จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกน้องของเราต้องพัฒนาอะไรบ้าง

เรื่องของการพัฒนาพนักงานนั้น ปัจจุบัน ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดในอัตราเร่ง การแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในการทำธุรกิจ มันทำให้องค์กรต้องปรับตัวเร็ว เพื่อการอยู่รอด

และการที่องค์กรจะอยู่รอดได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องอาศัยผลงานของพนักงาน และการที่พนักงานจะมีผลงานที่ดีขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรก้าวหน้าขึ้นได้นั้น ก็แสดงว่า พนักงานจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ

หลายบริษัท ก็เริ่มวางระบบการพัฒนาพนักงานกันอย่างจริงจังมากขึ้น เอาระบบการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเข้ามาใช้อย่างจริงจัง และมอบหมายให้ผู้จัดการทุกคนจะต้องวางแผนพัฒนาพนักงานของตนเองด้วย

ผู้จัดการก็เลยเริ่มงงๆ และมีคำถามว่า “แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกน้องของตนจะต้องพัฒนาอะไรบ้าง”

ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมแค่นี้ถึงตอบไม่ได้ว่าลูกน้องตนเองต้องพัฒนาอะไร

ในทางปฏิบัติจริง ก็มีผู้จัดการที่ตอบไม่ได้จริงๆ และไม่รู้ด้วยว่า จะต้องวางแผนพัฒนาพนักงานของตนเองอย่างไร และพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง เพราะอดีตอาศัย HR ทำให้โดยตลอด อีกทั้งยังเชื่ออยู่ว่า การพัฒนาพนักงานนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคล ไม่ใช่ของผู้จัดการ ก็เลยทำให้ผู้จัดการกลุ่มนี้ไม่เคยที่จะคิดวางแผนพัฒนาพนักงานของตนเองเลย

คำถามที่ว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้องของตนจะต้องพัฒนาอะไรบ้าง โดยทั่วไปก็จะพิจารณาจาก

  • ผลงานของพนักงานที่ทำได้ ตัวแรกที่มองได้ชัดเจนก็คือ พนักงานทำผลงานตามตำแหน่งหน้าที่ได้ดีแค่ไหน ถ้าบริษัทมีการกำหนดตัวชี้วัดผลงานที่ชัดเจน เราก็สามารถพิจารณาจากผลงานแต่ละตัวที่กำหนดไว้ ว่าตัวไหนที่ยังทำได้ไม่ดีพอ และอยากให้พนักงานทำได้ดีกว่านี้ เราก็สามารถเอา KPI นั้นมา พิจารณาว่า ถ้าจะให้พนักงานบรรลุเป้าหมายนี้ในปีถัดไป พนักงานคนนี้จะต้องได้รับการพัฒนาในเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องแยกเป็น ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรม อะไรบ้าง ที่พัฒนาแล้วจะส่งผลทำให้ผลงานของเขาดีขึ้น

 

  • พฤติกรรมที่ยังขาดๆ เกินๆ อีกประเด็นที่พอจะใช้ในการพิจารณาว่าพนักงานจะต้องพัฒนาอะไรนั้น ก็อาศัยการสังเกตจากพฤติกรรมในการทำงานของพนักงานว่ามีอะไรที่ยังไม่ดี และต้องพัฒนา ถ้าบริษัทมีการกำหนด Competency ไว้ เราก็สามารถพิจารณาจาก Competency แต่ละตัวเทียบกับพฤติกรรมที่คาดหวังตามมาตรฐานว่า ยังขาดอยู่หรือไม่ และมีผลต่อการทำงานมากหรือไม่ ถ้าใช่ เราก็เอาตัวนี้มาวางแผนการพัฒนาพนักงานได้อีกเช่นกัน

 

  • จุดแข็งของพนักงาน อีกปัจจัยหนึ่งที่เราสามารถเอามาพิจารณาวางแนวทางการพัฒนาพนักงานได้ ก็คือ วิเคราะห์จากจุดแข็งของพนักงาน ว่ามีความโดดเด่นในเรื่องอะไร และถ้าจะเอาความโดดเด่นนั้นมาสร้าง หรือต่อยอดออกไปนั้น จะต้องต่อในเรื่องอะไร เพื่อให้จุดแข็งของพนักงานกลายเป็นความโดดเด่นในการทำงาน

 

  • เป้าหมายในอนาคต หรืออาจจะเป็นสายอาชีพที่พนักงานต้องการจะเติบโต ตัวนี้เราก็สามารถนำเอาเป้าหมายที่พนักงานอยากโตนั้น มาเทียบกับคุณสมบัติของพนักงานในปัจจุบัน เพื่อดูว่า ยังต้องเติมอะไรเข้าไปอีกบ้าง เพื่อให้พร้อมที่จะโตต่อไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น

 

  • ทิศทางขององค์กร อีกเรื่องที่พอช่วยได้ก็คือ ทิศทางขององค์กร ถ้าองค์กรมีความชัดเจนว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้าจะไปทางไหน จะเอาเครื่องมืออะไรมาใช้ จะเปิดตลาดที่ไหน จะเอาเทคโนโลยีอะไรเข้ามาใช้งาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ถ้ามันมีผลต่อการทำงานของหน่วยงานของเรา เราก็สามารถที่จะเอามากำหนดแผนในการพัฒนาให้พนักงานมีความรู้ในเรื่องใหม่ๆ ที่องค์กรกำลังจะไป ก็ได้อีกเช่นกัย

จะเห็นได้ว่า การพิจารณาว่า พนักงานหรือลูกน้องของเรานั้น จะต้องถูกพัฒนาอะไรบ้างนั้น มันมีแนวทางให้คิดอยู่เยอะครับ ถ้าเรารู้จักลูกน้องของเราดีพอ ถ้าเราเห็นผลงานของลูกน้องเราอย่างชัดเจน ไม่ลำเอียง หรือ ถ้าเรารู้ว่าลูกน้องของเราต้องการเติบโตไปทางใด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่สามารถนำมาวางแผนในการพัฒนาพนักงานได้ทั้งสิ้น

ถึงตอนนี้คงชัดเจนขึ้นแล้วนะครับ กับคำถามที่ว่า แล้วลูกน้องของผม(ดิฉัน) จะต้องพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: