ฝุ่น PM 2.5 กับเรื่องราวของตัวชี้วัดผลงาน

ช่วงนี้มีแต่เรื่องราวของฝุ่นในกทม. ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงกันแทบทุกวัน ทุกคนเริ่มที่จะมีการเช็คค่าฝุ่นในแต่ละวันว่าเป็นเท่าไหร่ และคอยลุ้นว่าวันไหนมันจะลดลงบ้าง ซึ่งพอเห็นแบบนี้ ก็เลยอดนึกถึงเรื่องราวของ KPI หรือตัวชี้วัดผลงานไม่ได้ เพราะนี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการผลงาน โดยอาศัยตัวชี้วัดผลงานที่วัดได้อย่างชัดเจน

เราเรียนรู้เรื่องตัวชี้วัดผลงานในเรื่องอะไรจากสถานการณ์ฝุ่นกทม. ครั้งนี้บ้าง

  • การที่เราจะวัดผลงานได้เราต้องมีค่าเป้าหมาย หรือค่ามาตรฐาน อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องกำหนดให้ชัดเจน เพื่อที่จะใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และค่าเป้าหมายก็ควรจะต้องเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปด้วย ไม่ใช่เป็นค่าของใครคนใดคนหนึ่งว่าดี หรือไม่ดี และค่าเป้าหมายตัวนี้ก็จะสามารถบอกเราได้ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีดีหรือไม่ดี เมื่อเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนด

 

  • ต้องมีมาตรการไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วย เมื่อเรารู้เป้าหมายแล้ว มันไม่จบแค่นั้น เราจะต้องมีการวางแผน วางมาตรการเพื่อไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ ไม่ใช่มีแต่เป้าหมาย แต่ไม่มีมาตรการอะไรออกมา หรือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือยถากรรม แล้วหวังว่าวันหนึ่งผลลัพธ์มันจะได้ตามเป้าหมาย เวลาที่ทำงานกันในองค์กรจริงๆ ก็เช่นกัน เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายแล้ว ก็ต้องมีการวางแผน และกำหนดแนวทาง มาตรการ และเครื่องมือ รวมถึงงบประมาณ เพื่อทำให้งานได้ตามเป้าหมายจริงๆ โดยที่จะต้องผ่านการบริหารจัดการของหน่วยงานและพนักงานที่เกี่ยวข้อง

 

  • ต้องมีการ Feedback ผลลัพธ์อยู่เสมอ เมื่อมีมาตรการออกมาในทางปฏิบัติ ก็ต้องลงมือปฏิบัติจริงตามแผนงานให้ได้ และที่สำคัญก็คือ จะต้องมีการ Feedback ผลลัพธ์ที่ออกมาอยู่เสมอว่า ด้วยมาตรการอะไรที่ทำให้แนวโน้มของงานออกมาได้ตามเป้าหมาย มาตรการและวิธีการใดที่ไม่ได้ จะได้มีการปรับปรุงวิธีการทำงานให้มันดีขึ้น เพื่อที่จะได้ให้งานบรรลุเป้าหมายได้นั่นเอง

 

  • การที่จะได้เป้าหมายใหญ่ ต้องทำเป้าหมายย่อยๆ ให้สำเร็จ และในการที่เราจะทำให้เป้าหมายใหญ่สำเร็จได้นั้น เราจะต้องทำเป้าหมายย่อยๆ ให้สำเร็จได้เช่นกัน ตัวอย่างก็คือ การที่ค่าฝุ่นของทั้ง กทม. จะลดลงได้ตามค่ามาตรฐาน ก็ต้องทำให้ค่าฝุ่นในแต่ละพื้นที่ลดลงให้ได้ตามมาตรฐานก่อน ทั้ง กทม.ถึงจะได้ตามเป้าหมาย การทำ KPI ขององค์กรให้สำเร็จก็เป็นไปตามแนวทางเดียวกัน ก็คือ ต้องสร้างจาก KPI ย่อยๆของแต่ละหน่วยงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย และเมื่อนำมาประกอบกัน ก็จะทำให้องค์กรสำเร็จตามเป้าหมายได้ด้วยเช่นกัน การที่มีบางพื้นที่ที่เป็นสีเขียว ไม่ได้แปลว่า ทั้งกทม. จะได้ตามเป้าหมาย แปลว่า ยังไม่ใช่ความสำเร็จ ถ้าพื้นที่ใดมีวิธีทำให้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย ก็ต้องมีการแชร์วิธีการเหล่านั้นให้กับพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อที่จะนำเอาแนวทางที่ถูกต้องไปใช้ ทั้งหมดจึงจะบรรลุเป้าหมายเดียวกันได้

 

  • ผลลัพธ์ที่วัดได้ อาจจะค้านกับความเป็นจริง อันนี้เป็นข้อจำกัดของการใช้ตัวชี้วัดผลงาน เช่น ถ้าอยากให้ผลงานออกมาดูดี ก็สามารถทำให้เป็นสีเขียวได้ โดยการไปดำเนินการหน้าเครื่องวัดค่าฝุ่นอย่างเดียวเพื่อให้ค่ามัดลดลง แล้วมาบอกว่าผลออกมาดี แต่ถ้าทำแบบนี้มันก็จะค้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่คนอื่น หรือเราเองไม่เห็นว่าสภาพมันจะดีขึ้นตรงไหน ในการใช้ KPI ก็เช่นกัน ถ้าเราไม่บริหารจัดการให้ดี ผู้บริหารก็อาจจะถูกหลอกโดยพนักงานบางคนที่ตั้งใจทำงานในแบบที่ผิดๆ เพื่อให้ผลจากตัววัดมันออกมาดูดี แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดีขึ้นจริงๆ ซึ่งในบางครั้ง ก็ต้องอาศัยการประเมินจากคนอื่น และการตรวจสอบจากองค์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

 

  • เมื่อได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการแล้ว ต้องไม่ลืมสร้างให้เป็นมาตรฐานใหม่ กล่าวคือ เมื่อเราสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการแล้วก็ต้องรักษาเป้าหมายนี้ไว้ ไม่ให้มันมีปัญหาอีก โดยการกำหนดและสร้างมาตรฐานในการบริหารจัดการใหม่ และต้องมีหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลในเรื่องราวเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำของเดิม แล้วมันจะวนไปแบบไม่รู้จบอีก

นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า เราน่าจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของการใช้ตัวชี้วัดผลงานให้เกิดผลสำเร็จ โดยอาศัยสถานการณ์จาก PM 2.5 ในครั้งนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: