวมานั้น แล้วมันจะเป็นของใครกัน”

ชายผู้นั่นนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แล้วก็เดินจากไป

ในชีวิตจริงนั้น มีตัวอย่างเช่นนี้อยู่มากมาย ลองมาดูอีกตัวอย่างหนึ่ง

บริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ชื่อว่า หวังฮุ่ย เธอทำงานอย่างจริงจัง ขยันขันแข็ง และมีความรับผิดชอบ จึงได้รับคำชื่นชมจากหัวหน้า ซึ่งเมื่อเพื่อนร่วมงานได้เห็นภาพนี้ หลายคนต่างก็อิจฉาริษยา จึงคอยพูดจาส่อเสียดหวังฮุ่ยตลอดเวลา

อาจวน กล่าวว่า “หวังฮุ่ย ตอนนี้ฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทำไมเธอยังใส่เสื้อหนาอย่างนี้ล่ะ ถ้าไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ก็มายืมฉันได้นะ”

อาเหมยพูดว่า “หวังฮุ่ย เธอเตี้ยอย่างนี้ ไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านเด็กก็ได้นะเนี่ยะ ได้ยินมาว่า ชุดแฮปปี้เบบี้ ตอนนี้กำลังลดราคา เลิกงานแล้วเธอไปลองดูก็ได้นะ”

อาหยู กล่าวว่า “หวังฮุ่ย แฟนของเธอนี่น่าตาน่าเกลียดมาก ไปเอามาจากหลังเขาใช่มั้ยเนี่ยะ”

และเพื่อนๆ ก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยขำขันกันไป

สิ่งที่หวังฮุ่ยทำก็คือ ยิ้มให้อย่างเปิดเผยจริงใจ และไม่กล่าวโต้ตอบอะไร และไม่เคยโกรธใครเลย

เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อร่วมงานเหล่านี้ต่างก็เห็นว่าหวังฮุ่ยยังคงทำงานหนักเช่นเคย ขยันขันแข็งจริงๆ ไม่ได้ทำงานเอาหน้า เป็นคนที่มีความรับผิดชอบจริงๆ ความอิจฉาริษยา และความมุ่งร้ายของเพื่อนๆ ก็เริ่มที่จะหายไป เพื่อนๆ เริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราทำกับหวังฮุ่ยมากเกินไป จึงมาหาเธอเพื่อขอโทษ

อ่านจบแล้วคิดอย่างไรครับ

พายุลูกนี้สงบลงด้วยความสงบของหวังฮุ่ย

เธอไม่โต้ตอบ ไม่โกรธ มีแต่ยิ้มให้ ซึ่งแปลว่าเธอก็ไม่ได้รับเอาสิ่งที่เพื่อนๆ ดูถูกมาใส่ใจ นั่นก็แปลว่า สิ่งใดที่เราไม่ได้รับ มันก็ไม่ได้เป็นของเรา และเธอเองก็มั่นใจว่า เธอเองไม่ใช่คนแบบที่เพื่อนๆ กล่าวหา ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปโต้ตอบสู้ทำงานของเราไปอย่างดีที่สุดจะดีกว่า แล้วความสงบก็มาเยือนในที่สุด

ถ้าหากเธอไม่สามารถจัดการจิตใจของตนเองได้ และโต้ตอบผู้อื่นกลับไป การทะเลาะวิวาทก็จะเกิดขึ้น และจะทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งการทะเลาะวิวาทนั้นไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย มีแต่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ลงไปมากกว่าเดิม

ท่านผู้อ่านเห็นด้วยมั้ยครับ

One thought on “นิทานสอนใจ สงบสยบมาร

Add yours

  1. เห็นด้วยนะคะ แต่กรณีดิฉันเจอทัศนคติที่ไม่ดีของเพื่อนร่วมงานและทนมา 9 ปีแล้วค่ะ ดิฉันเป็นรุ่นแรกที่เข้ามาจึงอยู่นานที่สุดก็จะมีแต่ละรุ่นที่เข้ามาแล้วออกไป(ดิฉันอายุน้อยกว่าทุกคนที่เข้ามา) จะโดนกลั่นแกล้งสารพัดทั้งเรื่องงานและทำให้บุคคลภายนอกองค์กรเกลียด ที่โดนหนักเลยก็คือทำให้เจ้านายมาตำหนิ(ด่าอย่างรุนแรง) ได้ และด่าหยาบคายต่อหน้า สิ่งที่ทำมาตลอดคือนิ่ง ไม่ตอบโต้ แต่เหมือนว่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ รับรู้ได้จากคนรอบตัวเขาด้วย ยิ่งได้มาร่วมงานกันมากขึ้นยิ่งได้เห็นพฤติกรรมที่เขาทำให้คนอื่นเกลียดเรามากขึ้นชัดเจนขึ้น เเม้แต่เรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะใส่เจลที่ผม ใส่เสื้อผ้ายี่ห้ออะไรซื้อจากที่ไหน(รวมถึงชุดชั้นในก็ไม่เว้น) กินอะไร จนตอนหลังลองโต้ตอบเขาบ้าง เช่น พูดไม่ดีมาก็พูดไม่ดีกลับบ้าง ซึ่งเขาก็เงียบ ดิฉันก็ยึดคำสอนที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่เหมือนว่าใช้ไม่ได้กับเขา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: