เลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าเมื่อยังไม่พร้อม จะเกิดผลเสียอะไรขึ้นบ้าง

่หรือช่วงนี้เป็นช่วงของการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของพนักงานหรือเปล่า จึงมีคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งพนักงานมาหลายกรณีมาก เช่น เราควรจะเลื่อนตำแหน่งโดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ เราควรต้องมีการกำหนดการทดลองงานหลังจากที่เลื่อนตำแหน่งไปแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านทดลองงานแล้วจะทำอย่างไร หรือ คำถามว่า พนักงานทำงานครบ 5 ปีแล้ว เราควรจะเลื่อนตำแหน่งให้เขาใช่หรือไม่ ฯลฯ คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งเหมือนกันก็คือ เราขาดการ เตรียมความพร้อมให้กับพนักงานก่อนที่เขาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งนั่นเอง

ที่ผมพยายามเน้นเรื่องของการเตรียมความพร้อมก็เพราะ มีหลายองค์กรมากที่นึกจะเลื่อนตำแหน่งใครก็เลื่อนเลย โดยไม่พิจารณาว่าพนักงานพร้อมหรือไม่ เลื่อนตำแหน่งไปแล้ว เขาจะสามารถทำงานที่ยากขึ้นได้หรือไม่ อาจเป็นเพราะหลายองค์กรเลื่อนตำแหน่งง่ายๆ ก็เพราะ งานเหมือนเดิมนั่นแหละ มีแค่ชื่อตำแหน่งที่เปลี่ยนไป และเงินเดือนที่ขยับขึ้น แต่องค์กรไม่ได้มูลค่าเพิ่มอะไรเลย

เคยได้ยินประโยคเหล่านี้บ้างหรือไม่ครับ

  • ในธุรกิจเลี้ยงสัตว์ “หัวหน้าคนใหม่คนนี้ คุยกะหมูรู้เรื่องหมดเลย แต่กับพวกเรากับคุยไม่รู้เรื่องเลยทั้งๆ ที่เป็นคนเหมือนกัน”
  • ในโรงงาน “ผู้จัดการคนนี้ดูจะเข้าใจเครื่องจักรทุกเครื่องดีจัง แต่กับลูกน้องอย่างเราทำไมถึงไม่เข้าใจกันสักที”
  • ในบริษัทคอมพิวเตอร์ “หัวหน้าทีมคนใหม่นี่นั่งมองคอมพิวเตอร์แล้วยิ้มให้ตลอด แต่กับพวกเราแกไม่เคยยิ้มให้เลยสักครั้ง”
  • ในธุรกิจ “ผู้เชี่ยวชาญคนใหม่นี่ได้ข่าวว่าเก่งมากนะ แต่ทำไมไม่เห็นเคยที่จะมาสอนงาน หรือให้คำแนะนำพวกเราบ้างเลย วันๆ เอาแต่นั่งทำงานคนเดียว ใครไปคุยด้วย หรือเอาปัญหาไปขอคำปรึกษาก็โดนด่าออกมาทุกคน”
  • ฯลฯ

ตัวอย่างข้างต้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจต่างๆ ที่ทำการเลื่อนตำแหน่งให้กับพนักงาน โดยที่เราไม่ได้เตรียมความพร้อมของเขาก่อน โดยเฉพาะตำแหน่งที่เป็นระดับหัวหน้างาน ซึ่งต้องดูแลทั้งงาน และคน เราลองมาดูผลเสียที่เกิดขึ้นกับการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานโดยที่เขายังไม่พร้อม ว่ามีอะไรบ้าง

 

  • เก่งงานเทคนิคแต่ไม่เก่งเรื่องคน จากตัวอย่างข้างต้น ก็คือผลเสียแรกที่เกิดขึ้น ในการเลื่อนพนักงานขึ้นมาเป็นหัวหน้า จากที่เดิมเคยเป็นพนักงานมือดี มีฝีมือในการทำงานมากๆ แต่เนื่องจากทำงานคนเดียว ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร สามารถทำงานได้ตามที่นายสั่ง แต่พอขึ้นมาเป็นหัวหน้า มีลูกน้องที่ต้องดูแล โดยที่ไม่ได้มีการเตรียมเรื่องทักษะการบังคับบัญชา ก็เลยเป็นผลทำให้ไม่สามารถที่จะดูแลลูกน้องของตนเองได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงจูงใจ การสร้างทีมงาน

 

  • งานเดิมเสีย งานใหม่ไม่เดิน ผลเสียอีกประการหนึ่งก็คือ พนักงานมือดีที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เป็นหัวหน้า โดยไม่พร้อมนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ งานเดิมที่ทำอยู่ก็เริ่มเสีย เพราะกลายเป็นลูกน้องเป็นคนทำ และลูกน้องเองก็ไม่ได้เก่งเท่า อีกทั้งหัวหน้าก็ไม่เคยสอนงานใครมาก่อน สุดท้ายงานนั้นก็ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ นอกจากนี้ งานใหม่ในฐานะที่เป็นหัวหน้า ก็ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะต้องวางแผนอย่างไร ควบคุมงานอย่างไร อีกทั้งเวลาลูกน้องมีปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะต้องช่วยแก้ไขอย่างไร

 

  • หัวหน้าเหนื่อยขึ้น แต่ลูกน้องสบาย ผลเสียอีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าไม่ได้เตรียมความพร้อมเรื่องการสอนงาน เวลาที่ลูกน้องมีปัญหาในการทำงาน และเข้ามาปรึกษา หัวหน้ามือใหม่ก็จะรับเอามาแก้ให้ และทำเองกะมือ เพราะเคยทำงานเหล่านี้มาก่อนอยู่แล้ว ก็ง่ายสำหรับเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สักพัก ปัญหาในงานของลูกน้องก็จะมาอยู่ในมือของหัวหน้าทุกอย่าง เพราะหัวหน้าเก็บไว้ทำเองหมด ไม่มีการสอนงานลูกน้อง สุดท้ายหัวหน้าก็จะงานล้นมือ งานตัวเองก็ไม่ได้ทำ งานลูกน้องที่ต้องแก้ก็ไม่เสร็จ งานโครงการเพื่อพัฒนาต่อยอด ก็ไม่ได้ริเริ่มทำอะไรเลย

 

  • แรงจูงใจของทีมงานหดหาย การดูแลพนักงานในทีมงานไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่เคยเป็นหัวหน้างานมาก่อน การที่จะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน จากคนที่ทำงานเดี่ยวๆ มาเป็นคนที่ต้องสร้างผลงานโดยอาศัยพนักงานคนอื่นทำงานให้ ซึ่งต้องใช้ทักษะในการบริหารคนหลายอย่าง อาทิ การสื่อความ การสร้างแรงจูงใจ การสร้างทีมงาน การสอนงาน การให้คำปรึกษาหารือ ฯลฯ หรือที่เราเรียกรวมๆ ว่า Soft Skills คนที่ขาดเรื่องนี้ จะเกิดความระส่ำระส่ายในทีมงาน พนักงานขาดแรงจูงใจ และไม่อยากที่จะพูดคุยกับหัวหน้า เพราะคุยทีไรได้เรื่องทุกที แทนที่จะได้งาน กลับกลายเป็นงานไม่เดิน เพราะพนักงานไม่มีพลังในการทำงาน

 

เมื่อทราบแบบนี้แล้ว ก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งให้ใครก็ตาม สิ่งที่ผู้จัดการจะต้องทำก็คือ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้ากัน 1-2 ปี โดยอาจจะกำหนดและวางแผนการพัฒนาพนักงานให้เป็นเรื่องเป็นราวที่ชัดเจน เช่นพนักงานในระดับเจ้าหน้าที่ที่มีความอาวุโสหน่อย ก็อาจจะเริ่มต้นให้ไปเรียนรู้เรื่องของการบริหารจัดการงาน จัดการคน การบริหารคน และทักษะทางด้าน Soft Skills ต่างๆ ให้มากขึ้น

นอกจากการอบรมแล้ว สิ่งที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องก็คือ การมอบหมายงานให้กลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพในการเลื่อนตำแหน่งเหล่านี้ ได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคนอื่นๆ มากขึ้น อาจจะแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าโครงการอะไรสักอย่าง และให้มีลูกทีมที่เขาจะต้องบริหารจัดการ แล้วตัวผู้บังคับบัญชาก็ใช้การสังเกตการทำงานของพนักงานว่าเป็นอย่างไร ถ้ามีอะไรไม่ดี ก็สอนงาน และให้คำปรึกษา เพื่อให้เขาพร้อมก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งให้

มิฉะนั้นอาจจะพบกับกรณีปัญหาข้างต้น แรงขึ้นอีกหน่อยก็คือ เราจะเสียพนักงานมือดีไป และได้หัวหน้ามือแย่ๆ มา และพอทำงานไปสักพัก เริ่มรู้ตัวว่าเป็นหัวหน้าไม่ได้ เราก็จะเสียพนักงานคนนี้ไปเลยตลอดกาล

ในทางตรงกันข้าม ถ้าพนักงานคนนี้ยังทำงานต่อโดยขาดทักษะในการเป็นหัวหน้าที่ดี เราก็จะเสียพนักงานในทีมงานไปเรื่อยๆ เพราะหัวหน้าที่ไม่พร้อมนี่แหละครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: