นิทานสอนใจ พูดไม่เท่าปฏิบัติ

หลายเรื่องในชีวิตเรานั้น เราจำได้ตั้งแต่เด็ก เราถูกสอนมาตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ เวลาถามยังคงจำได้จนทุกวันนี้ แต่ประเด็นก็คือ สิ่งที่เราจำได้นั้น เรานำมาปฏิบัติในชีวิตของเรามากน้อยสักแค่ไหน บางคนพูดได้ดี แต่ไม่เคยนำสิ่งที่พูดไปปฏิบัติเลยก็มี เช่น เรายังจำได้ถึงคำสอนที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เราจำได้แม่น แต่เราทำมันได้สักแค่ไหน เราถูกสอนมาว่า เด็กดีต้องห้ามโกหก แต่พอเราโตขึ้น เรายังจำได้ แต่เราลงมือทำสักแค่ไหน วันนี้ก็เลยนำเอานิทานเซนสอนใจดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มาให้อ่านกันอีกเรื่องหนึ่งครับ

สมัยราชวงศ์ถัง มีอาจารย์เซนท่านหนึ่งที่มีพฤติกรรมที่แปลกมาก ท่านไม่อยู่วัด แต่กลับไปอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ที่ปลูกอยู่บนต้นไม้ เพื่อปฏิบัตธรรมบนนั้น ชาวบ้านแถวนั้นต่างเรียกอาจารย์ท่านนี้ว่า ท่านอาจารย์รังนก ท่านเป็นอาจารย์ที่ถือว่ามีความแตกฉานในเซนอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งมีกวีใหญ่ผู้มีชื่อเสียงในราชสำนักเดินทางมา เพื่อที่จะเรียนรู้ธรรมจากท่านอาจารย์เพิ่มเติม เพราะได้ยินมาว่า ท่านอาจารย์เป็นผู้แตกฉานอย่างมาก

พอมาถึง ก็ตั้งคำถามว่า “ข้าขอถามว่า ความหมายของธรรม คืออะไร”

ท่านอาจารย์ตอบกลับมาว่า “แปดคำ คือ ละเว้นความชั่ว กระทำความดี”

ท่านกวีใหญ่ฟังแล้วก็แสร้างยิ้มเล็กน้อยด้วยสีหน้าผิดหวัง และคิดในใจว่า สิ่งที่ท่านอาจารย์พูดมานั้น มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนก็รู้ๆ กัน และมันธรรมดาจนเกินไป เราเป็นถึงกวีใหญ่ และศึกษาธรรมะชั้นสูงมาแล้ว ไหนใครที่ว่าอาจารย์แตกฉาน นี่มันแค่เรื่องธรรมดาอย่างมาก เขาจึงตอบท่านอาจารย์กลับไปว่า

“สิ่งที่ท่านกล่าวมานั้น เด็กสามขวบก็รู้สิ่งเหล่านี้แล้ว”

ท่านอาจารย์นิ่ง และตอบกลับด้วยความใจเย็นว่า

“แม้นเด็กสามขวบจะรู้ แต่รู้แล้วนำไปปฏิบัติหรือไม่ ผู้ใหญ่หลายคน ก็โตมาจากเด็กสามขวบทั้งนั้น แล้วสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ หรือแค่เพียงพูดท่องจำ เพื่อโอ้อวดว่า ตนก็รู้ธรรมเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นธรรมที่แท้จริง คือ การลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ตนรู้มากกว่าที่จะรู้แล้วเอาไปพูดโอ้อวด”

หลายคนในโลกใบนี้ต่างก็มีวาทศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ แต่คนเหล่านี้เก่งแค่เพียงพูด นำเอาคำพูดคนอื่นมาพูดต่ออีกที แต่ไม่เคยที่จะนำสิ่งที่พูดมาปฏิบัติเลยก็มี ดังนั้น หากไม่มีการปฏิบัติใดๆ ก็จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จปรากฏให้เห็น

แต่การลงมือปฏิบัติจริงนั้น แม้ว่าบางเรื่องอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังได้รู้ว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้เราไม่สำเร็จ จะได้เรียนรู้และปรับวิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ต่อไป ก็ยังมีทางไปสู่ความสำเร็จได้มากกว่า คนที่ไม่เคยคิดจะปฏิบัติอะไรเลย

ท่านอาจารย์จึงเล่าเรื่องราวให้ฟังอีกเรื่องหนึ่งว่า

มีพระสงฆ์สองรูปอาศัยอยู่ทางใต้ของมณฑลเสฉวน รูปหนึ่งมีฐานะยากจนมาก ส่วนอีกรูปหนึ่งนั้นมีฐานะร่ำรวย อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุยากจนพูดกับภิกษุร่ำรวยว่า “ข้าอยากลองไปทะเลจีนใต้”

ภิกษุร่ำรวยกล่าวตอบว่า “ท่านจนขนาดนี้ยังอยากจะไปทะเลจีนใต้ จะไปทำอะไรล่ะ แล้วท่านจะไปอย่างไรเงินก็ไม่มี”

ภิกษุยากจนตอบว่า “เพียงน้ำหนึ่งขวด และข้าวหนึ่งห่อก็เพียงพอแล้ว”

ภิกษุร่ำรวยกล่าวว่า “ข้าคิดมาตลอดว่า อยากจะเช่าเรือล่องลงแม่น้ำไปยังทะเลจีนใต้ คิดมาหลายปีแล้วก็ยังทำไม่ได้สักที ดังนั้นท่านลืมความคิดนี้ไปได้เลย”

หนึ่งปีผ่านไป ภิกษุยากจนกลับมาจากทะเลจีนใต้จากการเดิน และทานบริจาค เมื่อได้ยินสิ่งที่ภิกษุยากจนได้ไปพบเห็นและประสบมาจากทะเลจีนใต้แล้ว ภิกษุร่ำรวยก็รู้สึกละอายใจอย่างมาก

 

อ่านจบแล้วท่านได้ข้อคิดอะไรบ้างครับ รู้อย่างเดียวแต่ไม่ทำ ยังไม่รู้ รู้แล้วลงมือทำ ความสำเร็จนั้นเริ่มต้นที่ใจ และใจก็ไปบังคับตนให้เป็นการกระทำ เพื่อที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้นได้ การที่เรามีความสามารถในการคิด แต่ขาดความสามารถในการลงมือทำ มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะมันจะกลายเป็นแค่เพียง ฝันลมๆ แล้งๆ

นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “คิดได้ดีคือฉลาด วางแผนได้ดีนั้นฉลาดกว่า แต่ทำได้ดีนั้นฉลาดที่สุด”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: