ทักษะ (Soft Skills) แห่งการทำงานในอนาคต ที่เราจำเป็นต้องพัฒนา

การตั้งใจทำงานเป็นสิ่งที่ดี ความมุ่งมั่นที่อยากจะให้งานสำเร็จ ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน บางคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างมาก มากจนลืมหันมามองตนเองว่าตนเองจะต้องพัฒนาอะไรบ้าง เพื่อไปสู่อนาคตที่มันไม่ค่อยจะแน่นอนเท่าไหร่ พนักงานบางคนมองแค่เพียงสั้นๆ ว่า งานที่เขาทำก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ตนเองมีรายได้ และมีงานทำไปจนเกษียณอายุ โดยลืมไปว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีนั้น มันเร็วจนเราตามไม่ทันแล้ว

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ผมได้เห็นความต้องการการเปลี่ยนแปลงการทำงานแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากผู้บริหารหลายๆ คน ซึ่ง ผู้บริหารเหล่านี้ต่างเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มองไกล และเห็นว่าการทำธุรกิจขององค์กรมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว ถึงเวลาแล้ว เพราะถ้าเราไม่ขยับวันนี้ เราคงไม่มีทางที่จะอยู่รอดในวันข้างหน้าได้เลย

นโยบายการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของการทำงานก็เริ่มออกมาให้พนักงานในองค์กรได้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนพนักงานรู้สึกว่า ตนเองเปลี่ยนแปลงไม่ทันแล้ว บางคนก็รู้สึกว่าตนเองเหนื่อยมากแล้ว บางคนก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง บางคนก็บอกว่า ทำไมต้องเปลี่ยน ตอนนี้บริษัทก็มีกำไรตั้งมากมาย ฯลฯ

เหตุการณ์ข้างต้นเป็นตัวบอกเราได้ว่า องค์กรต้องไม่มัวแต่ทำงาน ทำธุรกิจ จนลืมที่จะพัฒนาพนักงานของตนเอง ให้เขาได้เห็นภาพในอนาคตบ้าง องค์กรต้องไม่ลืมที่จะให้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการทำงานในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ให้กับพนักงานได้เห็น และทำความเข้าใจ เพราะถ้าเราไม่เคยให้ข้อมูลอะไรเหล่านี้เลย พนักงานจะไม่มีทางรู้เลยว่า โลกปัจจุบันนั้นมันไปถึงไหนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงๆ เราอาจจะรู้สึกว่าแค่นี้ทำไมไม่รู้ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าลองเดินไปสอบถามพนักงานในสายการผลิต หรือแม้แต่พนักงานที่นั่งทำงานในออฟฟิศดู หลายคนก็ไม่เคยรู้เลยว่า โลกมันไปไกลมากแล้ว และถ้าเราไม่ปรับ เราก็คงมีปัญหาการทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน

นอกจากทำให้ตนเองและพนักงานรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว ทักษะที่สำคัญที่เป็นด้าน Soft Skills ที่สำคัญๆ สำหรับการทำงานในอนาคต (ในช่วงนี้ถึงอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า) ที่คนเราจำเป็นต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ก็คือ

  • ทักษะในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว และตลอดเวลา ฝรั่งชอบใช้คำว่า Active Learning คือ คนเราในช่วงอนาคตจะต้องเป็นคนที่ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จะบอกว่าไม่ชอบเรียนรู้นั้น ไม่ได้อีกต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงมันเร็วมา ความรู้ที่เรียนรู้ในวันนี้ ปีหน้าอาจจะใช้การไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเราไม่มีจิตใจที่เปิดกว้างและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ก็จะทำให้เราตามโลกไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น โลกในยุคนี้และอนาคต ก็มีช่องทางที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งแรกที่จะต้องปรับตัวเองก็คือ ปรับ mindset ของตนเองให้เป็นคนที่รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

  • ทักษะในการปรับตัวได้อย่างเร็ว เรื่องที่สองก็คือ คนในยุคอนาคต จะต้องเป็นคนที่มีทักษะในการปรับเปลี่ยนตนเองได้อย่างรวดเร็ว การยึดติดกับสิ่งเก่าๆ มันจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป และต้องเชื่ออย่างสนิทใจว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่แน่ว่าอนาคต ตอนเช้าอาจจะอย่างหนึ่ง แต่พอเที่ยงก็อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ดังนั้น ใครที่สามารถปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างราบรื่น ก็จะได้เปรียบในการทำงานในยุคอนาคตเช่นกัน

 

  • ทักษะในการคิดริเริ่ม หาสิ่งใหม่ๆ ทักษะนี้สำคัญมากขึ้น เพราะถ้า AI เริ่มที่จะเรียนรู้งานประจำแล้ว มันก็จะเริ่มคิดได้ในสิ่งที่เป็น machine Learning ถ้าระบบมีการเก็บข้อมูลเข้ามา AI ก็จะสามารถเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้ทันที และเร็วว่าคนอีกต่างหาก แล้วคนเรายังต้องคิดอีกหรือไม่ คำตอบก็คือ ยิ่งต้องคิดให้เหนือกว่า AI แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดมากกว่า คือ คิดในเชิงหาทางออก หาทางที่ไม่เคยมีมาก่อน หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการคิดตรงนี้ ก็จะเน้นไปที่การคิดเพื่อหาวิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อน หรืออาจจะต้องต่อยอดยากสิ่งเดิมที่เคยทำไว้ออกไปอีก โดยเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้คิดอะไรใหม่ๆ ให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ดีไม่ดี อนาคตอาจจะต้องคิดสินค้าใหม่ทุกวันก็เป็นได้ เพราะวันนี้คิดแล้วพรุ่งนี้ก็เก่าแล้ว

 

  • People Skills ต้องมีทักษะในเรื่องของการบริหารจัดการคนอื่นได้ การเข้าใจคนอื่น การบริหารอารมณ์และความรู้สึกของคนอื่น ในช่วงแรกๆ ที่มี AI คงไม่มีใครที่จะไประบาย หรือขอคำปรึกษาปัญหาชีวิตกับ AI สักเท่าไหร่ แต่คนที่มีปัญหา มักจะชอบหาคนอื่นที่เข้าใจเขา มานั่งคุยด้วย และขอคำปรึกษา หรือขอความเห็นใจ และความเข้าใจ ซึ่งในยุคอีก 3 ปีข้างหน้า AI คงจะยังไม่ถึงขั้นที่จะรู้สึกเหมือนกับคนเราอีกคนหนึ่ง (แต่อนาคตอีก 10 อาจจะไม่แน่) ดังนั้นทักษะในการเข้าใจคนอื่น การมี EQ ที่ดี การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ก็ยังคงเป็นอีกทักษะที่จะทำให้เราอยู่รอดและได้เปรียบในการทำงาน

 

  • การวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ดุลยพินิจเพื่อตัดสินใจ นี่ก็เป็นอีกทักษะหนึ่งที่ต้องได้รับการพัฒนา เนื่องจากข้อมูลในการทำงานมันมากขึ้นเรื่อยๆ มาจากหลายแหล่งมากมาย แล้วเราจะเชื่อถือข้อมูลเหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน บางคนก็ทำตัวเป็นแหล่งข้อมูลด้วยตนเองเลยก็มี เพราะด้วย social media นั้น ทุกคนสามารถที่จะแชร์ข้อมูลกันได้หมด และข้อมูลก็หาได้ไม่ยาก ด้วยเหตุนี้ คนเราจึงต้องได้รับการพัฒนาในเรื่องของทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ดุลยพินิจต่อข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามา เพื่อที่จะกลั่นกรองข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้มากที่สุด ไม่ใช่เห็นอะไร ได้ยินอะไร ก็เชื่อทันที ไม่แค่นั้นยังแชร์ไปให้คนอื่นอีก ทั้งๆ ที่เราเองก็ยังไม่รู้เลยว่าข้อมูลที่ได้มานั้น มันใช่ หรือไม่ใช่อย่างไรบ้าง

ส่วนทักษะและความรู้ในทาง Hard Skills นั้น ก็คงต้องเรียนรู้กันต่อไป ตามสายอาชีพของแต่ละท่าน แต่ในทุกสายอาชีพจะต้องมี Soft Skills อย่างน้อย 5 ประการข้างต้น เพื่อทำให้เราได้เติบโตต่อไป

ท่านผู้อ่านเองก็อย่ามัวทำงานเพลินจนลืมพัฒนาตัวเองให้มีทักษะข้างต้นนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: