นิทานสอนใจ สามปากลือลั่นกลายเป็นเสือร้าย

ปัจจุบันนี้ เราทุกคนต่างเสพข่าวคราวต่างๆ ผ่านทาง โซเชียลมีเดีย มีการแชร์เรื่องราวต่างๆ นานา มากมาย ท่านผู้อ่านเองเวลาได้รับข่าวสารที่ผ่านมาแชร์ต่อๆ กันมาแล้ว ท่านเชื่อสิ่งเหล่านั้นมากน้อยสักแค่ไหนครับ ถ้าพบว่ามีหลายคนช่วยกันแชร์ จะแปลว่า ข่าวนั้นน่าเชื่อถือมากกว่า การที่คนแชร์กันน้อยๆ หรือไม่ครับ

วันนี้ก็เลยเอานิทานจีนสอนใจมาให้อ่านกันครับ เป็นเรื่องราวที่นำมาจาก Blog nabhasan ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการการแพร่กระจายของข่าวสารต่างๆ และความเชื่อของคนที่ได้รับข่าวสาร ลองอ่านดูนะครับ

คำโกหกหรือคำเล่าลือถ้าหากถูกนำไปแพร่กระจายซ้ำๆกันหลายครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ ชาวบ้านทั่วๆ ไปก็อาจจะเข้าใจเรื่องที่ไม่ดำรงอยู่หรือไม่เป็นความจริง  คิดว่าเป็นเรื่องที่มีอยู่และเป็นความจริงไป  ในวัฒนธรรมจีน  มีนิทานเรื่องหนึ่งชื่อ “สามปากลือลั่นกลายเป็นเสือ” ก็ได้เล่าถึงเรื่องเช่นนี้

ในสมัยจั้นกว๋อของจีนเมื่อศตวรรษที่ ๕ ก่อนคริสต์ศักราช  มีรัฐเล็กๆดำรงอยู่ด้วยกันหลายรัฐ  ระหว่างรัฐเหล่านี้มักทำสงครามอยู่เสมออันสืบเนื่องจากมีข้อพิพาทเรื่องดินแดน  สังคมมีความปั่นป่วนต่อเนื่องกันมา  ด้วยเหตุนี้เอง  นักประวัติศาสตร์รุ่นหลังจึงขนานประวัติศาสตร์ช่วงนี้ว่าสมัยจั้นกว๋อ หรือ สมัยรณรัฐ

ในเวลานั้น  รัฐเว่ยกับรัฐจ้าวมีพรมแดนใกล้เคียงกัน  ได้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกัน  เพื่อให้การเป็นพันธมิตรมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น  ต่างจึงมีข้อตกลงแลกตัวประกันกัน  ดังนั้น  เว่ยอ๋องจึงทรงส่งพระราชบุตรไปเป็นตัวประกันที่เมืองหานตันเมืองหลวงของรัฐจ้าว  และเพื่อความปลอดภัยของพระราชบุตร  เว่ยอ๋องทรงตกลงให้ผังชงขุนนางผู้ใหญ่ตามเสด็จพระราชบุตรไปรัฐจ้าวด้วย.

ผังชงเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถของรัฐเว่ย  ในราชสำนักมีขุนนางไม่น้อยตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา  ดังนั้น  ผังชงจึงวิตกว่าเมื่อตนเดินทางจากเว่ยอ๋องไปแล้ว  จะมีคนฉวยโอกาสใส่ร้ายเขา  ก่อนออกเดินทางเขาจึงทูลถามเว่ยอ๋องว่า”ฝ่าบาท  หากมีคนผู้หนึ่งมาทูลว่า ที่ถนนมีเสือตัวหนึ่ง  พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่?”

เว่ยอ๋องทรงตอบว่า “เราไม่เชื่อ  เสือจะวิ่งมาที่ถนนได้อย่างไร?”

ผังชงทูลถามต่ออีกว่า “หากมีคนสองคนมาทูลว่า  ที่ถนนมีเสือตัวหนึ่ง  พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่?”

เว่ยอ๋องทรงตอบว่า “ถ้ามีคนสองคนต่างพูดเช่นนี้  เราชักจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง”

ผังชงถามอีกว่า “หากมีคนสามคนทูลว่า  ที่ถนนมีเสือตัวหนึ่งพระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่?”

เว่ยอ๋องทรงตอบอย่างลังเลอยู่บ้างว่า “ถ้าทุกคนต่างพูดเช่นนี้  เราก็ได้แต่เชื่อแล้ว”

ผังชงได้ยินเว่ยอ๋องทรงตอบเช่นนี้  ยิ่งมีความวิตกกังวล  เขาถอนใจกล่าวว่า “ฝ่าบาท  ลองทรงคิดดู  ไม่ว่าใครย่อมรู้ดีว่าเสือจะไม่วิ่งมาที่ถนน  แต่เมื่อมีสามคนมากราบทูลว่ามี  เรื่องที่ถนนใหญ่มีเสือก็กลายเป็นความจริงไป  ระยะทางจากเมืองหานตันถึงเมืองต้าเหลียงนครหลวงของรัฐเว่ยนั้น  ย่อมไกลกว่าระยะทางจากพระราชวังถึงถนนใหญ่มากมายนัก  และผู้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ข้าพระองค์ลับหลังนั้นย่อมมิใช่มีเพียงสามคนเท่านั้น”

เว่ยอ๋องทรงเข้าพระทัยในความหมายของผังชง  ทรงพยักพระพักตรตรัสว่า “ความในใจของท่าน  เรารู้แล้ว  ท่านจงวางใจเดินทางเถิด”

ผังชงตามเสด็จพระราชบุตรเว่ยอ๋องไปถึงเมืองหานตัน.

ภายหลังที่ผังชงออกเดินทางไม่นาน  ก็มีคนหลายคนทูลใส่ไคล้หาความผังชงต่อเว่ยอ๋องจริงๆ  เริ่มแรก  เว่ยอ่องยังทรงแก้ต่างให้ผังชง  ตรัสว่าเขาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่มีความสามารถและมีความซื่อสัตย์จงรักภักดี    แต่เป็นคราวเคราะห์เมื่อศัตรูทางการเมืองของผังชงทูลใส่ไคล้หาความผังชงต่อเว่ยอ๋องครั้งแล้วครั้งเล่า  เว่ยอ๋องก็ทรงเชื่อคำกราบทูลของผู้คนเหล่านั้นจริงๆ  ต่อมาภายหลัง  หลังจากผังชงเดินทางจากรัฐจ้าวกลับรัฐเว่ยแล้ว  เว่ยอ๋องไม่เคยให้ผังชงเข้าเฝ้าอีกเลย

ยังมีนิทานอีกเรื่องหนึ่งที่คล้ายๆกับเรื่องนี้  เรื่องมีอยู่ว่า  เจิงชานนักวิชาการที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในสมัยจั้นกว๋อ  เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีคุณธรรมสูงส่ง  เจิงชานออกไปธุระนอกบ้านยังไม่กลับ  บังเอิญมีคนผู้หนึ่งที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกับเขาไปฆ่าคนตายแล้วโดนจับ  เพื่อนบ้านของเจิงชานเมื่อทราบข่าวก็รีบนำไปแจ้งต่อแม่ของเจิงชานว่า “ลูกของท่านฆ่าคนตายโดนจับแล้ว”

แม่ของเจิงชานนั้นเข้าใจลูกชายของตนดียิ่ง  มั่นใจว่าเจิงชานไม่อาจฆ่าคน  จึงยังคงนั่งทอผ้าของตนต่อไป  อีกสักครู่  มีอีกคนหนึ่งก็มากล่าวต่อแม่ของเจิงชานว่า “ลูกของท่านฆ่าคนตาย”  แม่ของเจิงชานเริ่มเกิดความสงสัยอยู่บ้าง  แต่ยังคงไม่เชื่อว่าลูกชายของตนจะฆ่าคน    ต่อมาอีกสักครู่มีคนที่สามมากล่าวต่อแม่ของเจิงชานอีกว่า “ลูกของท่านฆ่าคนตาย”  ตอนนี้แม่ของเจิงชานเกิดหวั่นไหวสุดขีด  นางกลัวจนทิ้งงานในมือแล้วรีบหนีไป

ท่านผู้อ่านล่ะครับ ถ้าเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ท่านจะเชื่อที่คนหลายๆ คนพูดมาหรือไม่ นิทานเรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้เราคิดไตร่ตรองในข่าวสาร และเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาหาเรา ได้ดียิ่งขึ้น ผมคิดว่า หลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าที่ทรงสอนไว้นั้น เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนใจเราได้อย่างดีครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: