ที่คิดไม่ออก อาจเป็นเพราะไม่ได้ถูกฝึกให้คิดตั้งแต่แรก

เรื่องของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้น ปัจจุบันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะธุรกิจในยุคนี้อยู่รอดกันที่ใครคิดได้เก่งกว่า คิดได้ตรงใจลูกค้ามากกว่า คิดได้สิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่า ฯลฯ ดังนั้น หลายๆ องค์กรต่างพากันพยายามกระตุ้นให้พนักงานต้องคิดสร้างสรรค์การทำงานใหม่ๆ บางองค์กรต้องสร้างระบบที่เรียกว่า Continuous Improvement และย้ำว่าจะต้องมีการปรับปรุงสิ่งใหม่ๆ ทุกๆ ปีเป็นอย่างน้อย

บางองค์กร ผู้บริหารระดับสูงต้องมานั่งกลุ้มใจว่า ทำไมเหล่าบรรดาผู้จัดการ หัวหน้างาน รวมถึงพนักงานของเขา ทำไมไม่รู้จักคิด ทั้งๆ ที่ก็บอกแล้วว่า จากนี้ต่อไป จะต้องทำงานแบบคิดให้มากขึ้น จะต้องปรับปรุงการทำงาน และริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ในการทำงานให้ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า เหล่าบรรดาผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงาน ต่างก็ไม่รู้ว่าจะคิดอะไร คิดอย่างไร เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมถึงคิดกันไม่ค่อยจะออก

อันนี้ผมคิดว่า ต้องย้อนเวลากลับไปตั้งแต่สมัยที่เริ่มต้นมีการบริหารจัดการใหม่ๆ ที่เราเรียกกันว่า การบริหารจัดการสมัยใหม่ ซึ่งในยุคนั้น ก็จะเน้นไปที่เรื่องของ Scientific Management ซึ่งเจ้าของแนวคิดนี้ก็คือ Frederic W. Taylor ซึ่งก็น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีของคนที่เรียนเรื่องของการบริหารจัดการ

ซึ่ง Taylor คนนี้เองที่ได้ริเริ่มวิธีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพว่า งานต่างๆ จะต้องลดขั้นตอน ลดกระบวนการในการทำงาน และต้องศึกษาถึงเรื่องของการเคลื่อนไหวของคนด้วย เพื่อให้ลดระยะเวลาในการทำงานลงให้ได้มากที่สุด ที่เราเรียกกันว่า Time and Motion Study นั่นเอง

และแนวคิดนี้ ก็แพร่หลายมาก ถึงมากที่สุด โรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก นำเอาแนวคิดนี้ไปใช้ในการบริหารจัดการบริษัทของตนเอง เพื่อให้เกิดผลผลิตมากที่สุด โดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด ประหยัดเวลามากที่สุด ทุกอย่างจะต้องทำให้เป็นระบบมาตรฐาน ใครจะมาทำงานนี้ ก็จะทำได้เหมือนกันหมด (ระบบนี้ทำให้คนเป็นเหมือนหุ่นยนต์)

ด้วยระบบบริหารจัดการแบบนี้ ทำให้พนักงานไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะผู้บริหารและผู้ชำนาญงาน คิดให้เสร็จหมดแล้ว วางวิธีการทำงานให้เสร็จแล้วด้วยซ้ำไป พนักงาน หัวหน้างาน ผู้จัดการ ก็ทำหน้าที่เพื่อให้กระบวนการทำงานมันเดินไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ พน้กงานเองก็ทำหน้าที่ผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยใช้เวลาที่สั้นที่สุด

แล้วเราก็บริหารจัดการด้วยระบบการบริหารแบบนี้มาร่วมกว่า 60 ปี เมืองไทยก็รับเอาแนวคิดแบบนี้เข้ามาเช่นกัน ก็เลยทำให้พนักงานทำงานตามขั้นตอนการทำงานไป ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ทำให้ได้ตามที่กำหนด ก็ถือว่าเป็นพนักงานที่มีผลงานดีแล้ว

แล้ววันดีคืนดี ผู้บริหารระดับสูงก็รับเอาแนวความคิดในเรื่องของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แนวคิดของ Agile แนวคิดของ Lean ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ล้วนต้องการคนที่มีอิสระในการคิด มีความคิดริเริ่ม ไม่ได้อยู่ในกรอบการทำงานแบบเดิมๆ การทำงานก็จะเป็นลักษณะที่ปล่อยให้ทำงานมีอิสระในการคิด และการทำงานมากขึ้น ผู้บริหารให้แค่เพียงแนวทาง นโยบาย และเป้าหมายใหญ่เท่านั้น

แต่พอเริ่มต้นใช้ ก็ไปกันไม่ถูกเลย เพราะสาเหตุก็คือ คนเราไม่ได้ถูกสอนให้คิดมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าเริ่มจะให้พนักงานมีอิสระในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยส่วนใหญ่ก็มักจะยังคิดอะไรไม่ออก เพราะเขาทำงานอยู่ในกรอบที่เราบอกเขาว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว นี่คือสิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว แค่เดินตามนี้ก็ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดแล้ว

ก็เลยทำให้พนักงานคิดไม่ออกว่า สิ่งที่ดีกว่านี้ หน้าตาจะเป็นอย่างไร ต้องคิดยังไง มองภาพไม่เห็น

บริษัทคงต้องเริ่มต้นจากการให้ความรู้ใหม่ๆ และทำให้พนักงานเห็นภาพของโลกที่มันเปลี่ยนแปลงไป เห็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในโลกนี้ (พนักงานบางคนยังไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ที่ผลิตสินค้าด้วยซ้ำไป) เมื่อเห็นแล้ว ก็น่าจะเริ่มให้ลองคิดแบบง่ายๆ ดูก่อน

และถ้าพนักงานคิดผิด คิดพลาดไป ก็ต้องไม่ลงโทษ ต้องพร้อมให้เขาคิดใหม่ต่อยอดออกไปอีก ถ้าเราลงโทษ เขาก็จะหยุดคิด มันจะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ หดหายไปได้

ดังนั้นผู้บริหารเองก็ต้องพร้อมที่จะให้พนักงานลองผิดลองถูก ต้องให้เรียนรู้จากความผิดพลาดดูบ้าง จากนั้น กระบวนการในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก็น่าจะดีขึ้นในองค์กรของเรา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: