ธุรกิจจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ล้วนอยู่ที่คน

 

คำพูดที่ว่า “ความสำเร็จของธุรกิจนั้น สุดท้ายแล้วล้วนอยู่ที่คน” ผมไม่ได้เป็นคนพูดประโยคนี้คนแรก และผมก็เชื่อว่า ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านคงน่าจะเคยได้ยินประโยคนี้ หรือประโยคแนวๆ นี้กันมาบ้าง คำถามก็คือ ท่านเชื่อประโยคนี้มากน้อยสักแค่ไหน

จากประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาประมาณ 25 ปี ได้เห็นบริษัท ห้างร้าน องค์กรต่างๆ ที่เกิดขึ้น เติบโต และล้มหายตายจากไป ก็หลายแห่ง แต่เท่าที่ได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในบ้านเรา ต่างก็พูดไม่แตกต่างกันเลยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ช้าหรือเร็ว มากหรือน้อย นั้น สุดท้ายแล้วมันก็มาจากพนักงานของเราทั้งนั้น

การที่องค์กรจะมียอดขายสูงสุด มีกำไรมากที่สุด หรือสามารถคิดค้นสินค้าใหม่ๆ หรือแนวทางในการทำงานใหม่ๆ ได้นั้น ล้วนอยู่ที่พนักงานทั้งสิ้น ถ้าเราได้พนักงานที่มีความเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีพลังในการทำงานอย่างเต็มเปี่ยม องค์กรเราก็จะสามารถไปสู่เป้าหมายได้ไม่ยาก แต่จริงๆ แล้วแค่นั้นไม่พอ องค์กรเองก็ต้องมีวิธีการบริหารจัดการ และวิธีการดูแลพนักงานในแบบที่ดีด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกอยากทำงานที่นี่ อยากสร้างผลงานให้กับที่นี่ ต่อไป

ผู้บริหารของหลายองค์กร คิดในมุมเดียว ก็คือ อยากได้คนดี คนเก่ง คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน แต่ไม่ได้มองว่า แล้วองค์กรของเราจะแนวทางในการดูแล บำรุงรักษาพนักงานกลุ่มนี้อย่างไร ได้คนดี คนเก่งเข้ามาแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรให้เขาสร้างผลงานที่ดีให้กับเราได้ นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องถามตัวเอง และต้องหาคำตอบที่เหมาะสมกับองค์กรของเราให้ได้

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง “ริเน็น” ซึ่งเขียนโดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ท่านได้เขียนแนวทางในการบริหารธุรกิจขององค์กรญี่ปุ่นที่สามารถบริหารธุรกิจ และทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน บางองค์กรมีอายุเกินกว่า 100 ปีแล้วด้วยซ้ำ ว่าอะไรที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ อยู่ยงคงกระพันมาได้อย่างยาวนานขนาดนี้

คำตอบหลักที่สำคัญที่สุดก็คือ “คน” หรือ “พนักงานในองค์กร” นั่นเอง ท่านได้เขียนสรุปได้อย่างชัดเจนไว้ว่า “สิ่งที่ดูเหมือนจะมีความสำคัญในการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเก็บข้อมูลผู้บริโภค หรือการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากพนักงานทั้งสิ้น แม้บริษัทจะเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เหมือนกัน แต่หากพนักงานไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน ผลงานก็ย่อมออกมาไม่ดี ผู้บริหารองค์กรที่มีความยั่งยืนเหล่านี้ต่างกล่าวเหมือนกันว่า หากพนักงานมีความสุข ลูกค้าก็จะมีความสุขไปด้วย” (จากหนังสือชื่อ “ริเน็น” หน้า 190 เขียนโดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ)

และในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างองค์กรที่มีอายุยืนนาน รวมถึงองค์กรสมัยใหม่ แต่ประสบความสำเร็จอย่างสูงว่า องค์กรเหล่านี้ ต่างให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับแรก พนักงานทุกคนจะได้รับการถ่ายทอด ซึมซับรากฐาน และแก่นแท้ในการทำงาน ในการดูแลลูกค้า ในการมอบความสุขให้กับลูกค้า โดยผู้บริหารระดับสูง ซึ่งก็รวมถึงเจ้าของธุรกิจ จะทำหน้าที่ในการถ่ายทอด และเล่าให้พนักงานทุกคนได้รับทราบเกี่ยวกับว่า ธุรกิจของเราเกิดขึ้นมาทำไม ลูกค้าจะต้องได้รับสินค้าและบริการแบบไหนจากเราไป

และธุรกิจเหล่านี้ก็จะใช้รากฐานและแก่นแท้ตรงนี้ เป็นพื้นฐานในการรับพนักงานเข้าทำงานด้วย พนักงานคนไหนที่มีแก่นแท้ของตัวเองไปในทางเดียวกันแก่นแท้ของธุรกิจ ก็จะทำงานได้อย่างมีความสุข

นอกจากนั้น ธุรกิจเหล่านี้ยังดูแลพนักงานของตนเองอย่างดี มีแนวทางในการบริหารจัดการพนักงานของตนเองตามแนวทางของวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เช่น บางองค์กรก็บอกเลยว่า จะดูแลพนักงานเหมือนคนในครอบครัว และพนักงานจะต้องมาก่อนลูกค้าเสมอ บางองค์กรก็ใช้แนวทางว่า การที่พนักงานมาทำงานที่นี่ จะเหมือนกับว่าเป็นคนที่มีคุณค่า จะได้รับคำชมจากผู้บริหาร จะได้รับโอกาสในการที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับคนอื่น องค์กรญี่ปุ่นจะเน้นไปที่ว่า ถ้าลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่ดีมากๆ เขาก็จะมีความสุข และองค์กรเหล่านี้ ก็จะพยายามถ่ายทอดความสุขของลูกค้าที่ได้รับนั้น ให้กับพนักงานในองค์กร เพื่อทำให้พนักงานรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุข

อย่างเช่นที่ มูจิ มีการกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จทางด้านพนักงานไว้ด้วย โดยการใช้คำถามง่ายๆ ถามผู้จัดการ เช่น พนักงานยังมีความสุขในการทำงานที่นี่อยู่ไหม หรือ พนักงานยังรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในการทำงานที่นี่อยู่หรือเปล่า เป็นต้น คำตอบไม่ได้อยากได้เป็นตัวเลข แต่เป็นคำถามที่ CEO มักจะให้เหล่าบรรดาผู้จัดการตระหนักถึงความรู้สึกของพนักงานในการทำงาน เพราะถ้าพนักงานรู้สึกดี มีความสุข เขาก็จะส่งความสุขที่เขามีให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่

จริงๆ หนังสือเล่มนี้ยังกล่าวถือแง่มุมอื่นๆ อีกเช่นกัน แต่เนื่องจากบทความนี้จะเน้นไปที่การบริหารคน ก็เลยหยิบประเด็นเรื่องของคนเข้ามาให้อ่านกันครับ

แต่สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม และไม่ว่าจะคิดไปถึงไหนยังไงก็ตาม มันก็มาจบที่เรื่องของ “คน” จริงๆ

วันนี้พนักงานของท่านทำงานอย่างมีความสุขมั้ยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: