Agile HR การเปลี่ยนความเชื่อที่มีต่อพนักงาน

ปัจจุบันอะไรๆ ก็รวดเร็วไปหมด ธุรกิจต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดทำให้ระบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่บางคนตามไม่ทัน งานบริหารทรัพยากรบุคคลจึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตามให้ทันด้วยเช่นกัน

การที่ธุรกิจจะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และพัฒนา ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วนั้น แปลว่า ระบบการทำงานก็ต้องเร็ว ลดขั้นตอนการทำงานลง ทำงานทุกอย่างให้กระชับมากขึ้น แต่ได้คุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม และการที่เราจะสามารถทำงานได้รวดเร็วอย่างที่เราต้องการนั้น พนักงานจะต้องมีอิสระในการทำงานมากพอ จะต้องมีอิสระในการคิด และตัดสินใจให้เร็ว เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

ดังนั้นการบริหารงานโดยอาศัยโครงสร้างการตัดสินใจตามลำดับชั้น ก็จะไม่ได้ผลอีกต่อไป การที่ให้ผู้บริหารตัดสินใจ มันก็จะช้าเกินไป กว่าเรื่องจะไปถึงผู้บริหาร ลูกค้าก็เลิกใช้บริการเราไปแล้ว

การบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร จึงต้องเปลี่ยนความเชื่อที่มีต่อพนักงานอย่างสิ้นเชิง

จากเดิมที่มองว่า พนักงานทำงานเหมือนหุ่นยนต์ ทำงานตามขั้นตอน ตามกระบวนการทำงาน ไม่ต้องคิดอะไรมา แค่ทำงานตามกระบวนการให้ดี มันก็จะได้สินค้าที่ดีแล้ว การเชื่อแบบนี้จะใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

เราจะต้องเปลี่ยนความเชื่อและมุมมองต่อพนักงานใหม่ ว่า พนักงานจะต้องมีอิสระในการคิด ทำงาน และตัดสินใจ เพื่อให้ทุกสิ่งรวดเร็ว ดังนั้นก็เลยเกิดแนวคิด AGILE HR ขึ้นมา ในที่นี่ผมขอเอาแนวความคิดจากหนังสือที่ชื่อว่า Agile Human Resources: Creating sustainable future for HR Profession ซึ่งเขียนโดย Kelly Swingler มาถ่ายทอดให้อ่านกันครับ

ผู้เขียนได้ใช้คำว่า AGILE มากำหนดว่า HR ควรจะบริหารพนักงานด้วยความเชื่อที่ว่า

  • A – Able ก็คือ เชื่อว่า พนักงานทุกคนมีความสามารถในการทำงานได้อย่างดี มีความต้องการที่จะสร้างผลลัพธ์ในการทำงานที่ดี และมีความสามารถในการพัฒนาตนเองได้ รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และต่องาน โดยที่ HR ไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งจับผิดการทำงานอีกต่อไปแล้ว

 

  • G- Game Changer ก็คือ เชื่อว่า พนักงานทุกคนจะสามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับงาน และองค์กรได้ ดังนั้น จะต้องบริหารบุคคลโดยเน้นไปที่ให้อิสระพนักงานในการคิด ริเริ่ม เปลี่ยนแปลงการทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดพลาด เพราะความผิดพลาดคือการที่ได้ลงมือทำ และถ้าเราเรียนรู้จากความผิดพลาด มันก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

  • I – Individual ก็คือ ต้องบริหารพนักงานด้วยความเชื่อที่ว่า พนักงานทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความแตกต่างกัน จะสร้างระบบเพื่อบริหารทุกคนแบบเดียวกันอย่างสมัยก่อน ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

  • L – Leader ก็คือ เชื่อว่าว่า พนักงานทุกคนสามารถที่จะนำตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีกฎระเบียบข้อบังคับในการทำงานมาบังคับให้ทำโน่น นี่ นั่น อีกต่อไป นอกจากนำตัวเองแล้ว ยังสามารถนำทีมงาน และนำองค์กรต่อไปได้อีกด้วย

 

  • E – Engaged ก็คือ จะต้องบริหารพนักงาน โดยการให้พนักงานรับทราบถึงวิสัยทัศน์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กร ของการทำงานในหน่วยงานตนเอง และจะต้องรู้ว่างานของตนเองนั้นไปมีส่วนทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างไร จะต้องมีการสื่อสารระหว่าง ผู้บริหาร HR และพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งถ้า HR ขององค์กรใดสามารถที่จะเปลี่ยนความเชื่อในการบริหารคนให้เป็นอย่างที่เขียนไว้ข้างต้น ก็จะทำให้บรรยากาศในการทำงาน ค่านิยมในการทำงาน รวมถึงพฤติกรรมในการทำงานของพนักงานทุกคนในองค์กรเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่รวดเร็ว เป็นอิสระ และมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

วันนี้องค์กรของคุณ เชื่อในอย่างที่ว่ามาแล้วหรือยัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: