ปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีมาตรการในการบริหารจัดการ

เมื่อวานนี้ได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพจิตของพนักงาน ก็มีท่านผู้อ่าน Feedback เข้ามามากพอสมควร มีทั้งเห็นด้วย และเขียนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับของบริษัทตนเอง และก็มีทั้งที่ยังสงสัยว่า มันจะเกิดขึ้นในองค์กรของเราได้จริงๆ หรือ ท่านผู้อ่านคิดว่า มันเกิดขึ้นได้จริงๆ หรือไม่ครับ

ในความเห็นผม ผมตอบอย่างมั่นใจเลยว่า มันเกิดขึ้นได้แน่นอนครับ ถ้าเราไม่มีมาตรการในการควบคุมดูแล และป้องกัน

ในกรณีการป้องกันนั้น คงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนในการสรรหาคัดเลือกเลยครับ โดยเฉพาะในการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงาน ก็อาจจะต้องมีการทดสอบในเรื่องของสุขภาพจิตเพิ่มเติมจากเดิม ที่มีแต่การตรวจร่างกายภายนอกเท่านั้น เพราะถ้าเราไม่มีการตรวจเรื่องของสุขภาพจิต ก็อาจจะทำให้เรารับคนที่มีแนวโน้มจะมีปัญหาเข้ามาทำงานได้

แต่ผมเชื่อว่า มันไม่มีระบบการคัดเลือก หรือระบบการตรวจที่แม่นยำ 100% แน่นอน ดังนั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า มีบางคนเข้ามาทำงานในองค์กรเราแล้วก็เป็นได้

อีกส่วนหนึ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุหลักมากที่สุดที่ทำให้พนักงานเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ก็คือ เกิดจากระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรเราเอง เช่นอะไรบ้าง ลองมาดูตัวอย่างสาเหตุกันครับ

  • พนักงานที่ทำงานหนัก ทำงานต่อเนื่องแบบไม่หยุด ไม่พัก
  • ทำงานกับผู้นำที่มีความคาดหวังที่สูงเกินจริงอย่างมากๆ
  • ทำงานภายใต้แรงกดดัน ทั้งที่มาจากนาย จากเพื่อนร่วมงาน จากคู่แข่ง และจากลูกค้า กดดันมารอบทิศเป็นเวลานานๆ
  • มีงานเยอะ และไม่สามารถที่จะบริหารจัดการกับความเยอะของงานได้
  • มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมากๆ กับนาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ผู้บริหาร ฯลฯ
  • ขาดความใส่ใจ และการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ในระดับที่เรียกว่า ไม่ใส่ใจเลย
  • การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดี ทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของพนักงาน
  • การทำงานคนเดียวนานเกินไป ไม่เจอใคร ไม่มีเพื่อนร่วมงาน
  • นายโหด ไม่มีเหตุผล กดดันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำไม่ได้ก็ด่าแหลก กดดันไปจนถึงครอบครัวพนักงาน
  • ฯลฯ

พอเห็นภาพของสาเหตุที่อาจจะทำให้พนักงานเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพจิตบ้างมั้ยครับ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ข้างต้น ต้องมีเกิดขึ้นอยู่บ้างในองค์กรของท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย แต่ก็ขอให้เกิดน้อยๆ จะดีกว่านะครับ เพราะถ้าเกิดมากๆ เข้า ก็จะทำให้พนักงานเกิดความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ

เคยเจอมาว่า พนักงานเครียดมากจนสติขาดผึง จากนั้นก็กลายเป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง และเป็นคนที่หวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา บางกรณี เป็นพนักงานผู้หญิงที่มีความอ่อนไหวในความรู้สึกมากๆ เจอกับนายโหดมากๆ ด่าไม่ยั้ง จนพนักงานตกใจ และอยู่ในภาวะของความกลัวไปเลย และไม่สามารถทำงานได้อีก

ในบางกรณี นายเองที่มีปัญหาทางจิต แต่ไม่รู้ตัว สุดท้าย ก็เป็นสาเหตุให้พนักงานมีปัญหาทางจิตตามมาอีกเช่นกัน

ปัญหาที่เอ่ยมาทั้งหมดนั้น มันสร้างผลกระทบต่อการทำงานอย่างมาก ทำให้ผลงานของพนักงานแย่ลง ทีมงานแย่ลง และผลงานขององค์กรก็อาจจะแย่ลงไปด้วย ตรงนี้ยังไม่เท่าไหร่ เพราะธุรกิจเองก็มักจะหาคนเข้ามาทดแทนได้เสมอ

แต่สิ่งที่ควรจะให้ความสำคัญก็คือ มาตรการและแนวทางในการบริหารจัดการกับพนักงานที่เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น จะต้องทำอย่างไร อะไรคือความลับ อะไรควรบอก อะไรไม่ควรบอก ถ้าไปพบแพทย์ ก็ต้องเก็บเป็นความลับอย่างมาก และที่สำคัญก็คือ ฝ่ายบุคคลที่รับผิดชอบมักจะทราบว่าพนักงานคนไหนเป็นอย่างไรมีปัญหาอะไร ดังนั้นฝ่ายบุคคลเองจะต้องเป็นผู้นำที่จะทำให้การกลับมาทำงานของพนักงานคนนั้นๆ เกิดความราบรื่นมากที่สุด สร้างสังคมที่มีการยอมรับกัน มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้พนักงานที่มีปัญหาสามารถหายขาด และกลับเข้าสู่สังคมการทำงานได้อย่างปกติสุข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: