พฤติกรรมของผู้บริหาร ที่ไม่เคยมองเห็นความสำคัญของฝ่ายบุคคล

ท่านที่ทำงานฝ่ายบุคคลเคยรู้สึกมั้ยครับว่า ไม่ได้รับความสำคัญจากผู้บริหารในองค์กร รวมทั้งจากผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ในองค์กร ทั้งๆ ที่เขาก็พยายามหาผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลมือดีเข้ามาเพื่อดูแลทางด้านนี้ให้ดีขึ้น

ผมเองที่ทำงานที่ปรึกษาด้านนี้และได้มีโอกาสพบเจอกับผู้บริหาร และฝ่ายบุคคลมาพอสมควร บอกได้เลยว่า มีทั้งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญกับงาน HR และมีทั้งที่ไม่สนใจงาน HR เลย

องค์กรที่ผู้บริหารให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบุคคลอาจจะเหนื่อย แต่ก็ทำงานได้อย่างมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยให้เรื่องการบริหารคนขององค์กรไปในทางที่ดีขึ้น

แต่ตรงกันข้าม องค์กรที่ผู้บริหารไม่ใส่ใจเรื่องนี้ แต่มีฝ่ายบุคคลขึ้นมา มันทำให้พนักงานที่ทำงานในหน่วยงานนี้เกิดความรู้สึกไม่ดีอย่างมากๆ บางครั้งรู้สึกได้เลยว่า ฝ่ายอื่นมอง HR แบบรังเกียจด้วยซ้ำไป มีทั้งการซุบซิบนินทาว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่เห็นจะทำงานอะไร นั่งสบายๆ ไปวันๆ บางคนถึงกับคิดว่า ฝ่ายบุคคลคือฝ่ายที่รวมตัวแสบของบริษัทไว้ทังหมด เพราะไม่รู้จะให้ทำงานอะไร ก็สั่งย้ายให้ไปอยู่ฝ่ายบุคคลไว้ก่อน

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ

ปัจจุบันนี้ แนวความคิดในการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ผู้บริหารส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลมากขึ้น กล่าวคือ เข้าใจแล้วว่า คนสำคัญในการทำธุรกิจให้สำเร็จ แต่หลายแห่งผู้บริหารก็ยังคงไม่ค่อยเชื่อมั่นในฝ่ายบุคคลสักเท่าไหร่ ผู้บริหารหน่วยงานหลักมักจะมองว่า ฝ่ายบุคคลนั้นเป็นหน่วยงานที่ไม่เก่ง ไม่ได้จบสายวิชาชีพเฉพาะทาง และไม่มั่นใจว่าเขาจะช่วยเรื่องคนได้ดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่ก็หามือดีเข้ามาเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลขององค์กร

สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้บริหารไม่ค่อยเชื่อมั่นในฝ่ายบุคคลก็คือ

  • เวลาตัดสินใจรับคน ไม่เคยปรึกษาฝ่ายบุคคล เวลาจะรับพนักงานเข้าทำงาน ก็คิดกันเอง วางแผนกันเอง จากนั้นก็แนะนำกันมาเอง บางคนถึงกับรับสมัครเองเลยก็มี จากนั้นก็มีทีมงานในฝ่ายตนเองที่คอยนัดสัมภาษณ์ มาสัมภาษณ์เองทั้งหมด พิจารณาเองว่ารับหรือไม่รับ โดยไม่สนใจว่าเกณฑ์กลางในการบริหารคนขององค์กรคืออะไร จากนั้น ก็ค่อยให้ฝ่ายบุคคลเอาไปดำเนินการเรื่องเอกสารต่อไป

 

  • จะส่งพนักงานไปอบรม ก็ส่งกันเอง เหมือนไม่มีฝ่ายบุคคลอยู่ อยากให้พนักงานอบรมเรื่องอะไร ก็คิดกันเองวางแผนกันเอง ติดต่อวิทยากรเข้ามากันเอง ให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการต่อเรื่องเอกสารอีกเช่นเคย

 

  • กำหนดเงินเดือนค่าจ้าง ก็กำหนดกันเอง เวลาสัมภาษณ์พนักงาน ถ้าพบคนที่ตรงใจ และเขาขอเงินเดือนมาสูง ผู้จัดการก็ไม่เคยคิดว่าโครงสร้างเงินเดือนของบริษัทเราอยู่ตรงไหนอย่างไร เราจะจ่ายด้วยอัตราที่ผู้สมัครขอมานั้น เหมาะสมหรือไม่ ฯลฯ แต่จะตัดสินใจทันทีว่า ให้ตามที่ขอมา โดยไม่สนใจว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ พอตกปากรับคำเรียบร้อยก็ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้ฝ่ายบุคคล เพื่อดำเนินการต่อทางด้านเอกสาร ฝ่ายบุคคลท้วงมาว่าแบบนี้จะเกิดปัญหาในการบริหารค่าจ้างตามมานะ ผู้บริหารก็ตอบง่ายๆ ว่า “ก็ผมตกลงกับเขาไปแล้ว จะให้ผมผิดคำพูดหรือ คุณก็หาทางแก้ไขปัญหาสิ เป็นฝ่ายบุคคลไม่ใช่หรือ”

 

  • จะเลื่อนตำแหน่งใครอย่างไร ไม่เคยมองเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ อีกเรื่องก็คือ การพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือการวางแผนทดแทนตำแหน่ง ซึ่งจริงๆ สิ่งเหล่านี้จะต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และอธิบายได้กับพนักงานทุกคนอย่างชัดเจน แต่ผู้บริหารสายงานกับทำกันเอง อยากเลื่อนใครก็ส่งให้ระดับสูงอนุมัติกันเลย โดยไม่ต้องผ่านฝ่ายบุคคลทำการตรวจสอบรายละเอียดใดๆ

 

  • ประเมินผลและให้รางวัล ก็ทำกันอย่างสนุกสนานด้วยกฎเกณฑ์ของตนเอง ไม่สนใจว่า ระบบที่ทำไว้มันเป็นอย่างไร ทั้งๆ ที่ก็ช่วยกันวางระบบกันจนดีและพอใช้ได้แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ระบบที่วางกันไว้ อยากให้ใครผลงานดี ก็ให้โดยใช้ความรู้สึก และความพอใจส่วนตัวล้วนๆ จะขึ้นเงินเดือนใครเยอะก็เลือกกันเอง ฝ่ายบุคคลบอกให้ใช้เกณฑ์ที่เรากำหนดร่วมกันมา ผู้บริหารก็สวนกลับมาว่า “ใครไปกำหนดเกณฑ์ร่วมกับคุณ อย่ามาขี้ตู่ อย่างคุณน่ะ ทำงานเอกสารให้ดีซะก่อนเถอะ”

 

  • จะลงโทษ หรือไล่พนักงานออก ก็ทำกันเองอีกเช่นกัน โดยไม่มีการพิจารณาใดๆ อยากให้ออก ก็สั่งออกเลย โดยไม่สนใจว่าจะเกิดผลอะไรตามมา ถ้าเกิดเรื่องฟ้องร้อง ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องก็โยนความผิดมาที่ฝ่ายบุคคลของบริษัททันที

เคยเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้บ้างหรือไม่ครับ ผู้อ่านบางท่านอาจจะบอกว่า ผมเวอร์เกินไปหรือไม่ ผมยืนยันเลยว่า ยังมีเหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นในหลายองค์กรในบ้านเรา

ถ้าถามว่าสาเหตุคืออะไร ก็ต้องบอกว่า มาจากความที่เขายังไม่เชื่อมั่นในฝ่ายบุคคลสักเท่าไหร่ นั่นแปลว่า เราอาจจะต้องสร้างผลงาน สร้างระบบให้ดี และแสดงให้เห็นว่างานบริหารทรัพยากรบุคคลนั้น เป็นงานที่เป็นมืออาชีพ และจะต้องทำด้วยมาตรฐานที่ดีเช่นกัน

จากนั้นก็ดูว่า ผู้บริหารจะเปลี่ยนแปลงแนวคิด และความเชื่อของตนได้สักแค่ไหน

ก็ต้องลุ้นกันต่อไปครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: