เรื่องราวดีๆ สอนใจ เศษสตางค์

วันนี้วันศุกร์ ผมนำเอาเรื่องราวดีๆ สอนใจมาให้อ่านกันอีกนะครับ เรื่องราววันนี้นำมาจากเว็บไซต์ของนักเขียนซีไรซ์ คุณวินทร์ เลียววาริณ ลองอ่านดูนะครับ

พ่อผมมาจากเมืองจีน อายุสิบเจ็ด ลงเรือที่กวางตุ้ง รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเมืองไทย ไม่มีเงิน ไม่มีสมบัติสักชิ้น มีแต่สองมือเปล่ากับความหวัง เช่นเดียวกับชาวจีนโพ้นจำนวนมากที่ลงเรือลำเดียวกันและลำอื่นๆ ก่อนหน้านั้น ความหิวโหยผลักดันพวกเขาให้ไปตายดาบหน้า

เรือแวะที่เกาะสีชัง ปลายทางคือท่าเรือคลองเตย เมื่อเรือเทียบท่า พ่อมองโลกแปลกหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของพ่อ เป็นการผจญภัยครั้งแรกในต่างแดน ชายหนุ่มคนหนึ่งในดินแดนแปลกหน้า ไม่มีอะไรติดตัว

คืนแรกๆ นั้น พ่อลุกขึ้นกลางดึกเอาน้ำราดตัวเอง เพราะไม่ชินกับความร้อนของเมืองไทย หมู่บ้านที่พ่อจากมานั้นเป็นเมืองเย็น เช่นเดียวกับคนจีนจำนวนมาก พ่อมาเมืองไทยเพราะที่บ้านไม่มีอะไรกิน

พ่อเป็นกุลีแบกของที่ท่าเรืออยู่นาน หลังจากนั้นก็ตระเวนร่อนเร่ไปตามจังหวัดต่างๆ เหนือจรดใต้ ในที่สุดก็ปักหลักที่หาดใหญ่ ชุมชนคนจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้

พ่อไม่รู้ภาษาไทยเลยสักอักษร ก็พากเพียรเล่าเรียนจนพออ่านออกเขียนได้ การตั้งหลักในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนหนุ่มมือเปล่า แต่มันเป็นแผ่นดินที่พ่อปักหลักตั้งแต่หนุ่มจนวันสุดท้ายของชีวิต พ่อทิ้งครอบครัวไว้ที่เมืองจีน ไม่ได้กลับไปอีกเลยตลอดชีวิต

พ่อเคยเล่าว่า หลายปีแรกนั้นใช้ชีวิตอย่างประหยัดสุดชีวิต กินน้ำมากกว่ากินข้าว บ่อยครั้งไปร้านอาหาร แล้วเปลี่ยนใจกลับบ้านกลั้วท้องด้วยน้ำแทน อดอาหารเพื่อเก็บหอมรอมริบ เก็บเศษสตางค์ทุกเหรียญ สร้างครอบครัวจนกระทั่งเป็นโรคกระเพาะเรื้อรังตลอดชีวิต

เศษสตางค์ทุกๆ เหรียญมีคุณค่า เศษสตางค์เหล่านี้เองผลักดันผมมาไกลกว่าเส้นวาสนาบนฝ่ามือ

พ่อจึงรังเกียจคนมือไม้ครบถ้วนแต่ขอทานกินอย่างยิ่ง พ่อเชื่อว่าไม่มีใครอดตายในเมืองไทยหรอกหากลงมือทำงาน คนนับล้านๆ คนสร้างตัวจากสองมือเปล่า หากไม่ขี้เกียจไม่มีทางอดตายเด็ดขาด

ผ่านมาหลายสิบปี ทุกครั้งที่เห็นแรงงานต่างชาติในบ้านเรา ผมมักนึกถึงพ่อและคนรุ่นนั้น ชาวพม่า เขมร แขก ไปจนถึงชาวโรฮิงญา เข้ามาแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า คนเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากคลื่นชาวจีนโพ้นทะเลเมื่อ 50-100 ปีก่อนที่หลั่งไหลมาเมืองไทยแสวงหา ‘American Dream’ เวอร์ชั่นไทยๆ

ขณะที่พวกเราหลายคนบ่นว่าเมืองไทยไม่ดีไม่น่าอยู่ คนไร้โอกาสจำนวนมากกลับเห็นว่าที่นี่เป็นสวรรค์ โรฮิงญาจำนวนหลายแสนคนซึ่งถูกกดขี่รังแกในแผ่นดินเกิดของพวกเขาเอง จำใจต้องลงเรืออัดแน่นเป็นปลากระป๋องลอยล่องในทะเลแห่งชะตากรรมมาขึ้นฝั่งไทย วาดฝันว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แต่ไม่ทุกคนที่โชคดี ส่วนใหญ่ไม่โชคดี…

เมืองไทยดีหรือไม่ เราคงได้คำตอบจากคนต่างชาติที่เข้ามาขายแรงงานในบ้านเรา มาทำงานที่พวกเราไม่อยากทำ พวกเขามาหาเศษสตางค์ที่นี่เหมือนกัน

บางทีเมื่อเห็นจำนวนคนที่อยากมาเป็น ‘โรบินฮู้ด’ ที่นี่ เราอาจรักแผ่นดินของเรามากขึ้น

ครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากเมื่อลืมตาอ้าปากได้ ผ่านถึงรุ่นสองรุ่นสาม ก็มักลืมไปแล้วว่าบรรพบุรุษของตนกัดก้อนเกลือกินอย่างไร และเศษสตางค์มีค่าเพียงไร

เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ขอเงินพ่อแม่ทีละหลายร้อยหรือหลายพัน ไม่ค่อยรู้จักคุณค่าของเศษสตางค์ ซื้อของที่ไม่มีความจำเป็น ซื้ออะไรได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก โทรศัพท์แบรนด์เนม เสื้อผ้าแบรนด์เนม เพื่อนมีแบล็คเบอ์รี เราก็ต้องมีแบล็คเบอ์รี เพื่อนมีไอโฟน 5 เราก็ต้องมีไอโฟน 5 เพื่อนมีรถยนต์ เราก็ต้องมีรถยนต์ (แปลกนะที่เมื่อเพื่อนมีความรู้ เรากลับไม่เลียนแบบ!)

คนจำนวนมากจ่ายค่าเอสเอ็มเอสหลายบาทให้บริษัทโทรคมนาคมเพื่อเล่นเกมหรือส่งสาร ‘เจ๊าะแจ๊ะ’ ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์โดยไม่เสียดาย เงินไม่กี่บาทนั้นรวมๆ กันหลายเดือนหลายปีก็เป็นเงินไม่น้อย

จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมมีส่วนหล่อหลอมพวกเขาอย่างนี้ พ่อแม่ที่เจอความยากลำบากในวัยเด็กมาก่อนไม่ค่อยอยากเห็นลูกลำบากด้วย บางทีการมอบชีวิตที่ดีกว่าให้ลูกอาจเป็นการชดเชยความฝันของพวกเขายามเมื่อดิ้นรนแสวงหาเศษสตางค์ต่อลมหายใจ

เดี๋ยวนี้ขอทานบางคนไม่แยแสเหรียญบาท! สุภาษิต ‘มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท’ เป็นเรื่องเชยไปแล้ว พวกเขาไม่รู้หรือลืมไปแล้วว่าเศษสตางค์เล็กๆ น้อยๆ สะสมกันเป็นเงินก้อน อาจจะช้า แต่ในระยะยาวมันก็รวมเป็นก้อนโตได้ มีตัวอย่างมากมายที่ถ้ามองให้ดีจะเห็น แม่ค้าขายขนมรายได้วันละไม่มากส่งลูกหลายคนไปเรียนเมืองนอก คนเข็นรถซาเล้งเก็บเศษสิ่งของไปขายชิ้นละไม่กี่สตางค์ รวมกันก็มากพอเลี้ยงครอบครัว

เศษสตางค์สำหรับคนคนหนึ่งอาจไร้ค่า แต่สำหรับอีกคนหนึ่ง มันเป็นอุปกรณ์ต่อชีวิตของเขาและครอบครัว เป็นความหวังของชีวิต

หากเรามองเห็นความยินดีปรีดาของคนเหล่านั้นเมื่อจับต้องเศษสตางค์ในแต่ละวัน บางทีมิเพียงเราจะรู้จักคุณค่าของเศษสตางค์ เราจะยังรู้คุณค่าของความเป็นคนและคุณค่าของชีวิต

วินทร์ เลียววาริณ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: